นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.เงา ครั้งที่ 18 ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการอภิปรายตามมาตรา 152 ว่า เป็นช่องทางหนึ่งที่พรรคฝ่ายค้านสามารถใช้กลไกในสภาทำได้
ตนเองคิดว่าหัวใจสำคัญในตอนนี้คือ การที่รัฐบาลจะต้องเคารพและให้ความสำคัญกับกลไกในรัฐสภามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวทีมาตรา 151 หรือเวทีมาตรา 152 หรือแม้แต่วิธีต่าง ๆ เช่น กรรมาธิการติดตามงบในสภา
“เราจะเห็นพฤติกรรมของคณะรัฐมนตรี รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะให้ความสำคัญกับเวทีนี้น้อยมาก ถึงขั้นจะไม่ให้ความสำคัญเลย เราเห็นว่าเวลาที่นายกรัฐมนตรีเข้าสภา แทนที่จะไปอยู่บัลลังก์เพื่อตอบกระทู้ กลับกลายเป็นว่านายกรัฐมนตรีใช้เวลาที่อยู่ในสภาไปทักทายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุม กลายเป็นว่าเข้าสภาก็ไม่ได้มาทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสภา” นายณัฐพงษ์กล่าว
ส่วนคำถามว่า มาตรา 152 จะยื่นหรือไม่ยื่น ตนเองมองว่าเป็นกลไกหนึ่งอยู่แล้ว จากทุกกลไกที่ฝ่ายค้านสามารถใช้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า อยากจะมุ่งเน้นไปที่การอภิปรายตามมาตรา 151 มากกว่านั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นในพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เป็นการแสดงความคิดเห็นที่สามารถทำได้ แต่สุดท้ายจะยื่นหรือไม่ยื่นอย่างไร เราต้องดูตามบริบทสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าเวทีมาตรา 152 ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อาจใช้เป็นเวทีในการตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า ปัจจัยใดจะเป็นสิ่งชี้ขาดว่าจะสามารถยื่นตามมาตรา 152 นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้บางทีอาจเป็นเรื่องการเมืองด้วย อาจพูดไม่ได้อย่างชัดเจนในเวทีสาธารณะว่าจะใช้หลักเกณฑ์อะไรในการที่จะยื่นหรือไม่ยื่น
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า เมื่อเดินทางมาประชุมที่รัฐสภากลับไม่มีใครตั้งกระทู้ถาม แต่เมื่อไม่เดินทางมากลับมีคนตั้งกระทู้ถามนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้ใช้หลายช่องทางในการเชิญนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถาม ทั้งการเรียกร้องผ่านสื่อโดยตรง รวมถึงการประสานเชิญเป็นการส่วนตัว
แต่ฝ่ายบริหารควรจัดตารางเวลาของตนเองให้ชัดเจน เนื่องจากทราบอยู่แล้วว่ามีหน้าที่ต้องมาตอบข้อซักถามและชี้แจงต่อสภาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน คือวันพฤหัสบดี
แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นว่า ฝ่ายค้านต้องพยายามสอบถามว่าฝ่ายบริหารสะดวกวันและเวลาใด เพื่อจะได้กำหนดกระทู้ถามและส่งหนังสือเชิญให้ตรงกับตารางเวลาของฝ่ายบริหาร ซึ่งมองว่าเป็นการทำงานที่ผิดฝาผิดตัว
อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนเห็นว่า แม้ฝ่ายค้านจะเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแจ้งความพร้อมว่าจะมาชี้แจงต่อสภาเมื่อใด แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ค่อยเห็นนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบต่อสภาด้วยการมาทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น