พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้
โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนตอนนี้เข้าสู่ญัตติสามจังหวัดชายแดนใต้ และในห้องประชุมมีความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะกล่าวหาฝ่ายค้านว่าเล่นการเมือง ไม่เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้
ซึ่งการประชุมวันนี้ ตามระเบียบวาระเดิม วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มีการคุยกันแล้วเพื่อจะนำมาบรรจุในวาระ เพียงแต่ตามระเบียบวาระเดิมจะต้องมีรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567 เข้ามาก่อน และมีผู้ลงชื่อเพื่ออภิปรายจำนวนมาก เพียงแต่อยู่ ๆ ก็มีผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา จึงทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด
น.ส.ภคมนยังกล่าวว่า ความพยายามที่จะกล่าวหาว่าฝ่ายค้านเล่นการเมือง หากย้อนกลับไปจริง ๆ เรื่องราวมีอยู่ 2 ข้อ คือรัฐบาลโดยประธานสภาฯ ไม่สามารถยืนยันได้ว่า หากเดินตามระเบียบวาระจะสามารถเข้าสู่รายงานของ กกต. หรือไม่ ซึ่งเรามีความกังวล เพราะเราอยากให้ไปถึงรายงานของ กกต. ไม่อยากให้มีการปิดจบ ซึ่งหากไม่มีการให้คำมั่นสัญญาจากประธานสภาไว้ เราก็มีความกังวล จึงได้มีการขอให้มีการยืนยัน
น.ส.ภคมน กล่าวว่า “วันนี้ประชาชนตัดสินใจได้ว่าใครพยายามที่จะเล่นการเมืองมากกว่ากัน สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้ได้ สภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทำไมวันนี้เรามีความพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้อง กกต. อย่างมาก ยืนยันอีกครั้ง ฝ่ายค้านเห็นความเดือดร้อนของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากฝ่ายค้านคุยกันว่าจะเสนอญัตตินี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว”
“เพราะฉะนั้น เป็นการยืนยันว่าเราเห็นความสำคัญ แต่ก็อยากได้คำยืนยันเช่นกันว่าสภาผู้แทนแห่งนี้จะเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ เปิดเวลา ให้สมาชิกทุกคนอภิปรายรายงานของ กกต. โดยที่รัฐบาลไม่พยายามที่จะปกป้อง กกต. ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุใดวันนี้รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้อง กกต. จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น” น.ส.ภคมนกล่าว
ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนได้อยู่ตลอดการประชุมสภาวันนี้ ย้ำว่าไม่มีใครในสภาที่ไม่เห็นด้วยว่าเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องรีบแก้ไขปัญหา แต่สถานการณ์วันนี้ ตนอยากบอกประชาชน โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า รัฐบาลย้ำนักหนาว่าญัตติสามจังหวัดชายแดนใต้มีความสำคัญ แล้วนำมาอภิปรายก่อนรายงานของ กกต.
ตนขอถามว่า ถ้าเขาเห็นความสำคัญของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้จริง สัปดาห์ที่แล้วที่ประชุม ครม. สัญจรภาคใต้ ทำไมไม่ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ถ้ามันสำคัญกับเขาขนาดนั้น
น.ส.รักชนกกล่าวว่า "ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตว่านี่คือการเล่นการเมืองที่น่าเกลียดที่สุด อุบาทว์ที่สุด การเอาความเดือดร้อนของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้มาอ้าง มาบังหน้า เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายรายงานของ กกต. เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีการอภิปรายรายงานของ กกต. จะต้องมีการพูดถึงการโกงเลือกตั้งครั้งมโหฬาร เรื่องบาร์โค้ด ที่สำคัญคือเรื่องฮั้ว สว."
"รัฐบาลกำลังจะปกป้อง กกต. ไม่ให้สภาแห่งนี้อภิปราย กกต. ด้วยการเอาความเดือดร้อน เอาชีวิตของประชาชนสามจังหวัดชายแดนใต้มาอ้าง ซึ่งตนคิดว่านี่คือมาตรฐานการทำงานที่รับไม่ได้ ท่านทำอย่างหน้าไม่อายเลย เอาความเดือดร้อน เอาชีวิตของประชาชนที่ต้องเสี่ยงภัยอยู่ทุกวันขึ้นมาอ้างเป็นเหตุผลเพื่อปกป้อง กกต."
"ตนเองไม่ได้เป็นคนสามจังหวัดชายแดนใต้ แต่ตนคิดว่าทุกคนทั่วประเทศต้องรู้เรื่องนี้ โดยเฉพาะคนสามจังหวัดชายแดนใต้ว่า เขาเอาความทุกข์ร้อนของท่านมาบังหน้า ไม่ให้ กกต. ถูกอภิปราย" น.ส.รักชนกกล่าว
น.ส.รักชนกยังกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีความพยายามทำให้สภาแห่งนี้น่าเบื่อ กลายเป็นโรงละคร กลายเป็นอะไรที่ประชาชนไม่อยากเสพ ไม่อยากดู ตนขอเรียกร้องมาตรฐานการทำงานจากฟากฝั่งรัฐบาล รวมถึงประธานสภาฯ ขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาและยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่แค่เอามาบังหน้า
ขณะที่นายสาทิตย์ระบุว่า ความจริงแล้ววิปรัฐบาลยืนยันกับฝ่ายค้านตลอดจนกระทั่งถึงเที่ยงวันนี้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง คือพิจารณาเรื่องนี้จบแล้ว และนำเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อ แต่ที่แปลกประหลาดคือหลังเที่ยง เพื่อนสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคยืนยันตรงกันว่า มีไลน์ส่วนตัวของ สส.ในพรรคภูมิใจไทย แจ้งให้ สส.ทุกคนเตรียมโหวตช่วง 13.30 น. หลังกระทู้จบลงแล้ว
ซึ่งตนแปลกใจว่า หากเป็นไปตามข้อตกลงจะไม่มีโหวต แปลว่าเรื่องนี้มีการเตรียมการ มีข้อพิรุธและผิดปกติ ซึ่งคาดหมายว่าฝ่ายผู้มีอำนาจกลัวเรื่องการอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. หรือโกง สว. จึงพยายามหาทางปิดปากสภาไม่ให้พูดเรื่องนี้
นายสาทิตย์ย้ำว่า ฝ่ายค้านแม้จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคนอื่น ๆ ก็ยอมรับว่า ไม่เป็นไรหากจะนำญัตตินี้มา เพราะเดือดร้อนจริง แต่ขอให้รับปากว่าจะนำรายงาน กกต. มาอภิปรายต่อ แต่จะเห็นว่าไม่มีใครรับปาก และเครื่องลงคะแนนเสียอย่างมีเงื่อนงำ จู่ ๆ ก็มาเสียในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์เจตนาของฟากฝั่งรัฐบาลที่มีอำนาจ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ชัดแจ้งว่าท่านอ่อนไหวเรื่องโกง สว. วันนี้เราจะให้ความร่วมมือไปก่อน และหลังจากนี้จะมาดูกันว่าจะปิดปากกัน ไม่ให้อภิปรายเรื่อง กกต. หรือไม่ และสัปดาห์หน้ามีการประชุม 3 วัน คือ 7-9 ก.ย.
โดยวันพฤหัสบดี ได้รับทราบเบื้องต้นว่าปกติแล้วจะมีการนัดประชุม หากมีการนัดประชุมตามปกติ จะมีวาระรับทราบเรื่อง กกต. ฉบับนี้เข้าด้วย ซึ่งเป็นอาทิตย์สุดท้ายก่อนถึงวันที่ 14 กันยายน ที่ กกต. จะต้องมีคำวินิจฉัยเรื่องคดีโกง สว. มาดูกันว่าจะมีการนัดประชุมหรือไม่
หากไม่มีการนัดประชุม ก็ชัดเจนว่า เรื่องนี้คือจุดที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยกลัว เรื่องการอภิปรายเรื่องโกง สว. และชัดเจนว่าประเด็นดังกล่าวมีมูลที่ทำให้ผู้มีอำนาจถึงขั้นหวั่นไหวที่จะนำไปสู่คดีความ และเรายืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ในสภา
เมื่อถามว่า จะมีการอภิปรายรายงาน กกต. นอกสภาหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนคิดว่าคงจะมีการสื่อสารนอกสภา แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเตรียมที่จะอภิปรายรายงาน กกต. นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย เพียงแต่วันนี้ตนก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงทนฟังไม่ได้ เปิดพื้นที่ไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น และชัดเจนที่สุดแล้วว่าวันนี้คุณกลัว คนเราหากไม่มีมูลความจริง ทำไมจะทนฟังไม่ได้
“จริง ๆ แล้ววันนี้รัฐบาล แม้กระทั่งประธานสภาฯ บากหน้าหลายเรื่องแล้ว บากหน้าไปถึง 21.00 น. ให้การประชุมจบ ดิฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย หลายคนก็บากหน้าตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงแล้ว แบก กกต. มาตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว แบกต่อจนถึง 21.00 น. ให้มันเสร็จสิ้น ให้มันสิ้นข้อกล่าวหาจะได้จบไป” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า ตนพยายามจะไม่ตัดสิน แต่ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ภาพชุลมุนต่าง ๆ เรื่องราวจะไม่เป็นเช่นนี้เลย หากท่านยืนยันว่าจะให้รายงาน กกต. เข้า และให้ฝ่ายค้านอภิปรายจนจบ เรื่องราวก็มีเพียงเท่านี้ ย้ำว่าตนไม่เข้าใจว่าทำไมจึงลุกลามมาถึงขนาดนี้ ขอให้ประชาชนตัดสินเองแล้วกันว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยจึงปกป้อง กกต. นักหนา ถึงขนาดที่ยอมให้สภากลายเป็นโรงละครเช่นนี้
เมื่อถามว่า รัฐมนตรียืนยันว่ามีการไปลงพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างช่วง ครม.สัญจรที่ จ.สงขลามาจริง ๆ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนเข้าใจความหมายของ น.ส.รักชนกว่า หากคุณเห็นความสำคัญจริง ๆ ทำไมจึงไม่กำหนดลงในกำหนดการที่เป็นทางการ เพื่อประชุมและลงพื้นที่ไปรับฟังและเห็นปัญหาจริง ๆ แต่ภาพที่รัฐมนตรีบอกคือไปก่อนกำหนดการ
“ดิฉันเข้าใจว่าพรรคภูมิใจไทยมี สส.ในพื้นที่มากมาย คนเป็นรัฐมนตรีก็ไปเยี่ยม สส.ในเขตสักนิด ดิฉันคิดว่าอย่าตีกินแบบนี้เลย และคิดว่าท่านที่นั่งเป็นรัฐมนตรีไม่ได้โง่ เข้าใจว่า น.ส.รักชนกหมายถึงอะไร แต่ท่านกลับเอาการเดินทางของท่านในภารกิจของการเมือง การไปเยี่ยม สส.พรรคตัวเอง แล้วมาอ้างว่านี่คือภารกิจรับฟังปัญหาชายแดนใต้ ดิฉันคิดว่าตลกไปหน่อย” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า หากเห็นความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความจำเป็นต้องแก้ไขจริง ก็ต้องไปให้เห็นกับตา ไปฟังให้ได้ยินกับหู แต่ทำไมจึงไม่มีวาระในพื้นที่ในกำหนดการ ครม.สัญจร
ฉะนั้น อย่าพยายามบิดเบือน ตนคิดว่าท่านที่นั่งอยู่และ 4 ท่านที่ลงไปในพื้นที่ไม่ได้โง่ เพียงแค่ต้องการเอาการเดินทางที่ไม่เป็นทางการมาหักล้างสิ่งที่ น.ส.รักชนกตั้งคำถามเท่านั้น
ด้านนายพิทักษ์เดช กล่าวว่า เรื่องญัตติชายแดนใต้ ตนเชื่อมั่นว่าจิตใต้สำนึกของผู้นำ หากเห็นแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง เห็นแก่ชีวิตของข้าราชการ ทหาร ตำรวจจริง วันนี้ทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บริหารรัฐบาลก็ควรมารับฟังและประมวลปัญหาจากเพื่อนสมาชิกในสภา
“พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการสอนให้เห็นว่าผู้บริหารไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ผมเชื่อมั่น สืบเนื่องจากความไม่จริงใจ ผมเชื่อมั่นว่าสิบอนุทินก็ยังแก้ไม่จบ” นายพิทักษ์เดชกล่าว