จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อนนั้น
ล่าสุดนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้จำนวนใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน หรือ “ใบ ป.5” เพิ่มขึ้นอย่างมาก เกิดขึ้นในปี 2552 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ก็คือ คุณชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในเวลานั้น พ่อของคุณอนุทิน
และบอกว่า แต่เดิมเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2535 กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งกำหนดให้จำกัดการเพิ่มจำนวนร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน รวมถึงร้านประกอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน โดยมิให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และหากเห็นสมควรก็สามารถลดจำนวนลงได้ โดยก่อนที่จะมีคำสั่งนี้ใบ ป.5 มีอยู่ทั้งสิ้น 335 ใบ
จนกระทั่งวันที่ 8 ก.ย. 2552 กระทรวงมหาดไทย ก็มาออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งเดิม เปิดทางให้พิจารณาออกใบอนุญาต จนจำนวนใบอนุญาตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
และบอกว่า ประเด็นดังกล่าวนี้ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย โดยในวันที่ 1 มิ.ย. 2553 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะฝ่ายค้าน เคยหยิบประเด็นการอนุมัติใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มเติมขึ้นอภิปราย และตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุมัติใบอนุญาต
ซึ่งคุณชวรัตน์ได้ชี้แจง และปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมอธิบายเหตุผลของการอนุญาตให้มีร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มขึ้นว่า ต้องการเพิ่มการแข่งขัน ลดการผูกขาดของผู้ค้ารายเดิม และทำให้ราคาปืนลดลง
ซึ่งคุณวิโรจน์บอกว่า เหตุผลที่หยิบเอาประวัติศาสตร์ทางการเมืองเรื่องใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนมาเล่าให้ฟัง ก็เพราะเห็นว่าในช่วงนี้คุณอนุทิน ใส่ใจต่อปัญหาอาวุธปืนเป็นอย่างมาก ดังนั้นการทราบข้อมูลว่าประเทศไทยของเรามีปืน และร้านค้าอาวุธปืนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากได้อย่างไร จำนวนร้านเพิ่มขึ้นในยุคสมัยใด ด้วยเหตุผลอะไร จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการแก้ไขปัญหาอาวุธปืนครับ