นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ กรณีเข้ารับตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2568 ว่าการยื่นบัญชีเป็นไปโดยถูกต้องตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่
นายเรืองไกร ระบุว่า ข้อร้องเรียนอ้างอิงข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ ป.ป.ช. โดยขอให้ตรวจสอบ 4 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นแรก รายได้ประจำที่นายณรงค์แจ้งไว้ 3 รายการ รวม 1,986,480 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน 966,480 บาท เงินประจำตำแหน่ง 510,000 บาท และเงินค่ารับรองเหมาจ่าย 510,000 บาท ขณะที่แจ้งเงินได้พึงประเมิน 1,592,040 บาท จึงขอให้ตรวจสอบว่าเงินค่ารับรองเหมาจ่ายมีการนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ครบถ้วนหรือไม่ และหากไม่ครบ จะมีประเด็นเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่
ประเด็นที่สอง นายณรงค์แจ้งว่าเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ระหว่างปี 2566-2568 แต่จากข้อมูลที่นายเรืองไกรนำมาอ้าง ไม่พบการแจ้งรายได้เงินบำนาญ จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่ามีสิทธิได้รับเงินบำนาญหรือไม่ และมีการแจ้งรายได้ครบถ้วนหรือไม่ โดยยกกรณีบัญชีทรัพย์สินของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 และเคยแจ้งรายได้เงินบำนาญจำนวน 683,877.60 บาท เป็นกรณีเปรียบเทียบ
ประเด็นที่สาม เรื่องที่ดิน นายณรงค์แจ้งว่ามีที่ดิน 6 แปลง มูลค่ารวม 3.25 ล้านบาท ขณะที่คู่สมรสมีที่ดิน 9 แปลง มูลค่ารวม 47.2285 ล้านบาท แต่ไม่พบการแจ้งรายจ่ายเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นายเรืองไกรจึงขอให้ตรวจสอบว่ามีการชำระภาษีครบถ้วนหรือไม่ และหากมีภาษีค้างชำระซึ่งเป็นหนี้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ได้มีการแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่
ส่วนประเด็นที่สี่ นายณรงค์แจ้งว่ามีปืนสั้น 1 กระบอก มูลค่า 37,500 บาท ได้มาในปี 2559 และคู่สมรสมีปืน 1 กระบอก มูลค่า 28,680 บาท ได้มาในปี 2564 แต่นายเรืองไกรตั้งข้อสังเกตว่า ไม่พบรายละเอียดทะเบียนอาวุธปืนหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ตรวจสอบว่าการแจ้งรายการทรัพย์สินเกี่ยวกับอาวุธปืนของนายณรงค์และคู่สมรสถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
นายเรืองไกรย้ำว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้เป็นการขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายณรงค์ กรณีเข้ารับตำแหน่ง กกต. ว่าการแจ้งรายการทรัพย์สิน รายได้ และหนี้สินเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขั้นตอนต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบและพิจารณาของ ป.ป.ช.