นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในนามของตัวแทนฝ่ายค้าน ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่างบประมาณฉบับนี้ เป็นงบประมาณที่มองไม่เห็นอนาคต ไม่ใช่เพราะต้องการตำหนิรัฐบาล แต่เป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างทางการคลังที่สะสมมาเป็นเวลานาน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและวิกฤตต่าง ๆ ที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรายได้ของรัฐเพียงพอสำหรับรายจ่ายประจำ และการชำระหนี้เท่านั้น ขณะที่งบลงทุนเกือบทั้งหมดต้องอาศัยการกู้เงิน สะท้อนถึงข้อจำกัดในการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ โดยสัดส่วนรายได้ภาษีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 14.6 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ เพื่อรองรับภาระสวัสดิการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และสวัสดิการคนพิการ ซึ่งยังไม่สามารถขยายได้ตามเป้าหมาย
ขณะที่ตนยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณปี 2570 มีการเพิ่มขึ้นของงบบุคลากรและงบเงินอุดหนุน ขณะที่งบลงทุนลดลงกว่าร้อยละ 13 ส่งผลให้ภาครัฐมีพื้นที่ลงทุนโครงการใหม่ลดลง รวมถึงโครงการด้านป้องกันภัยพิบัติและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ประชาชนคาดหวัง ตนกังวลถึงแนวโน้มหนี้สาธารณะที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากมีการกู้เงินเพิ่มเติม และหากไม่มีการปรับโครงสร้างรายจ่ายภาครัฐ และปฏิรูประบบสวัสดิการ รวมถึงการบริหารกำลังคนภาครัฐอย่างจริงจัง ประเทศอาจเผชิญปัญหาหนี้สาธารณะในระดับสูงในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ ระบุทิ้งท้ายว่า แม้รัฐบาลจะระบุถึงแนวคิดการจัดทำงบประมาณที่ตรงเป้าหมายและโปร่งใส แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดของงบประมาณแล้ว กลับยังไม่เห็นทิศทางการลงทุนเพื่ออนาคตที่ชัดเจน พร้อมนิยามงบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น “งบหาเช้ากินค่ำ” ที่ยังไม่สามารถสร้างรากฐานใหม่ให้กับประเทศได้