"โรม" ซัดเดือด! รับไม่ได้อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีลอบยิง "กมลศักดิ์"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"โรม" ซัดเดือด! คดีลอบยิง "กมลศักดิ์" รับไม่ได้อัยการสั่งไม่ฟ้อง ชี้หลักฐาน "คน-รถ-ปืน" ของรัฐทั้งหมด จ่อเรียกผู้ว่าฯ นราธิวาส เข้าแจง พร้อมบี้ปมทหาร-ตำรวจ ดักเก็บข้อมูลประชาชนวันละ 2 ล้านเบอร์

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามคดีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า ผู้ต้องหาบางคนถูกอัยการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ทั้งในส่วนของสำนวนคดีและการเร่งรีบในการวินิจฉัย โดยในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ตนจะลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อดูการทำลายปืน 39 กระบอกว่ามีการทำลายจริงหรือไม่

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ช่างภาพพีพีทีวี
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน

นอกจากนี้ ยังต้องเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสไปให้ข้อมูลในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ด้วย หลังจากที่เชิญมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่มา

และในวันที่ 11-12 ส.ค. นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอีกครั้ง เพื่อพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะการลอบยิงนายกมลศักดิ์เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่การลอบยิงบุคคล และ กอ.รมน. อ้างว่าไม่ใช่คดีความมั่นคง แต่เรายืนยันว่าคดีนี้เป็นคดีความมั่นคง และเป็นความมั่นคงที่สำคัญ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของนายกมลศักดิ์หรือประชาชนที่เลือกนายกมลศักดิ์เข้ามา แต่ส่งผลต่อการคลี่คลายความขัดแย้งที่มีในพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นในรัฐหายไป

"คนยิงคือคนของรัฐ รถของรัฐ ปืนของรัฐ และอาจนำไปสู่การทำลายหลักฐาน เพราะมีคนของรัฐไปมีส่วนรู้เห็นในเรื่องต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้รับไม่ได้ จะตัดตอนจบแค่ 4 คน และไม่รวมไปถึงผู้ที่สั่งการ ฉะนั้น เรื่องนี้ไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ ไม่เช่นนั้น สังคมจะมั่นใจและเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร" นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ยังกล่าวว่า อีกเรื่องที่ต้องติดตามต่อคือการเก็บข้อมูล 2 ล้านหมายเลขต่อวันในบริเวณพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมี 15-16 อำเภอที่ไม่ได้ประกาศใช้ แต่กลับมีการขอข้อมูลทุกเที่ยงคืน

หากข้อมูลเหล่านี้หลุด ผู้ปฏิบัติงาน ตำรวจ และทหารเคลื่อนไหวอย่างไร เขาก็จะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด การปฏิบัติการในลักษณะนี้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจหรือ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการใช้อำนาจที่เกินกว่าจะรับได้ จึงจำเป็นต้องได้รับคำอธิบายและคำตอบที่เหมาะสม และต้องหาให้เจอว่าการกระทำความผิดนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

"ส่วนบุคคลที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คนจาก 7 คน ซึ่งจากพยานหลักฐานที่มีเป็นการซัดทอดจากผู้ต้องหารายอื่น แต่เรามองว่าบุคคลนี้มีความสำคัญในการเชื่อมโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ ถ้าจะจบแบบนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้" นายรังสิมันต์ทิ้งท้าย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ