“สมชัย" เปิดเอกสารคณะอนุฯ ชุด 36 ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. แฉคนคุมเกมตัวจริง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เริ่มตอนแรก! “สมชัย" เปิดเอกสารรายงานการประชุมคณะอนุฯ ชุด 36 กกต. ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. แฉคนคุมเกมตัวจริง! เตรียมเปิด 10 ตอนรวด เอกสารกว่า 200 หน้า!

จากกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร แกนนำพรรคภูมิใจไทย ท้าให้เปิดข้อมูล ปม ฮั้ว สว.ที่น่าเชื่อถือ ล่าสุดคนที่รับลูกทันทีก็คือ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่บอกว่าตั้งแต่วันนี้จะมีการนำข้อมูล ทั้งสำนวนของคณะ 26 และข้อมูลรายงานการประชุมของคณะอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 

โดยนายสมชัย ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพีพีทีวี ถึงเรื่องข้อมูลที่ออกมาเปิดเผย เกี่ยวกับรายงานการประชุมอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ในคดีฮั้ว สว. ที่ก่อนหน้านี้มีมติ ไม่ส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องคดีนี้ 229 คน

สมชัย ศรีสุทธิยากร รายการเที่ยงทันข่าว
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ซึ่งนายสมชัย ระบุว่า ที่ต้องเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นรายงานการประชุมฉบับดิบๆ มาเผยแพร่นี้ เพราะเอกสารมีรายละเอียดจำนวนมาก และเข้าใจยาก จึงพยายามนำรายงานมาค่อย ๆ อ่าน วิเคราะห์ สังเกต และนำเสนอให้เห็นว่าลักษณะการประชุมเป็นอย่างไร รวมถึงนำข้อมูลที่ก่อนหน้านี้สังคมอาจเข้าใจผิด หรือไม่เคยทราบรายละเอียดมาก่อน มาถอดออกเป็นเรื่องและเป็นหัวข้อ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น

ทั้งนี้การเปิดเผยที่วางแผนไว้ ในตอนแรกจะนำเสนอว่าใครเป็นใคร ในคณะอนุกรรมการ โดยคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีทั้งหมด 7 คน พร้อมเปิดเผยรายชื่อและองค์ประกอบของคณะทำงาน รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับประธานอนุกรรมการตัวจริง ที่น่าสนใจคือ นายสมชัย พบว่า คนที่มีรายชื่อว่าเป็นประธานการประชุม แต่ไม่แสดงบทบาทประธานในการประชุมเลย แต่ปรากฎว่า มีอนุกรรมการอีกคนหนึ่งทำหน้าที่ในลักษณะเสมือนประธานแทนในทุกครั้งที่มีการประชุม

โดยคนที่มีชื่อเป็นประธาน อนุกรรมการชุดที่ 36 ได้แก่ นายเชาวนะ ไตรมาศ ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการ เป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานและความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง โดยได้รับการเสนอชื่อจากนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง ให้เข้ามาเป็นอนุกรรมการวินิจฉัย

แต่สิ่งที่ตนตั้งข้อสังเกต จากรายงานการประชุมคือ ทุกครั้ง จะระบุว่า นายเชาวนะ เป็นประธานการประชุม แต่เมื่อไปอ่านรายละเอียดกลับไม่พบว่ามีการพูดหรือดำเนินการประชุม ขณะที่นายอนุชา จันทร์สุริยา อนุกรรมการฯ มีลักษณะเป็นผู้ดำเนินการประชุมแทนทั้งหมด ทั้งการเปิดประชุม นำเสนอ อภิปราย และสรุปผลการประชุม โดยนายอนุชาที่ผ่านมา เป็นที่ปรึกษาของประธาน กกต. มาแล้วอย่างน้อย 2–3 รุ่น

โดยนายสมชัยมองว่า นายอนุชา อาจมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานของ กกต. จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทในการนำการประชุมก็เป็นไปได้ แต่เดี๋ยวต้องดู รายละเอียดต่อไปว่า หลังจากมีการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดแล้ว นายอนุชามีความคิดเห็นหรือเสนอแนวทางต่อที่ประชุมอย่างไร

สำหรับมติที่ผ่านมา ในรายละเอียดการประชุม ว่าจะยก หรือไม่ยกคำร้อง และการส่งคดีฮั้ว สว. ไปยังศาลหรือไม่นั้น นายสมชัย เปิดเผยว่า นายเชาวนะ และนายอนุชา มีความเห็นอยู่ฝั่งเดียวกัน ซึ่งจากข้อมูลรายงานการประชุมที่ตนเองมีอยู่ตรวจสอบกลับพบว่า นายเชาวนะอยู่ในฝ่าย 5 คน ซึ่งเป็นฝ่ายยกคำร้อง ไม่ส่งรายชื่อ ให้ศาล

ส่วนความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำมาเปิดเผย นายสมชัย ยืนยันว่า เอกสารทั้งหมดเป็นเอกสารจริง และไม่ใช่เอกสารลับ เนื่องจากไม่มีการประทับตราว่า ลับ หรือลับที่สุด แต่เป็นเอกสารที่ระบุว่าใช้ภายในหน่วยราชการหรือใช้ภายในหน่วยงานเท่านั้น

นายสมชัย จึงมองว่า สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาเปิดเผยได้ และการเปิดเผยข้อมูลอาจเป็นประโยชน์ต่อ กกต. ด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยข้อมูลของอนุกรรมการคณะที่ 26 เป็นหลัก แต่ยังไม่มีการนำข้อมูลของอนุกรรมการคณะที่ 36 มาให้สังคมเห็น จึงต้องการนำข้อมูลอีกด้านมาเผยแพร่ในรูปแบบที่ประชาชนสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย แทนการนำเอกสารมาเปิดเผยทีละหน้า

สำหรับการเดินหน้านำเสนอข้อมูล นายสมชัยระบุว่า จะเปิดเผยข้อมูลทุกวัน เวลา 09.00 น. วันละ 1 ตอน รวมทั้งหมดประมาณ 10 ตอน โดยยืนยันว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกดดัน กกต. แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริง เพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงกระบวนการทำงานภายใน กกต. และเห็นว่ากระบวนการทำงานมีความโปร่งใสอย่างไร

เปิดเอกสาร รายการเที่ยงทันข่าว
เปิดเอกสารรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุด 36 ยกคำร้องคดีฮั้ว สว.

ทั้งนี้ล่าสุดนายสมชัย เริ่มเปิดเอกสารรายงานการประชุมอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ตอนแรก โดยโพสต์ระบุว่า “เหตุใด การทำงานของ อนุกรรมการวินิจฉัย ฯ คดีฮั้ว สว. จึงขาดความน่าเชื่อถือ  (ตอนที่ 1 ใครเป็นใคร)”

พร้อมบอกว่า “ผมมีเอกสารจำนวนหนึ่ง มากกว่า 200 หน้า ที่ได้รับจากบุคคลภายใน กกต.  มีลายน้ำเขียนว่า “เอกสารใช้ภายในเท่านั้น”  ไม่มีตราประทับ “ลับ” หรือ “ลับมาก”  เมื่ออ่านแล้ว พบว่า มีหลายเรื่องที่น่าตั้งเป็นข้อสังเกตในการทำงานของ กกต.  และอาจเป็นข้อเสนอแนะในการวินิจฉัยคดี ฮั้ว สว. ต่อ กกต.ทั้ง 7 คน จะทยอยเขียนไปเรื่อย ๆ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ครับ

บุคลากรที่เป็นองค์ประกอบในอนุกรรมการ และบทบาทในทางปฏิบัติจากการอ่านรายงานการประชุมของอนุวินิจฉัย หลายครั้ง  จะพบว่า

1. บุคคลที่เป็นประธานที่ประชุม คือ นายเชาวนะ ไตรมาศ  อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาจากเสนอชื่อของ กกต. ฐิติเชฏฐ์  นุชนารถ  ไม่ใช่ รตอ. ปิยะ รักสกุล  ที่มาจากการเสนอชื่อของ กกต. เสียงข้างมาก  ตามที่เคยปรากฏตามสื่อ

2. ในการประชุม  ผู้ทำหน้าที่หลักราวกับเป็นประธานที่ประชุม คือ นายอนุชา จันทร์สุริยา ผู้ที่ ประธาน กกต. อิทธิพร บุญประคอง เป็นผู้เสนอชื่อ โดยมีบทบาทเป็นผู้นำการประชุม บันทึกให้เห็นในรายงานการประชุมทุกครั้ง ในขณะที่ผู้เป็นประธานตัวจริง ไม่มีบันทึกว่ามีการพูด หรือ มีบทบาทใด ๆ

3. ในรายงานการประชุมส่วนใหญ่  อนุกรรมการที่พูดซักถาม ให้ความเห็นจะมี 3 ท่าน คือ คุณอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต และ คุณนันทศักดิ์ พูลสุข  และ คุณอนุชา จันทร์สุริยา ที่พูดนำและทำหน้าที่แทนประธานตลอด  แต่ อนุ ฯ อีก 4 ท่าน คือ คุณเชาวนะ ไตรมาศ คุณเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์  คุณธัชสกล พรหมจมาศ และ รตอ. ปิยะ รักสกุล  แทบจะไม่ปรากฏในบันทึกรายงานการประชุมว่า มีการแสดงความเห็นอะไร

“แปลว่า ตลอดราว 3 ชม. ของการประชุม พี่แกอดทนฟังอย่างเดียว ไม่มีข้อสงสัย ไม่มีข้อซักถาม ไม่มีอภิปรายเห็นด้วยหรือคัดค้าน หรือให้ข้อเสนอแนะใด ๆ  แต่พอถึงเวลาลงมติ ก็ลงมติได้ทันที (จบตอนที่ 1 ติดตามตอนที่ 2  วิธีการพิจารณาสำนวน เขาทำกันอย่างไร)”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ