นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เดินทางมายังสเตเดียมวัน สถานที่ติดตามผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเปิดเผยว่า ทีมงานคาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับคะแนนเสียงมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา นายชัชชาติได้พิสูจน์ผลงานการบริหารงานมาแล้วตลอดวาระ หากคะแนนยังอยู่ในระดับเดิม ก็อาจสะท้อนว่ายังทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ แต่ทีมงานเชื่อว่าผลงานที่ผ่านมา จะทำให้ประชาชนให้ความไว้วางใจเพิ่มขึ้น
เกาะติดผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แบบเรียลไทม์
นายต่อศักดิ์ ระบุว่า แม้นายชัชชาติจะติดภารกิจอยู่ในขณะนี้ แต่คาดว่าจะเดินทางมายังสเตเดียมวันในภายหลัง ขณะที่ทีมงานและผู้สนับสนุนได้ทยอยเดินทางมารวมตัวกันเกือบครบแล้ว เพื่อร่วมติดตามผลการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ ยังฝากข้อความถึงชาวกรุงเทพมหานครว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วงเวลา 4 ปีข้างหน้าจะเป็นจังหวะสำคัญของการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานคร ทั้งด้านการบริหารจัดการเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันให้เมืองหลวงเดินหน้าต่อด้วยความหวัง
ส่วนกรณีที่ตลอดช่วงหาเสียงมีการโจมตีเรื่อง "ระบอบอากง" หรือการบริหารงานของทีมที่ปรึกษา นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า การเมืองไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการสร้างวาทกรรมโจมตีกัน แต่ควรให้ความสำคัญกับสาระและนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า พร้อมยืนยันว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทีมงานได้วางรากฐานการบริหารกรุงเทพมหานครไว้ในหลายด้าน และหากได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง ก็จะเร่งต่อยอดการทำงานให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
นายต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า ทีมงานได้จัดทำแผนการทำงานในช่วง 100 วันแรกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกว่า 200 ข้อ ที่เตรียมผลักดันทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อให้การบริหารงานมีความต่อเนื่อง และไม่เสียเวลาในการเริ่มต้นดำเนินโครงการสำคัญ
ส่วนประเด็นการปรับโครงสร้างฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานครนั้น นายต่อศักดิ์ ระบุว่า ยังต้องรอการพิจารณาการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในกระบวนการของสภากรุงเทพมหานคร ทำให้จำนวนรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังคงเป็นไปตามกฎหมายเดิม ขณะที่บุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่า อยากเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการบริหารเมืองมากขึ้น
สำหรับกรณีที่ถูกเรียกว่าเป็น "อากง" ของนายชัชชาติ นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า แท้จริงแล้วไม่มีสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบอากง" แต่เป็นระบบการทำงานที่นายชัชชาติออกแบบไว้ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทำหน้าที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาด้วยตนเองทุกวัน ขณะที่ทีมรองผู้ว่าฯ ที่ปรึกษา และเลขานุการ ทำหน้าที่สนับสนุนการบริหารงานจากส่วนกลาง ซึ่งถือเป็นรูปแบบการทำงานใหม่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการทุจริตในกรุงเทพมหานครว่า หากได้รับโอกาสทำงานต่อ จะเร่งผลักดันระบบป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก การติดตามคดีผ่านระบบออนไลน์ และการเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียนได้อย่างโปร่งใส ซึ่งทั้งหมดถูกกำหนดไว้เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญภายใน 100 วันแรกของการบริหารงาน
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการโจมตีทางการเมือง นายต่อศักดิ์ ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เชื่อว่าหากระบบการทำงานมีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นในอนาคต