พีพีทีวี เอชดี 36 ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า เปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) กับเวที "ดีเบตศึกชิงสภา กทม. มหานครแห่งความหวัง" Bangkok Election 2026 โดย ส.ก. ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากรุงเทพฯ ขับเคลื่อนเมืองหลวงให้เติบโต โดยข้อมูลจากการประชันวิสัยทัศน์ครั้งนี้จะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเพื่อร่วมกำหนดอนาคตกรุงเทพฯ ไปด้วยกัน
โดยเวทีดีเบตครั้งนี้มีตัวแทนจากพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ทีมคนทำงาน และกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว
วัดกึ๋นไขปัญหา "โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์" ตรงจุด-เร็วสุด
กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตทุ่งครุ เบอร์ 2 กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวว่า ปัญหาจุดตัดมีทั้งหมด 19 จุดในกรุงเทพมหานคร ทว่าหลายจุด กทม. ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ ฉะนั้นสามารถออกเป็นข้อบัญญัติขึ้นมาได้เพื่อควบคุมจุดเสี่ยง
กิตติพงศ์ ยกตัวอย่างเขตบางขุนเทียน ที่มีโครงการนำ AI เป็นกล้องมาเฝ้าผู้ทิ้งขยะ ก็จะเริ่มส่งเสียงเตือน รวมถึงบริเวณที่คนมาจอดขวางทางรถไฟ หากนำกล้องที่มีเสียงเตือนมาเพื่อความมีประสิทธิภาพ
ซึ่งในฐานะ ส.ก. จะร่วมมือกับฝ่ายบริหาร เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุดด้วยเทคโนโลยี เนื่องจากเราไม่สามารถมีคนมาเฝ้าได้ทุกจุด
ด้าน วิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางรัก เบอร์ 2 กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า จุดตัดทั้งหมด 19 จุด ถือเป็นจุดเสี่ยงโดยธรรมชาติ เนื่องจากมีหลายปัจจัย วันนี้ไม่ใช่เวลามาหาว่าใครผิด แต่ต้องไปดูว่าระบบการออกแบบของเมืองมีช่องโหว่ตรงจุดใด ตนพูดเสมอว่าระบบที่ออกแบบมาดี ต่อให้ผิดพลาดขึ้นมาก็ไม่ควรเกิดเหตุร้ายแรง
วิพุธ เสนอทางออก 4 ด้าน ได้แก่ ความเร่งด่วน ต้องทำงานร่วมกับ รฟท. และตำรวจนครบาล แก้ปัญหาจุดเสี่ยงทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นไม้กั้น หรือกล้อง CCTV ที่เชื่อมต่อกับระบบ AI เพื่อตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงว่ามีรถจอดบนรางหรือไม่ หรือมีรถย้อนศรหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีระบบบริหารจัดการจราจรที่ค้างอยู่บนราง ซึ่งปัจจุบันมีติดตั้งกว่า 70 แยกจากทั้งหมด 578 แยก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาด้านการจราจรได้ และกฎหมายและการสื่อสาร ซึ่งปัจจุบันคนยังไม่เข้าใจว่า เมื่อจอดคร่อมรางรถไฟแล้ว ต้องมีระยะห่างจากรถไฟเท่าไหร่ ไปจนถึงสัญญาณต่าง ๆ
"สวัสดิภาพเด็กเล็ก" กับทิศทางขับเคลื่อนข้อบัญญัติศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
เชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองจอก เบอร์ 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พ.ร.บ. กทม. นั้นกำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ซึ่งครอบคลุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คำถามคือ หน่วยงานแต่ละหน่วยงานมีการดูแลจริงหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ในระบบเดียวกันจริงหรือไม่ วันนี้ศูนย์เด็กเล็กอยู่ที่สำนักงานพัฒนาสังคมฯ ขณะที่ กทม. อยู่ที่สำนักงานศึกษา ทุกข้อมูลเชื่อมโยงกันหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้
ไม่รวมถึงปัญหาจริงหรือไม่ที่เด็กได้รับการดูแลถ้วนหน้า เพราะทุกวันนี้เด็กพิเศษหลายคนอาจจะยังไม่ถูกดูแล วันนี้หากเราดูสถานการณ์เด็กถ้วนหน้า จะเกิดเหตุเด็กถูกบูลลี หรือครูที่สอนมีสุขภาพจิตดีจริงหรือไม่
ด้าน กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตทุ่งครุ เบอร์ 2 กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวว่า วันนี้ กทม. เหมือนงานบริการมากกว่างานสวัสดิการให้กับเด็ก เรากำลังโฟกัสเด็กอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องการคือคุณภาพครูผู้สอนหรือครูผู้ฝึกสอน ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์เด็กเล็กไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ มีความรู้สึกว่าเหนื่อยไม่คุ้มค่าแรง โบนัสไม่ได้ ไม่รับเรื่องสถานที่
ดังนั้น ถ้ามีโอกาสได้กลับไปทำงาน หนึ่งในเรื่องที่เดินหน้าคือพัฒนาคุณภาพชีวิตคุณครู เพื่อส่งต่อคุณภาพไปยังเด็ก และนำเทคโนโลยีมาใช้
"ถ้าคุณอยากให้คนทำงานเต็มร้อย ค่าแรงต้องร้อย โบนัสต้องได้" กิตติพงศ์ กล่าว
เจาะปัญหา "ชุมชนแออัด" พัฒนาคุณภาพชีวิต ผลักดันเสียงเรียกร้องชาวบ้านอย่างไร
อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย เบอร์ 2 พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องของการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ปี 2565 กทม. ได้สำรวจ "หัวแดง" ตามพื้นที่ชุมชน เชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมายังมีข้อมูลหลายส่วนที่ตกหล่น หากได้กลับไปผลักดันในสภา กทม. เรื่องคุรุภัณฑ์ การจัดซื้อ-จัดจ้างของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีคุณภาพ ให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงานได้อย่างเหมาะสม
ส่วนในเรื่องของ "คนจนเมือง" อริย์ธัช ระบุว่า จะเริ่มดูแลตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงพัฒนาสื่อการสอน จะเหลือก็เพียงการยกระดับอาสาของครู
ส่วนเรื่องคนทำงาน อริย์ธัช กล่าวว่า ปัจจุถบัน คนจนเมืองได้รับผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจสูงมาก หากเราสามารถทำศูนย์ฝึกอาชีพ พัฒนาทักษะ Reskill-Upskill ให้คนทำงานได้ จะถือเป็นโอกาสที่ดี
และเรื่องผู้สูงอายุ อริย์ธัช ระบุว่า จะเพิ่ม อสส. ให้เป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งทั้งหมดนี้หากทำสำเร็จจะทำให้ชุมชนเมืองดีขึ้นได้
อริย์ธัช ยังกล่าวต่อว่า ส.ก. พรรคประชาชนเขตราชเทวี เคยผลักดันเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพฯ โดยตรง ซึ่งงบประมาณ 4 ปีที่ผ่านมาไม่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่จะใช้งบประมาณไปกับการซ่อมแซม พัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับข้าราชการ
ด้าน ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระโขนง เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างว่า สมัยที่ตนทำงานเป็นประธานสภาเขตพระโขนง มีผังชุมชนชัดเจน มีการจัดทำประปาดับเพลิง ถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับหลังคาเรือน
การพัฒนาที่อยู่อาศัยจะมองเฉพาะ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการ กทม. อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูส่วนอื่นประกอบกัน ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งสามารถประสานงานไปยังส่วนต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาคุณภาพชีวิตได้
ซึ่งหากตนได้เข้าไปทำงาน จะเข้าไปเป็นคณะกรรมการสามัญที่ดูแลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยหรือสำนักพัฒนาชุมชน พร้อมออกข้อบัญญัติ กทม. ที่จะเข้าไปดูแล
"น้ำท่วมซ้ำซาก" เจาะวิธีไขปัญหาน่าเบื่อหน่ายของคนกรุง
ปิยะวรรณ จระกา ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง เบอร์ 1 กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมาตนเคยพูดเรื่องน้ำท่วมหลายครั้ง โดยเฉพาะเขตสวนหลวงที่มีการท่วมซ้ำ ๆ ซึ่งประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ น้ำหนุนสูง น้ำเหนือ และน้ำฝน ซึ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาจะเกิดจาก "Rain Bomb" หรือฝนตกหนักในปริมาณมาก ๆ ที่จุดเดิม ซึ่งจะพยากรณ์ได้ยากมาก เพียง 30-60 นาทีล่วงหน้า
วิธีแก้ปัญหานั้นพื้นฐานคือ ขุดลอกท่อ ขุดลอกคลอง และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งจะสามารถรองรับน้ำฝนได้ หากเราได้กลับไปเป็น ส.ก. จะผลักดันเรื่องของ Digital Twin ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง ทำควบคู่กับการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำ Water Banks รองรับน้ำ และลดภาษีให้กับเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมนั้น
ด้าน ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางซื่อ เบอร์ 4 พรรคประชาชน กล่าวว่า ในเรื่องของระดับน้ำที่สูงของแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีเรื่องเขื่อนรั่ว-เขื่อนฟันหลอ ส่วนเรื่องที่ประชาชนพบเจอบ่อยจะเป็นเรื่องน้ำท่วมรายซอย ซึ่งมีหลายเหตุผล ต้องลงไปดูรายละเอียด
วิธีการแก้ปัญหาหลัก ๆ จะเป็นการขุดลอกท่อ ซึ่งปัจจุบัน กทม. ลอกท่อปีละ 50% ซึ่งพรรคประชาชนเสนอให้ลอกท่อ 100% อย่างไรก็ตาม การลอกท่อ 100% นั้นยังไม่พอ ประชาชนจะทราบดีว่าบางทีก็ไม่พอ เนื่องจากลอกครึ่งซอยหน้า ครึ่งซอยหลังไม่ลอก โดยอาจมาจากสำนักงานเขตไม่ได้เชื่อมข้อมูลกับกรมที่ดินว่าโฉนดมีการยกพื้นที่เป็นของสาธารณะแล้วหลายจุด
พรรคประชาชนจึงเสนอให้สำนักงานเขตเชื่อมข้อมูลกับกรมที่ดิน เพื่อให้ไม่ต้องรอคิวคัดโฉนด และตั้งโครงการลอกท่อ 100% รวมถึงการยกพื้นถนนที่ทำให้ระดับบ้านของชาวบ้านอยู่ต่ำกว่า เพื่อให้เวลาวางท่อใหม่จะได้วางท่อให้ต่ำกว่า
ขณะที่ วิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางรัก เบอร์ 2 กลุ่มคนทำงาน มองว่า การลอกท่อเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องแก้ไขทั้งระบบ กทม. มีคลองกว่า 2 พันคลอง ต้องทำงานทั้งระบบ
"คอร์รัปชัน" ปัญหาคลาสสิกที่ต้องเร่งแก้
ระบบตรวจสอบไม่ดี แม้มี 1% ก็ถือว่าสอบตก!
วิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางรัก เบอร์ 2 กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า กทม. ยังมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอยู่ ต่อให้ 1% แต่ก็ยังถือว่ามี ในส่วนนี้ถือว่ายังสอบตก
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดที่คนคนเดียว แต่เกิดจากระบบ ถ้ามีระบบการตรวจสอบที่ไม่ดี ต่อให้เป็น ส.ก. คนอื่นก็จะยังมี เพราะฉะนั้นต้องไปดูที่ระบบ เพื่อเข้าไปแก้ไขว่าติดที่ระเบียบข้อบัญญัติใด
การแก้ไขคือ เราต้องเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนทุกวิธีการมากที่สุด ที่ผ่านมา สภา กทม. เมื่อจัดทำงบประมาณ อาจไม่มีกฎระเบียบว่าประชาชนสามารถตรวจสอบได้
รวมถึงการประชุมพิจารณางบประมาณ ต้องมีการเผยแพร่หมด ทั้งการตัด ปรับ ลดงบประมาณต่าง ๆ ต้องเผยแพร่ให้หมด ส่วนกรณี 40 ส.ก. เป็นการทำโดยผู้บริหาร ทุกอย่างต้องเอามากาง และเปิดให้ประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบมากที่สุด
เสนอ AI จับโกงผ่าน Machine Readable
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางซื่อ เบอร์ 4 พรรคประชาชน กล่าวว่า สำหรับการสู้กับคอร์รัปชันยังถือว่าสอบตก เพราะจริง ๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทีม ส.ก. พรรคประชาชนตรวจสอบแล้ว อภิปรายในสภา กทม. แล้ว แต่สื่อไม่ค่อยสนใจ
พรรคประชาชนมีการเสนอเรื่อง AI จับโกง โดยเสนอว่าร่างงบประมาณต่าง ๆ ควรจะเป็น Machine Readable ทุกวันนี้ กทม. สแกนกระดาษแจกไฟล์ PDF ให้ประชาชน ต้องมานั่งอ่านทีละแผ่น ซึ่งหากเป็น Machine Readable จะสามารถตรวจสอบได้รวดเร็วมาก
ส่วนงบประมาณรายเขตที่มีการเรียกส่วย ก็ได้เสนอว่าควรมีการตรวจสอบใบอนุญาตตามข้อบัญญัติ เพื่อทำให้ช่องที่มีการรับส่วยนั้นแคบลงให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็จะเป็นคนเซ็นอนุมัติอยู่ดี
ภัทราภรณ์ ยังเสริมเรื่องงบฯ แปรญัติว่าปัจจุบันมีจำนวนเยอะมาก เช่นในปี 2568 งบฯ แปรญัติมีถึง 6,200 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่การแปรลงพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเดียว แต่จะมีการแปรไปตามสำนักต่าง ๆ เพื่อรอทอนตอนจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตอนนี้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ
หากพี่น้องประชาชนเคยติดต่อกับข้าราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ จะพบว่ามีการใช้ระยะเวลา เช่น การดึงเรื่องใบอนุญาต ดึงเวลาให้เรื่องต่าง ๆ ช้าลง-เร็วขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมถึงเรื่องงบฯ แปรญัติเช่นกัน
ภาษีถูกใช้คุ้มค่าจริงหรือ?
เชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองจอก เบอร์ 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชัน กทม. ไม่ได้มีแค่เงินใต้โต๊ะอย่างเดียว แต่ยังมีคำถามถึงการใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่านั้นเป็นไปจริงหรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างศาลาเขตหนองจอกมูลค่าหลายล้านบาทเมื่อปี 2567 พอมีการขยายถนนกลับถูกทุบทิ้ง ซึ่งวันนี้ถือว่าสอบตก
เชิดพันธุ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็งอยู่แล้ว งบประมาณสภา กทม. ไม่ใช่แค่เรื่องการออกงบอย่างเดียว แต่ต้องมีการตรวจสอบ และเราจะเชื่อได้หรือไม่ว่าจะมีความโปร่งใสเพียงพอ
มองระบบจัดทำงบผิดพลาด
วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี เบอร์ 1 กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวว่า การตรวจสอบการทุจริตนั้นเยอะมาก หน่วยงานตรวจสอบภาครัฐ ภาคประชาชนก็มีเยอะ ทั้งนี้ ต้องแก้ไขที่ระบบ โดยตนมองว่าระบบการจัดทำงบประมาณนั้นผิดพลาด มีช่องโหว่อยู่
เห็นด้วย! เปิดงบชัดเจนตรวจสอบได้
ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระโขนง เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในเรื่องของงบฯ แปรญัติ รธน.ปี 50 ไม่ให้ ส.ก. แปรญัติได้ วิธีการแก้ในฐานะที่ตนเคยทำงานมาก่อน ตนใช้วิธีป้องกัน เช่น แก้ไขสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ประกันงานจาก 2 ปี เป็น 5 ปี แต่หลังจากตนพ้นตำแหน่งไปแล้ว เรื่องนี้ผ่านสภาไปแล้วแต่ไม่มีใครทำต่อ
นอกจากนี้ ตนยังได้ขึ้นทะเบียนบริษัทที่ทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผลอันจำเป็นกว่า 200 บริษัท โดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วมที่เบิกงบประมาณแล้วทิ้งงานไป
สมัยก่อนมีงบประมาณพัฒนาจังหวัดตามข้อเสนอของ สส. เราจึงล้อระเบียบมาใช้กับ กทม. ซึ่งชัดเจนว่าเราเลือกไปแล้วเขาเอาเงินที่เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนมาแก้ปัญหาหรือเพื่อหาประโยชน์ของตนเอง ซึ่งควรจะถูกเปิดเผยชัดเจนให้สามารถตรวจสอบได้
แก้อย่างไร? พื้นที่ "จุดตาย" กทม.
กทม. จมทะเล - แผ่นดินไหว ไม่นิ่งนอนใจ ต้องใช้งบรัฐบาล รื้อโครงสร้างอาคารใหญ่ให้รองรับ
วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี เบอร์ 1 กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวว่า กรณีที่กรุงเทพฯ จะจมทะเล นั้น กทม. ทำคนเดียวไม่ได้ เพราะชายฝั่ง กทม. ที่ติดทะเลไม่ใช่เฉพาะจังหวัดเดียว แต่ยังมีสมุทรปราการและสมุทรสาครอยู่ ทั้งหมดนี้ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาล ซึ่งมีโครงการอยู่แล้ว กทม. ก็มีโครงการแล้วเช่นกัน แต่เมื่อทำแล้วมีผลกระทบกับจังหวัดข้างเคียง จึงต้องลดระดับลงมา
ส่วนในเรื่องแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวมีการปรากฏครั้งแรกใน กทม. ยืนยันว่า ส.ก. ทั้งหมดไม่นิ่งนอนใจ มีการพูดคุยในเรื่องนี้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ขอบเขตต่อการกำหนดเรื่องแผ่นดินไหวที่ต้องมารื้อโครงสร้าง ให้การก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องรองรับแผ่นดินไหวด้วย ลำพังเพียง กทม. อย่างเดียวไม่ได้
แก้จุดตายต้องร่วมมือรัฐบาล ชี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ชาติ
ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระโขนง เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในสมัยที่ตนทำงาน ได้มีการยื่นญัติให้ กทม. จัดทำแผนป้องกันรและบรรเทาสาธารณภัยตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2550 ซึ่งจะรวมทุกเรื่องทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วมต่าง ๆ ซึ่งต้องทำให้สอดรับกับแผนชาติ
การทำงานของ กทม. เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึง พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นการผลักภาระบางเรื่องของหน่วยงานบางหน่วยงานมาให้ กทม. ดูแล ยิ่งเป็นปัญหาที่เป็นยุทธศาสตร์ศาสตร์ต้องดำเนินการร่วมกับรัฐบาล รวมถึงบางเรื่องไม่ได้แก้ที่ไทยที่เดียว ต้องแก้ร่วมกับสหประชาชาติ รวมถึงหาคำตอบว่าทำอย่างไรปัญหาโลกร้อนถึงจะหมดไป
หากมองในมุมกว้าง หลายเรื่องอาจใช้มาตรา 93 ของ พ.ร.บ. กทม. ปี 2528 จัดการได้ เช่น หากน้ำไหลมาจากภาคเหนือ ทำไมจึงไม่ขอความเห็นชอบ ส.ก. นำเงินไปทำที่สมุทรปราการ ปทุมธานี เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่กระทบกับปัญหาน้ำรอการระบาย รวมถึงจ้างเอกชนมาร่วมกับ กทม. เพื่อให้มีนักวิชาการมาช่วยแก้ปัญหาให้ กทม. ได้อีกด้วย
เปลี่ยนภาระประชาชนไปเป็นหน้าที่หน่วยงานรัฐ ผ่าน "ทราฟฟี ฟองดูว์"
อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย เบอร์ 2 พรรคประชาชน กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพิจารณาที่โปร่งใสและตรงไปตรงมาคือสาเหตุทั้งหมด หากวันนั้นมีการไลฟ์สดประชุมวิสามัญพิจารณางบประมาณ เชื่อว่าผ่านการเห็นชอบจาก สภา กทม. แน่นอน
ในส่วนของพรรคประชาชน หากมีการยื่นข้อบัญญัติ จะยื่นข้อบัญญัติเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้าง ปัจจุบัน กทม. มีไซต์ก่อสร้างเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครทราบว่าสถานะของที่ไหนเป็นอย่างไร โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมานำเสนอผ่านทราฟฟี ฟองดูว์ เป็นหน้า 1 ให้ประชาชนเห็นว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือโครงสร้างพื้นฐานใด ๆ หรือไม่
ซึ่งพรรคประชาชนจะเปลี่ยนจากภาระของประชาชนที่ต้องพิสูจน์ความเสียหายของบ้าน ไปเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่ให้เอกชนเป็นคนทำ และใช้กลไกทราฟฟี ฟองดูว์ รับเรื่องร้องเรียน เมื่อใดที่มีความผิดพลาด กทม. ต้องกล้าใช้อำนาจยุติการก่อสร้างชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน
Cell Broadcast สำคัญ! แนะรวบรวมข้อมูลอาคารสูง-โรงพยาบาลทั่วกรุง
วิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางรัก เบอร์ 2 กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า แม้จะเป็นปัญหาระยะยาว แต่ในระยะสั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ หากเป็นทีมคนทำงานจะเข้าแก้ไขข้อบัญญัติบางอย่าง เนื่องจากบัญญัติที่ใช้อยู่มีอายุ 25 ปี แล้ว ซึ่งไม่ได้มีกำหนดการรองรับภัยพิบัติต่าง ๆ อยู่ รวมถึงอยากให้ กทม. รวบรวมข้อมูลอาคารที่มีความสูงต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาล
ในเรื่องของการแจ้งเตือน วิพุธ มองว่า Cell Broadcast สำคัญมาก เพราะในหลายประเทศแค่ไฟไหม้นิดเดียวก็มีการแจ้งเตือนแล้ว หรือไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรืออาคารใหญ่ หากเกิดแผ่นดินไหวจะรับมืออย่างไร
ส่วนเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในอนาคตต้องไปศึกษาโมเดลของเนเธอร์แลนด์ ที่ทำแก้มลิงบ่อซับน้ำใต้เมืองอย่างไร หรืออาจนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ามาให้การช่วยเหลือร่วมด้วย
"ส.ข." ควรคัมแบ็กในรอบ 7 ปี หรือไม่มีจะดีกว่า?
"เพื่อไทย" มองควรมี "ส.ข." ช่วยทำงาน
วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี เบอร์ 1 กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวว่า สมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร หรือ ส.ข. นั้นจำเป็น ยิ่งปัจจุบันยิ่งจำเป็น เพราะมาช่วยทำงาน พื้นที่แต่ละเขตนั้นไม่เท่ากัน การจะมีหรือไม่มีต้องไปพิจารณาที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ก่อนหน้านั้นมีกระบวนการในการลงพื้นที่เพื่อถามปัญหาประชาชนในพื้นที่
ตามกฎหมายแล้ว ปัจจุบัน ส.ข. ยังไม่ถูกยกเลิก เพียงแค่แขวนไว้ ซึ่งทางพรรคก็ส่งความเห็นไปเพื่อปลดล็อกอยู่
ควรมี "ส.ข." ช่วยสอบทุจริตระดับเขต
ตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระโขนง เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของเขต กฎหมาย พ.ร.บ. ปี 2528 กำหนดชัดว่าให้มีผู้อำนวยการเขตและสภาเขต การให้ ส.ข. หยุดหน้าที่เป็นการชั่วคราวนั้น จะให้มีการเลือกตั้งก็ต่อเมื่อ กทม. ทำแผนยุทธศาสตร์ชาติเสร็จ
ประเด็นสำคัญที่ต้องมี ส.ข. คือ จะช่วยตรวจสอบการทุจริตระดับเขต เพราะหน้าที่คือ จัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเขต รวมถึงตรวจสอบติดตามการทำงานของ ผอ.เขต ตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กทม. ที่ครอบจักรวาลอยู่แล้ว ซึ่งการที่ไม่มีจะทำให้กระบวนการตรวจสอบหายไป
นอกจากนี้ ส.ข. ยังต้องจัดทำแผนพัฒนาเขตตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและการกระจายอำนาจ ซึ่งเขียนชัดเจนว่าทุกท้องถิ่นเขียนชัดว่าทุกท้องถิ่นต้องจัดทำแผนพัฒนาเขต ถ้าไม่มี ส.ข. ใน กทม. มีเพียง ส.ก. คนเดียวทำไม่ได้
ตรีสิทธิ์ ยกตัวอย่างเขตพระโขนง 330 ซอย 8,124 ไร่ เดินกี่ปีจะครบ
สำนักโยธาฯ - สำนักการระบายน้ำ - สำนักสิ่งแวดล้อม ได้งบสูงสุด แต่หน้าที่ยังถูกตั้งคำถาม ได้งบน้อยไป? บริหารประสิทธิภาพต่ำ?
แนะปรับงบประมาณตามปัญหารายเขต
อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย เบอร์ 2 พรรคประชาชน กล่าวว่า การเพิ่มงบไม่ได้หมายความว่าสามารถแก้ปัญหาได้ 100% เพราะปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากตรอกซอกซอยหน้าบ้าน เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานเขต งบลงทุนของแต่ละสำนักงานเขตมักจะน้อย
ตนมองว่าสาระสำคัญแรกคือ การผลักดันหยิบเรื่องร้องเรียนจากทราฟฟี ฟองดูว์ มาแยกรายเขตว่าปัญหาในแต่ละเขตเดือดร้อนอย่างไรบ้าง และปรับงบประมาณให้สอดคล้องกันกับปัญหาดังกล่าว
ในส่วนเรื่องน้ำ เราไม่มีการรับมือปัญหาน้ำในระดับเขตจริง ๆ เพราะทุกครั้งใน 1 ปี จะมีโครงการลอกท่อ 5-10 คลอง โดยเราจะหยิบรายการคลองและท่อแต่ละสำนักงานเขตมากาง และวิเคราะห์สถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร หรือบางที่อาจจะเป็นปัญหาท่อเล็ก หรือไขมันอุดตัน ซึ่งเมื่อเราเห็นปัญหาแล้วจะไปแก้ปัญหาในจุดนั้น ๆ อย่างไร
เน้นแก้ไขเป็นระบบ บางจุดต้องใช้งบสำนักงานเขต?!
ปิยะวรรณ จระกา ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง เบอร์ 1 กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า ในเรื่องงบประมาณ 3 สำนัก หากมาแยกดูแล้วจะพบว่า สำนักการโยธาฯ และสำนักการระบายน้ำ จะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมามีการเสนอให้ทำเขื่อนตลอดทั้งแนว เพราะเขตสวนหลวงต้องรับน้ำจากหลายพื้นที่ และเป็นที่สุดท้ายที่จะปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม เขื่อนใช้งบประมาณมหาศาลต่อช่วง หากทำแล้วเป็นฟันหลอก็จะไม่สามารถรองรับได้เป็นระบบ
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาจะเป็นการแก้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ว่าขุดลอกคลองขุดลอกท่อ 100% แต่สุดท้ายน้ำก็ยังท่วมอยู่ดี ซึ่งเขื่อนที่เป็นฟันหลอก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์
ส่วนสำนักการโยธาฯ หลัก ๆ จะเป็นการดูแลถนน ทางเท้า บางส่วนงบประมาณและพื้นที่ดูแลนั้นลงรายละเอียดไม่เหมือนกัน บางส่วนเป็นของสำนักการโยธาฯ บางส่วนเป็นของสำนักงานเขต จึงอยากใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแจ้งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งอาจใช้ไปจนถึงการแก้ไขปัญหารถติดและอื่น ๆ