ความคืบหน้าสืบเนื่องจากกรณีที่เมื่อวานนี้ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเพจ Godd dam ว่าเพจทำผิด จับได้ในไม่กี่ชั่วโมงเว็บพนันโกยเงินมหาศาล เปิดกันเป็นปี กลับปิดไม่ได้! ตกลงเว็บพนันปิดยาก หรือผลประโยชน์มันใหญ่เกินกว่าจะปิด?
ล่าสุด นายศิริโชค โพสต์ข้อความระบุว่า ตอบ 3 ประเด็น! รัฐมนตรียุติธรรมที่บอกว่าปิดเว็บพนันยาก รัฐมนตรีช่วย DE ที่บอกว่าปิดหมดแล้ว และคนที่พยายามโจมตีตนเรื่องเพจ Godd dam
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เห็นออกมาพูดว่าการปิดเว็บพนันทำได้ยาก เพราะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน ตนว่า รมว.ยุติธรรม กำลังสับสนระหว่างการจับเจ้าของบ่อนกับการปิดเว็บไซต์ การตามเส้นเงินเพื่อหาตัวเจ้าของบ่อนเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการปิดกั้นไม่ให้คนไทยเข้าเว็บพนันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องรอให้จับเจ้าของบ่อนได้ก่อนถึงจะปิดเว็บ
ส่วนการแกะรอยเส้นเงิน ทุกวันนี้มีเครื่องมือให้ตรวจสอบมากมาย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับกันไปก่อนว่าจะใช้เวลานานเสมอไป อยู่ที่ความสามารถและความจริงจังของเจ้าหน้าที่ด้วย
สำหรับการปิดกั้นเว็บไซต์ เมื่อมีข้อมูลและอำนาจดำเนินการพร้อมแล้ว ในทางเทคนิคใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีด้วยซ้ำ อย่าเอาความยากในการจับเจ้าของบ่อนมาเป็นข้ออ้างในการไม่ปิดเว็บ เพราะระหว่างที่กำลังตามเส้นเงิน คนไทยก็ยังเสียเงินให้บ่อนพนันอยู่ทุกวัน
2. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เห็นบอกว่าปิดเว็บพนันหมดแล้ว พร้อมถามตนว่าเข้าทางไหน และถึงเข้าได้ก็อาจเล่นไม่ได้ ก่อนอื่นตนยินดีด้วยที่ท่านได้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรก แต่อยากฝากว่าอย่านั่งอยู่แต่บนหอคอยงาช้าง ฟังแต่ลูกน้องรายงานลองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา จะใช้เน็ตมือถือหรือ Wi-Fi ก็ได้ แล้วลองเข้าเว็บพนันยอดนิยม 10 อันดับแรกด้วยตัวเอง ดูว่าเข้าได้ไหม สมัครสมาชิก ฝากเงิน และเล่นพนันได้หรือเปล่า
ตนเคยทดลองเข้าเว็บพนัน 30 แห่ง ปรากฏว่าเข้าได้ถึง 29 แห่ง ส่วนแห่งเดียวที่เข้าไม่ได้คือบ่อน Shuffle ซึ่งจำกัดการเข้าถึงจากประเทศไทยด้วยตัวเอง ไม่ใช่ผลงานของกระทรวง ถ้ามั่นใจว่าปิดหมดแล้ว ก็ลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง เพราะหน้าที่รัฐมนตรีไม่ใช่แค่ฟังลูกน้องรายงาน แต่ต้องรู้ด้วยว่าสิ่งที่รายงานนั้นเป็นความจริงหรือไม่!
3. กรณีเพจ Godd dam มีคนพยายามขุดคำสัมภาษณ์ที่ตนเคยชมเพจ Godd dam ว่าเก่งเรื่องแกะรอยธุรกรรมคริปโต และบอกว่าเราเป็นพันธมิตรกัน มาโจมตีตนหลังเกิดเรื่องสลิปโอนเงินปลอม
ตนยังยืนยันคำพูดเดิมคำว่า “พันธมิตร” หมายถึงเรามีเป้าหมายเดียวกันในการเปิดโปงเรื่องไม่ชอบมาพากล แต่ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ตนไม่เคยใช้ข้อมูลหรือแชร์โพสต์จากเพจนี้ ที่ตนเคยชมว่าเขาเก่งเรื่องแกะรอยบลอกเชน ตนก็ยังยืนยันว่าเขาเก่งจริง แต่การเก่งเรื่องหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเก่งไปทุกเรื่อง กรณีสลิปปลอมแสดงให้เห็นว่าเขายังขาดความรอบคอบและประสบการณ์ในการตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่ต้องรับผิดชอบ
แต่คนเราทำผิดครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดี ๆ ที่เคยทำมาจะกลายเป็นเรื่องไม่ดีไปทั้งหมด เช่นเดียวกับการเคยทำดี ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำผิดไม่ได้ ส่วนคนที่พยายามเอาเรื่องนี้มาโจมตีตน ตนอยากถามว่า การที่ตนเคยชมใครว่าเก่ง แล้ววันหนึ่งเขาทำผิด มันทำให้สิ่งที่ตนตรวจสอบและเปิดโปงมาตลอดกลายเป็นเรื่องโกหกไปด้วยหรือ? ถ้าคิดว่าตนทำอะไรผิด หรือข้อมูลที่ตนเปิดเผยไม่จริง ก็เอาหลักฐานมาพูดกันอย่าเอาความผิดพลาดของคนอื่น มาลบล้างสิ่งที่ตนทำเพื่อเปิดโปงความจริงมาตลอด