"ไอลอว์" แฉเส้นเงิน "ฮั้ว สว." พบ สส.โอนให้เสมียนพรรค ส่งต่อผู้สมัคร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ไอลอว์" แฉเส้นเงินพ่วงพรรคสีน้ำเงิน ปม "ฮั้ว สว." พบ สส. โอนให้เสมียนพรรค ส่งต่อผู้ช่วยดันผู้สมัคร สว. แต่ กกต. ฟ้องแค่คนรับ ไม่ฟ้องเจ้าของเงิน

นายยิ่งชีพ อัชฌากุล ผู้อำนวยการและผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยข้อมูลและข้อสังเกตเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า การที่มีผู้เกี่ยวข้องส่งมอบเอกสารและข้อมูลทางราชการให้แก่ตนเอง แสดงให้เห็นว่ามีผู้ที่ไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และตนเองไม่ใช่เพียงคนเดียวที่มีสำนวนดังกล่าว แต่ได้ประกาศที่จะทยอยนำเสนอเนื้อหาต่อสาธารณชนให้ได้ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง

นายยิ่งชีพ อัชฌากุล ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ช่างภาพพีพีทีวี
นายยิ่งชีพ อัชฌากุล ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

นายยิ่งชีพระบุว่า จากจำนวนผู้ต้องหาทั้งหมด 229 คน แม้ กกต. จะมีคำสั่งไม่ฟ้องเป็นจำนวนมาก แต่นำไปสู่การสั่งฟ้องผู้ต้องหาหลายคน ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น สส. ปัจจุบัน รวมถึงอดีต สส. อดีตผู้สมัคร สส. ตลอดจนญาติ ผู้ช่วย สส. และผู้ทำงานใกล้ชิดกับแกนนำพรรค แต่ กกต. กลับไม่มีการสั่งฟ้องผู้บริหารระดับสูงหรือตัวหลักของพรรค

นายยิ่งชีพได้ยกตัวอย่างกรณีเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้สมัคร สว. ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสะท้อนวิธีคิดในการพิจารณาของ กกต. โดยพบว่าผู้ช่วย สส. ของ สส. จ.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ได้โอนเงินให้ผู้สมัคร สว. ซึ่ง กกต. เชื่อว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เมื่อไล่เรียงเส้นทางการเงินพบว่า สส. สุราษฎร์ธานี ได้โอนเงิน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 38,000 บาท ให้เสมียนพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ จากนั้นมีการโอนเงินต่อให้ผู้สมัคร สว. หลายคนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีคำให้การของพยานคนหนึ่งซึ่งถูกกันไว้เป็นพยาน ระบุว่าผู้ช่วย สส. ได้แจ้งขณะโอนเงินว่าให้ช่วยเหลือนายหัว ซึ่งหมายถึงนายจ้างของตนเอง แต่ กกต. กลับมีคำสั่งฟ้องเพียงเสมียนพรรค ผู้ช่วย สส. และผู้รับเงิน โดยละเว้นการสั่งฟ้อง สส. ที่เป็นเจ้าของเงิน

ส่วนกรณีที่ประธาน กกต. อธิบายถึงพยานสำคัญ 4 ปาก ซึ่งอ้างว่ามีความไม่น่าเชื่อถือหรือมีการกลับคำให้การ นายยิ่งชีพชี้ให้เห็นความผิดปกติของการกลับคำให้การของพยาน 3 คนแรก หนึ่งในนั้นมีพ่อตาของภรรยาหัวหน้าพรรคคนหนึ่งใน จ.พะเยา ด้วย

โดยระบุว่า ในขั้นตอนการให้การครั้งแรก พยานทั้ง 3 คนเดินทางมาคนละวัน แต่ในขั้นตอนการยกเลิกคำให้การเดิม ทั้งหมดไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีทำหนังสือลงนามส่งมาในวันเดียวกัน คือช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยอ้างเหตุผลเหมือนกันว่าถูกกลุ่มชายไทยไม่ทราบชื่อและจำลักษณะไม่ได้เข้ามาข่มขู่ ซึ่งเป็นเรื่องน่าสงสัยว่าบุคคลระดับอดีต สส. และผู้มีอิทธิพลจะเกรงกลัวบุคคลที่ไม่ทราบชื่อจนต้องกลับคำให้การ

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาบริบททางการเมืองในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่พยานเข้าให้การครั้งแรก พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นแกนนำรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะอ้างว่าถูกอำนาจรัฐข่มขู่ แต่ในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการส่งหนังสือกลับคำให้การ บริบทการเมืองได้เปลี่ยนไป โดยพรรคภูมิใจไทยได้ขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยได้รับความช่วยเหลือจากพรรคกล้าธรรม

นายยิ่งชีพยืนยันว่า คำให้การเดิมของพยานปากสำคัญคนแรกมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอื่นรองรับอย่างสอดคล้องกัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ