นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปีเลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. ภาคพิเศษ : เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน ช่วงแรกพยาน 3 คน มา เล่าถึงบรรยากาศในวันเลือกระดับประเทศ
โดยคนแรก คือ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ ซึ่งเป็นอดีต ผู้สมัคร สว. มาเล่าถึงบรรยากาศในวันเลือก สว. ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 และเล่าถึงกลุ่มผู้สมัคร สว. ที่อ้างว่าเป็นกลุ่มน้ำเงิน
และตั้งข้อสังเกตว่าพบความแปลกใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กกต. หลังจากที่แจ้งห้ามนำเอกสารเข้า ทำให้ผู้สมัครหลายคนทำการลอกโพย และหลังจากเลือกรอบไขว้เสร็จสิ้นเห็นว่าจะมีขบวนการโกงการเลือก ทำให้ไปแจ้งนายแสวง บุญมี เลขา กกต. กลับได้รับคำตอบว่า “ใคร ๆ เขาก็ทำ” ซึ่งถือเป็นการยอมรับว่ามีการฮั้วจริง
หลังผ่านเรื่องระดับประเทศไปแล้วได้ไปยื่นร้องต่อศาลฎีกา แต่ศาลแจ้งว่าไม่มีอำนาจในการฟ้อง และได้หารือกับคนรู้จักในศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกฎหมายปิดปากผู้ที่ดำเนินการได้มี กกต. เท่านั้นที่มีอำนาจจึงสงสัยว่าหาก กกต. ทำผิดต้องฟ้องใครซึ่งยื่นฟ้องกับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบไปแล้ว
หลังจากที่เลือกเสร็จสิ้นได้กลับศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครหลายคนพบผู้สมัครบางคน อายุ 40 มีคุณสมบัติที่น่าสงสัย เขียนว่าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย 10 ปี แต่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าข้อมูลเป็นเท็จ และข้อมูลที่อ้างว่าเป็นพยาบาลโรงพยาบาลสินแพทย์ เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าเป็นเท็จ จึงทำเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 สุดท้ายจนถึงปัจจุบันเรื่องเงียบ ไม่มีการตอบกลับ และบุคคลดังกล่าวได้เป็น สว. ชุดปัจจุบัน
พยานคนที่สอง คือ พ.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร สว.เพชรบุรี กลุ่ม2 กฎหมายและการยุติธรรม ระบุว่า มีร่องรอยและพบความผิดปกติ ซึ่งได้ยินว่าจะมีการโหวตพลีชีพคนละ 5,000 บาท คือจ้างคนไปสมัคร สว.เพราะคนที่ไปสมัครเหล่านี้บางคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บางคนยังถูกทวงหนี้ บางคนขาดคุณสมบัติเพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จึงนำเรื่องไปบอก กกต.เพราะเป็นการเปิดช่องให้คนรับงานเข้าไปใช้สิทธิ์ แต่กกต. ก็ยังนิ่งเฉย ข้าราชการที่เกียร์ว่างถือเป็นการตัดตอน และการรวมเรื่องไปไว้ที่ กกต.กลาง ทำให้เกิดความล่าช้า
"ผมมองว่าความช้าก็คือความไม่ยุติธรรม และการที่ผมมาพูดวันนี้ ขอรัฐบาลอย่ามาฟ้อง เพราะผมไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร ไม่ได้แบ่งแยกว่าใครเป็นสีไหนแต่ที่ตนมาพูดวันนี้เพราะผมคือสีทนไม่ได้ " พ.ต.ต.บัญญัติกล่าว
พยานคนที่สาม คือ พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งในปี 2567 ได้เปิดคลิปหลักฐานวันเลือก สว.ระดับประเทศในวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ช่วงประมาณ 18.30 น. ซึ่งในคลิปมีการประกาศว่าไม่ให้เอกสารเข้าและพูดชัดว่าจะมีการแจก สว. 3 ฉบับใหม่ให้กับผู้สมัครที่ผ่านรอบเช้ามา ขณะที่คลิปที่สองเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เดินถามว่าคนไหนมีโพย และห้ามมีโพยพร้อมเดินเก็บโพย ในคลิปที่ 3 เป็นภาพของนายนิยม จันทร์เยี่ยม ผอ.กกต.อุตรดิตถ์ ที่เก็บโพยมาเต็มกระเป๋า และลงบันทึกเซ็นเอกสารประจำหน่วยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่นายแสวงกลับออกมาบอกว่าไม่มีอะไร
พ.ต.อ.มนัส ยังกล่าวว่า ตนได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า การฮั้วจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ก็ย่อมเห็นเป็นใจ ตนขอย้อนไปถึงวันที่ 26 มิ.ย. 67 ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการเลือก สว. และพบว่ามีผู้สมัครจดโพยในใบ สว. 3 จึงไปแจ้งนายแสวงให้ทราบ แต่นายแสวงกลับบอกว่า " รู้ว่าทำอะไรเขาไม่ได้ เขาคิดวางแผนกันมาแบบนี้แหละปล่อยให้เขาเอา สว. 3 เข้าไปในรอบไขว้ได้ " คำพูดแบบนี้มันบ่งชี้ว่านายแสวงรู้แล้ว รู้ก่อนแล้วว่าวางแผนกันมาแบบนี้แบบนี้ผิด ม.157 หรือไม่
ตนคิดได้ 3 ข้อที่ทำให้การเลือก สว.ครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล คือ 1. การจัดสถานที่เลือก สว. ตามกฎหมายให้เป็นความลับแต่กลับจัดในห้องแบบรวม 2. ระเบียบที่เขียนไว้ว่าให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับประเทศทำให้สามารถวางแผนฮั้วได้ และ 3. ประธาน กกต. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน แต่ปรากฏว่าตั้งลูกน้องนายแสวงมาสอบนายแสวงเอง กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล มีเหตุสงสัยควรส่งฟ้องศาลไม่ใช่ยกเรื่อง