Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“ไทย-เวียดนาม” ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ไทย-เวียดนาม” ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ เดินหน้ายกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา และนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา ถ่ายภาพร่วมกันที่บริเวณบันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้น เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ไทย เวียดนาม ผู้สื่อข่าว
“ไทย-เวียดนาม” ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ

พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาล และชมของที่ระลึก ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

จากนั้น เวลา 09.50 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการใหญ่พรรคฯ เวียดนาม หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ต่อมาเวลา 10.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการใหญ่พรรคฯ เวียดนาม หารือข้อราชการเต็มคณะ โดยทั้งสองฝ่ายหารือประเด็นด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านการทหาร การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์สแกม และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และย้ำหลักการไม่อนุญาตให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และจะร่วมกันผลักดันการดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมถึงการธำรงบทบาทแกนกลางของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาค

ส่วนด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะไปเปิดงานสัมมนาทางธุรกิจไทย-เวียดนามในบ่ายวันนี้ด้วย พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีโดยเร็ว รวมถึงส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยน MOU ระหว่างบริษัท Vietjet กับ EEC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในพื้นที่ EEC

ไทย เวียดนาม ผู้สื่อข่าว
“ไทย-เวียดนาม” ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ

โดยนายกฯ กล่าวเสนอให้ไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ร่วมกันมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาในอนุภูมิภาคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ผลการหารือในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนไทยและเวียดนามต่อไป ด้านประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนเวียดนามในโอกาสแรก

เวลา 11.35 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน และนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือสำคัญระหว่างไทยและเวียดนาม ก่อนร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม และแถลงข่าวร่วม ซึ่งบรรยากาศการพบหารือ ทั้งการหารือแบบเต็มคณะ และพิธีการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความอบอุ่นและชื่นมื่น สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและเวียดนาม พร้อมทั้งแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศในการสานต่อและยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

โดยทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ และเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่

1. แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย–เวียดนาม ปี 2569 – 2574

2. การแลกหนังสือทางการทูตระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม

3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และเวียตเจ็ท

4. บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และการจัดการปกครองแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

จากนั้น นายกฯ และประธานาธิบดีเวียดนามได้ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศในวันที่ 6 ส.ค. 2569 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนาน การเติบโตร่วมกัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของไทยและเวียดนาม ผ่านการออกแบบเลข “5” ที่สื่อถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเลข “0” ที่สื่อถึงความมั่นคงและความเป็นเอกภาพ เพื่อนำพาทั้งสองประเทศก้าวสู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ไทย เวียดนาม ผู้สื่อข่าว
“ไทย-เวียดนาม” ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นแขกคนแรกของรัฐบาลของตนเอง จึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นโอกาสในการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามในปีนี้ และได้มีพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะที่ไทยและเวียดนามมีศักยภาพในการเติบโตสูง การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ให้ปฏิบัติเกิดผลเป็นรูปธรรม ส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านของสองประเทศ

จากนั้น ประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีที่ได้มาเยือนประเทศไทย ในฐานะที่เป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ขอขอบคุณการต้อนรับ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และอบอุ่นที่ผู้นำประเทศไทย นายกฯ และภริยา ได้มอบให้แก่ตน การเยือนประเทศไทยในครั้งนี้มีความหมายสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีของทั้งสองประเทศ แสดงให้เห็นถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเชื่อมั่น ซึ่งทั้งสองประเทศก็เป็นสมาชิกของอาเซียนด้วย

ประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวด้วยว่า ในบรรยากาศที่อบอุ่น มีความเชื่อมั่น และไว้เนื้อเชื่อใจ ตนและนายกรัฐมนตรีไทย มีการหารือที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงมีผลสำคัญในรอบด้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะทำให้ความเชื่อใจแนบแน่นมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเป็นไปมาหาสู่กันในระดับสูง และทุกหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างกลไกความร่วมมือด้านกลาโหม ด้านความมั่นคง และส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการค้ามนุษย์ ยาเสพติด และเห็นด้วยที่จะไม่ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้พื้นที่ต่อต้านอีกประเทศหนึ่ง

ประธานาธิบดีเวียดนาม ยังกล่าวขอบคุณและชื่นชมความร่วมมือของรัฐบาลไทย และคนเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและความใกล้ชิดระหว่างประชาชน ในการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก พร้อมยืนยันบทบาทที่สำคัญในการดำรงความสามัคคี และความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงเห็นด้วยที่จะส่งเสริมการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่ทั้งสองประเทศให้ความสนใจ เพื่อสันติภาพ เสรีภาพ และความมั่นคงความปลอดภัยด้านเสรีภาพทางอากาศ และทางทะเลตะวันออก และเห็นด้วยที่จะจัดการปัญหาต่าง ๆ ด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ UNCLOS 1982 รวมถึงชื่นชมไทยและกัมพูชาที่ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง และจะเริ่มต้นการเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ