นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญ ถึงการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการชี้แจงการอภิปรายว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยวันนี้มีเวลาอภิปรายประมาณ 12-13 ชั่วโมง และพร้อมชี้แจงข้อสงสัยของสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงพร้อมรับคำแนะนำเพื่อนำไปประกอบการทำงานต่อไป
นายอนุทิน กล่าวถึง กรณีหากการอภิปรายยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีภารกิจต้องเดินทางออกจากรัฐสภาว่า จะกลับมารับฟังการอภิปราย โดยมีภารกิจเข้า-ออกเป็นระยะ ซึ่งช่วงเช้าได้ชี้แจงและนำเสนอกฎหมายไปแล้ว ขณะที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะอยู่ประจำและสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน พร้อมติดตามการอภิปรายตลอดเวลา
เมื่อถามถึงความมั่นใจว่า พ.ร.ก.กู้เงินจะผ่านการพิจารณาแบบฉลุยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่สามารถพูดในที่สาธารณะได้ว่ามั่นใจว่าจะผ่านฉลุย
ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีไปร่วมรับประทานอาหารกับนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในปีนี้ และถูกถามว่าจะชวนมาร่วมงานการเมืองต่อหรือไม่ นายอนุทินถามกลับสื่อว่า ทราบหรือไม่ว่าตนคบกับปลัดกระทรวงพาณิชย์มานานกี่ปี ส่วนในอนาคตจะร่วมงานกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงว่า “นั่นคือเพื่อนสนิท เหมือนเป็นพี่เป็นน้อง”
สำหรับการเตรียมความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว โดยเมื่อวานนี้ได้หารือกันว่า ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีจะพบกันสักรอบ จากนั้นจะเชิญ สส.ของพรรคร่วมรัฐบาลมาพบปะหารือกัน ซึ่งอาจแบ่งเป็น 2 วง โดยวงแรกเป็นคณะรัฐมนตรี
นายอนุทิน มองว่า การพบปะดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี เพราะเข้ามาทำงานได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน นอกจากพบกันในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี จึงถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นและเพิ่มความร่วมมือในการทำงาน โดยที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด
ส่วนการกำชับรัฐมนตรีให้เตรียมข้อมูลรับมือการอภิปราย นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่จำเป็นต้องกำชับ เพราะรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลทำการบ้าน วางแผนล่วงหน้า และเตรียมการทำงานอยู่ตลอดเวลา
เมื่อถามว่าการรับประทานอาหารร่วมกันจะถือเป็นการตรวจการบ้านรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเรื่องการทำงานพบกันทุกวันอังคารอยู่แล้ว และบางสัปดาห์รัฐมนตรีหลายคนก็นัดพบกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับประทานอาหารกลางวันและหารือเรื่องงาน การทำงานจึงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนการพบปะกันเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้มากขึ้น เพราะต้องทำงานร่วมกันถึง 35 คน
ส่วนกรณีก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะประเมินผลงานรัฐมนตรีด้วย KPI นายอนุทินกล่าวว่า ให้ดูจากผลงานที่ออกมา โดยยกกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า “พูดผ่านเลย”
ขณะที่กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพูดถึงเอกสารหลุดจากสำนวนคดีฮั้ว สว. และถูกถามว่า ได้พูดคุยกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายอนุทินถามกลับว่า “ของสำนวนคืออะไร” พร้อมระบุว่า เรื่องดังกล่าวมีกฎหมายกำหนดอยู่แล้วว่า การนำเอกสารทางกฎหมายออกไปเผยแพร่สามารถดำเนินการได้อย่างไร และกฎหมายก็ระบุความผิดเอาไว้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อถูกถามต่อว่า เอกสารดังกล่าวหลุดออกมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนก่อนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า “ตนจะไปรู้ได้อย่างไร” พร้อมระบุว่า กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากจะแจ้งความดำเนินคดีก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะหากไม่ดำเนินการอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปล่อยเอกสาร
นายอนุทินมองว่า การดำเนินคดีจะทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเอกสารราชการดังกล่าวหลุดออกมาได้อย่างไร เพราะเป็นเอกสารทางราชการ และสามารถตรวจสอบผู้ที่นำออกไปได้ จึงควรดำเนินคดีอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า หากถามถึงเจตนาของผู้ที่ปล่อยเอกสาร มองว่า “ไม่ใช่เจตนาดีแน่นอน”
ส่วนข้อสังเกตว่ารัฐบาลกำลังเผชิญหลายประเด็นจนจำเป็นต้องมีทีมชี้แจง เพราะหลายเรื่องนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ตอบเพียงคนเดียว นายอนุทินกล่าวว่า “โดนอะไรหลายเรื่อง มันก็เฉียดไปเฉียดมา ไม่เป็นไรหรอก” และเมื่อถามว่าจะรับมือไหวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า “ก็ถามตนอยู่ทุกวัน”