นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าไม่ให้ความสำคัญกับเสียงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง ที่ต้องการให้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลัง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา ว่า ตนเคยแสดงความเห็นไปแล้วว่า ในมุมของรัฐบาล การไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในรัฐสภา
เป็นเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ ที่ผ่านมา เคยเป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การยุบสภา เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเรื่องการตัดอำนาจ สว. 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“หากรัฐบาลยืนยันร่างกลับไป ก็อาจคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภาฯ คงไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนยุบสภา และเชื่อว่าวาระ 3 ก็คงไม่สามารถโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่งผลให้เสียเวลา เพราะจะไม่สามารถเสนอญัตติที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกภายในสมัยประชุมเดียวกัน และอาจทำให้เจตนารมณ์ของผู้ที่ออกไปทำประชามติเสียไป” นายภราดร กล่าว
นายภราดร กล่าวว่า เมื่อมีสภาฯ ชุดใหม่ จึงเป็นเหตุอันชอบธรรมที่ สส.และพรรคการเมืองจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยพรรคภูมิใจไทยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพรรคในวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งขณะนี้ได้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้ว หากที่ประชุมพรรคเห็นชอบ ก็จะใช้รายชื่อ สส.ของพรรคจำนวน 192 คน เสนอร่างแก้ไขเพียงพรรคเดียว เนื่องจากมีจำนวนเพียงพอตามเงื่อนไข 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ เนื้อหาหลักของร่างใหม่ จะไม่นำประเด็นปัญหาในร่างเดิมกลับมาเขียนไว้ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันและสามารถเดินหน้าต่อได้ พร้อมกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการคัดเลือกผ่านกลไกรัฐสภา โดยเปิดให้ผู้สนใจสมัครเข้ามา