นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมด้วย
โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการประชุมวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทาง และนโยบายดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) ของประเทศไทยให้เป็นระบบ และสอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางเศรษฐกิจดิจิทัล การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์มาพร้อมกับความท้าทายสำคัญเรื่องการใช้ไฟฟ้า น้ำ และสาธารณูปโภคจำนวนมากโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางไซเบอร์ เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลของอุตสาหกรรมในอนาคตจำนวนมาก จึง ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎหมาย และผลประโยชน์ของประเทศ
ซึ่ง Data Center ถือเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล โดยประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากทั้งใน และต่างประเทศ ในการเข้ามาลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพที่เรามีอยู่ และความพร้อมต่างๆโดยเฉพาะความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ขณะนี้สังคมมีความกังวลต่อ Data Center โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในยุคดิจิทัล ขณะที่กฎหมายของเรายังพัฒนาไปไม่ถึง จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องวางมาตรการขึ้นมากำกับอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
สำหรับเป้าหมายของประเทศไทยไม่ใช่ต้องการเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือแค่ดึงดูดการลงทุนเพื่อให้เราเป็นเพียงแค่สถานที่ตั้งของ Data Center เท่านั้น แต่การลงทุนต้องสร้างมูลค่าเพื่อให้กับประเทศดึงดูดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เข้าสู่ประเทศไทย เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากรไทย สร้างระบบนิเวศดิจิทัล และยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ซึ่งหลายประเทศผ่านจุดนี้มาแล้ว และกำลังแข่งกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งผ่านช่วงเวลาที่จะต้องทบทวนออกแบบให้เหมาะสม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และสมดุล
นายกรัฐมนตรี ยังฝากให้คณะกรรมการชุดนี้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการกำหนดนิยาม และสถานะทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ให้ชัดเจน การกำหนดมาตรฐาน Green Data Center การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การคุ้มครองข้อมูล และความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนการสนับสนุนระบบนิเวศ AI และ Cloud ของประเทศไทย ทั้งนี้ ตนขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ และนำความกังวลของประชาชนมารับฟังหาทางออก ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการในส่วนที่มีการพบกันสร้าง Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีหลายประเภททั้งสร้างแบบถูกต้องทั้งหมด ตรงนี้ก็ไม่ว่ากัน การสร้างแบบแอบเข้ามามีของแฝงเข้ามาเพื่อลดต้นทุน และใช้ใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการลักลอบใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาดำเนินกิจการซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการทำเช่นนี้มาตลอด แต่เราต้องจับทางเขาให้ได้ เพื่อแก้ไข และออกกฎระเบียบให้มีความรัดกุม ที่สำคัญต้องปลอดภัยกับประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่ว่าเราจะไม่ทำดาต้าเซ็นเตอร์อีกแล้ว แต่ต้องมีการจัดระเบียบให้ชัดเจน
นายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำนายเอกนิติ ในเรื่องของการใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก และมีการใช้ที่ดินอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก จึงต้องทำให้สอดคล้องกับสภาวะการในปัจจุบันที่ประเทศไทยนึกถึงเรื่อง Net Zero โรด้วย การใช้ไฟจำนวนมากขนาดนี้ต้องใช้เรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียน (Green Energy) มากกว่าพลังงานฟอสซิล พร้อมยกตัวอย่างการกักน้ำมันเอาไว้สำรองตรงนี้อาจจะต้องแก้ไข ถ้าเราใช้พลังงานจาก Green Energy หรือพลังงานธรรมชาติมากๆ ไม่ว่าจะรูปแบบใด เช่น ลม โซล่า ถ้าใช้พลังงานเหล่านี้จะทำให้การดาวน์ของพลังงานน้อยกว่าการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) จึงต้องคิดครอบคลุมให้หมดเพื่อตอบโจทย์ทุกอย่างได้ ตนพร้อมพิจารณาคำแนะนำ เพราะต้องไปสู่การแก้ประกาศออกระเบียบหรืออาจต้องแก้พระราชบัญญัติอะไรหรือไม่ก็ต้องพิจารณากัน