ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2568 หมายเลขแดงที่ อมจ 2/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับ นายเอกราช หรือ เอกราช ช่างเหลา ผู้คัดค้าน
คดีดังกล่าว ป.ป.ช. ยื่นคำร้องกล่าวหาว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
จากกรณีร่วมกับพวกยักยอกเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และปลอมสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ เพื่อแสดงยอดเงินคงเหลือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ผู้คัดค้านร่วมกับพวกถอนเงินของสหกรณ์จำนวน 376 ล้านบาท และนำเงินไปซื้อที่ดินหลายแปลง รวมเนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 34.9 ตารางวา ในราคา 110 ล้านบาท โดยผู้คัดค้านใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ ก่อนนำที่ดินบางส่วน ไปจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์ เพื่อประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่งโดยมิชอบ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการแก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์หลายครั้ง เพื่อแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่ว่าสหกรณ์มีเงินคงเหลือประมาณ 400 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงมีเงินเหลือประมาณ 70,000 บาท และครั้งสุดท้ายมีการแสดงยอดเงินคงเหลือกว่า 431 ล้านบาท ทั้งที่ข้อเท็จจริงเหลือเพียงประมาณ 79,000 บาท
ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐานยักยอก ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง กระทบต่อความเชื่อมั่น และเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงถือเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
พิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น นับแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 อันเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา