Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

"จิรายุ" ยันมีหลักฐาน "ระบบอากง" ชี้ผู้บริหารสูงสุดต้องรับผิดชอบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"จิรายุ" ยันมีหลักฐาน "ระบบอากง" ชี้ผู้บริหารสูงสุดต้องรับผิดชอบ ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งทางการเมือง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยเรื่องระบอบอากง และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกรุงเทพมหานคร วันนี้จึงไปยื่นเอกสารหลักฐานสำคัญถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเอาผิดอดีตผู้ว่าฯ กทม. ในประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนเป็นเอกสารที่มีลายเซ็นของอดีตผู้ว่าฯ กทม. และไม่ได้กลั่นแกล้งทางการเมือง และยังมีข้อมูลอีกหลายเรื่องที่จะทยอยส่งเพิ่มให้ ป.ป.ช.

ผู้ว่าฯ กทม. ช่างภาพพีพีทีวี
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ชนวนเหตุสำคัญของการออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการตรวจสอบพบความโปร่งใส ในการใช้อำนาจบริหารงานในช่วงปลายสมัยอดีตผู้ว่าฯ กทม. ก่อนประกาศลาออกไม่กี่วัน

นายจิรายุ เปิดเผยว่าการยื่นเอกสารวันนี้มีพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วน และพบพฤติการณ์กระทำความผิดซ้ำซาก ซึ่งผู้บริหารเมืองที่ดีจำเป็นต้องมีคุณธรรม พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายที่มองว่านี่เป็นการเล่นการเมือง ซึ่งคนกรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีฝ่ายตรวจสอบ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปเฉย ๆ

นอกจากประเด็นการใช้อำนาจหน้าที่ นายจิรายุ ยังระบุถึงปัญหาการทุจริตตลอดระยะเวลาการบริหารงาน 4 ปีที่ผ่านมา ที่มักอ้างว่าทำเรื่องรากฝอย แต่กลับมีข้อมูลหลั่งไหลเกี่ยวกับระบอบอากง ซึ่งผู้นำองค์กรจะปฏิเสธความรับผิดชอบว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ หากจะอ้างแบบนั้นต้องไปอ้างกับคณะกรรมการ ก.พ.ค. เอง พร้อมระบุว่ายังมีเรื่องราวอีกมากที่จะทยอยมอบให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่นต่อไป

นายจิรายุ ได้ย้ำเรื่องกรอบเวลาการยื่นเรื่องว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นก่อนอดีตผู้ว่าฯ จะประกาศลาออกและเดินทางไปต่างประเทศ หากตนเองไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็เท่ากับเป็นการฮั้ว พร้อมเปรียบเทียบพฤติกรรมเหมือนพระเอกลิเก ที่หน้าฉากบอกทำเพื่อประชาชน แต่หลังโรงกลับปล่อยให้มีการกระทำความผิดและอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น ซึ่งในระบอบประชาธิปไตย การมีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบถือเป็นเรื่องสวยงาม และหากผลการตรวจสอบในครั้งนี้ตนเองข้อมูลไม่แม่นยำก็คงไม่มายื่น และยืนยันว่านี่เป็นเพียงเรื่องแรกเท่านั้น จะมีเรื่องอื่น ๆ ตามมาอีกเป็นระยะ

สำหรับ รายละเอียดเชิงลึกในเอกสาร นายจิรายุ ระบุว่าการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งแรกมีปัญหาข้อกฎหมาย จนกระทั่งคณะกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคำวินิจฉัยนี้มีผลผูกพันทุกองค์กรใน กทม. จากนั้นพบพฤติการณ์เร่งรีบเปิดคัดสรรครั้งที่ 2 ในช่วงหลังสงกรานต์ และมีการลงนามประกาศผลในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งใช้เวลาเพียง 10 กว่าวัน แต่กลับได้รายชื่อข้าราชการ 17 คนเดิม

และล่าสุดหลังวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็มีผู้ไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการฯ เป็นครั้งที่ 2 หาก ก.พ.ค. ชี้มูลว่าผิดก็จะเข้าข่ายเป็นความผิดซ้ำซาก โดยข้อมูลเหล่านี้มาจากข้าราชการภายใน กทม. เอง ไม่ใช่การทำเรื่องขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เกี่ยวกับการเรียกข้าราชการ 1 ใน 17 คน เข้าไปกระทำมิดีมิร้ายในสถานที่ราชการ ซึ่งมีหลักฐานครบถ้วนเช่นกัน

ด้าน นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า ตนเองขอทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนประชาชน ในการตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. ในสมัยที่แล้ว ซึ่งพฤติการณ์ตามที่ นายจิรายุ เปิดเผยไม่สามารถปล่อยผ่านได้ พร้อมตอบคำถามกับสังคมที่ว่าทำไมพรรคเศรษฐกิจต้องมาทำเรื่องนี้ในช่วงนี้ โดยระบุว่า หากอดีตผู้ว่าฯ ไม่ลงเลือกตั้งอีกสมัยก็อาจปล่อยไปได้ แต่ในเมื่อวันนี้เสนอตัวกลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้ง จึงเกิดคำถามสำคัญว่า 4 ปี ที่ผ่านมาทำถูกต้องหรือทำผิดกฎหมายหรือไม่

เมื่อสื่อมวลชนจี้ถามถึงหลักฐานเกี่ยวกับระบอบอากงว่า ชี้ชัดหรือไม่ว่าเป็นใคร และใครเอื้อประโยชน์บ้าง นายจิรายุ ระบุว่าตนเองขอโฟกัสไปที่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่ต้องรับรู้และยับยั้งปัญหา ไม่ใช่ปล่อยผ่าน หากระดับนโยบายแก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมได้ ผอ.เขต ทั้ง 50 เขต ก็ไม่ต้องวิ่งเต้นจ่ายส่วยรายเดือน ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาทางเท้าเดินไม่ได้ ปัญหาส่วยโยธาในโครงการคอมมูนิตี้มอลล์หรือหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ พร้อมท้าทายว่าอย่ากล่าวหาว่าพูดลอย ๆ เพราะวันนี้มีเอกสารที่มีลายเซ็นของอดีตผู้ว่าฯ ชัดเจนมายื่นต่อ ป.ป.ช. และทิ้งท้ายว่าตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา ปัญหาน้ำท่วมรอระบายหรือปัญหาป้ายโฆษณา และโต๊ะอาหารรุกล้ำทางเท้าก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ