นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. รีบดำเนินการตรวจสอบนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงปรากฏเป็นข่าวโดยทั่วไปแล้ว และถือเป็นความปรากฏต่อ ป.ป.ช. ด้วย ในคำร้องจึงยกข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาประกอบข้อเท็จจริงบางส่วนเป็นข้อ ๆ ดังนี้
ข้อ 1. นางสาวรักชนก ศรีนอก เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235
ข้อ 2. ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงในสื่อต่าง ๆ โดยทั่วไปว่า ประมาณวันที่ 26 ต.ค. 2569 นางสาวรักชนก ศรีนอก ได้โพสต์เฟซบุ๊กของตนเองด้วยข้อความว่า “อยู่ ๆ ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ” พร้อมทั้งแนบข้อความและภาพจากเพจ Godd Dam ที่กล่าวหานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ด้วยข้อความที่ต่อมาได้มีการยอมรับว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ข้อ 3. การกระทำของนางสาวรักชนก ศรีนอก ดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (5) และอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 15 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ซึ่งอยู่ในหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช.
ข้อ 4. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง และมาตรา 87 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า
“มาตรา 48 เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ว่ามีการกระทำความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน โดยในกรณีที่จำเป็นต้องมีการไต่สวน ต้องไต่สวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสองปี นับแต่วันเริ่มดำเนินการไต่สวน”
“มาตรา 87 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย”
ข้อ 5. กรณีตามคำร้องนี้ จึงเป็นความปรากฏที่ ป.ป.ช. ควรทราบอยู่แล้ว ดังนั้น ในคำร้องนี้ จึงได้แนบสำเนาข่าวที่จะเป็นพยานหลักฐานบางส่วนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไปตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 (1) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 6. ทั้งนี้ เมื่อย้อนไปตรวจสอบดูบัญชีทรัพย์สินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยเก็บไว้ โดยนำเลขที่บัญชีธนาคารที่ถูกกล่าวอ้างด้วยความเท็จมาตรวจสอบกับบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แต่ละครั้ง ก็พบว่า ไม่ตรงกับเลขบัญชีธนาคารที่ยื่นไว้แต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าว ย่อมอยู่ในวิสัยที่นางสาวรักชนก ศรีนอก สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ดังนั้น นางสาวรักชนก ศรีนอก จึงควรรู้อยู่แล้วก่อนที่จะทำการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเข้าข่ายความผิดตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (5) ดังกล่าว
ข้อ 7. อนึ่ง ขอให้ ป.ป.ช. ขยายผลไปตรวจสอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรายอื่นที่มีความปรากฏว่ากระทำการในลักษณะเดียวกันกับนางสาวรักชนก ศรีนอก ด้วย