เอก หรือ หมีเอก หนุ่มพลังเสียงเหลือล้นวัย 25 ปี แชมป์คนที่ 8 The Voice Thailand เผยว่า รู้สึกตกใจ เหมือนฝันมาก เพราะติดตามกระแสในโซเชียลคิดว่าน่าจะเป็นจิ๋ว แต่ก็แอบหวังว่าอาจจะเป็นตัวเอง ในช่วงที่ประกาศ 2 คนสุดท้าย พิธีกรประกาศชื่อจิ๋วก่อน ตนคิดว่าอีกคนต้องเป็น แพรจ๋า อย่างแน่นอน และเมื่อเป็นตนเองก็รู้สึกตื่นเต้น
"ตอนที่ยืนบนเวทีจับมือกับจิ๋วระหว่างที่รอประกาศผล จิ๋วก็จะแซวจะคุยเล่น ผมต้องบอกจิ๋วอย่าเพิ่งแซว อย่าเพิ่งเล่น คือเราคุยกันว่าถ้าใครได้แชมป์ต้องเลี้ยงเป็ดย่าง จิ๋วชอบกิน จากนั้นก็พากันสงบนิ่ง ในใจลึกๆ ก็คิดว่าถ้าเราไม่ได้ไม่เป็นไร จะดีใจกับแชมป์ด้วย พอประกาศแทบจะหงายหลัง ตื่นเต้นดีใจมาก ดีใจจริงๆ"
และเพราะเคยพลาดหวังจากการมาประกวดเดอะวอยซ์ ซีซั่น 2 แต่ก็ไม่ยอมแพ้เลยทำให้เอกกลับมาประกวดอีกครั้ง เพราะเวทีแห่งนี้เป็นการประกวดที่นักร้องทุกคนให้การยอมรับและใฝ่ฝัน
"เพลงคิดถึง ของวงซิลลี่ ฟูลส์ ที่ผมร้องในรอบไฟนอล พี่ก้อง(โค้ชก้อง สหรัถ) เป็นคนเลือกให้ ตอนแรกผมไม่มั่นใจที่จะร้องเพลงนี้ คิดตลอดจะพูดกับพี่ก้องอย่างไร อยากเปลี่ยนเพลง ผมตามใจพี่มาตลอด ขอไม่ร้องได้ไหม แล้วผมก็เลือกเพลงแม่ ของ ปู-พงษ์สิทธิ์ ไว้ ด้วยความที่เพลงคิดถึงมันเป็นเพลงที่ต้นฉบับร้องไว้ดีมาก คนจะมาถ่ายทอดมันยาก ผมไม่อยากร้องเพลงที่เกินความสามารถ พอได้มาซ้อม ผมก็คิดได้เลยว่า ผมไม่ควรสงสัยในสิ่งที่พี่ก้องเลือกให้ มันดีทุกอย่าง ร้องเข้าปาก ส่งอารมณ์ออกท่าออกทางได้ดีที่สุดแล้ว"
นอกจากเวที The Voice ก่อนหน้านี้หนุ่มเสียงดีก็เคยผ่านเวทีประกวดมาแล้วมากมาย เมื่อถามว่าทำไมชอบการประกวด เอก ตอบอย่างไม่ลังเลว่า หากอยากเป็นศิลปินนักร้อง ความคิดในตอนเด็กคิดว่ามีไม่กี่เส้นทาง นั่นคือ จะต้องประกวดร้องเพลง หรือ ส่งเดโมไปตามค่าย ซึ่งตนก็ทำทุกทาง
"ผมรักในเสียงดนตรี รักที่จะร้องเพลง เล่นดนตรี การได้เป็นแชมป์ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จก้าวแรกแต่ต้องมีก้าวต่อไป ตั้งแต่เด็กผมมีพี่น้อง 2 คน คือผมกับพี่ชาย เริ่มจากพี่ชายเก็บตังค์ซื้อกีตาร์มาหนึ่งตัว เขาก็จะหวงของ ผมต้องแอบเอามาเล่น ช่วงนั้นอยู่ม.2 ก็เริ่มจริงจังตั้งแต่ตอนนั้น ช่วงที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ผมขอแม่จะเรียนดนตรี แม่เป็นห่วงจบไปจะทำอะไร ผมร้องไห้ ไม่รู้จะทำอย่างไร อีกอย่างบ้านผมลูก 2 คนจะต้องมีหนึ่งคนที่สืบต่อกิจการของครอบครัว ซึ่งจริงๆ แล้วพี่ผมเป็นคนที่มีโอกาสเลือกสิ่งที่อยากเรียน เขาเรียนก็เก่ง รับผิดชอบดี ตื่นตี 5 ทุกวัน แต่เขาก็เลือกที่จะให้ผมได้เลือกแทน ตัวเขารับดูแลกิจการครอบครัวเองทั้งที่เขาก็ชอบดนตรี ร้องเพลงเสียงสูงกว่าผมอีก เราสัญญากันว่าให้ผมเป็นคนพาความฝันของเราไปให้ถึงด้วยกัน"
เป้าหมายจากนี้ เอก บอกว่า อยากเป็นนักร้อง มีเพลง มีคอนเสิร์ตของตัวเอง และเป็นศิลปินที่ดีให้ได้
ในขณะที่หนุ่มซื่อพูดน้อย "จิ๋ว-สกุณชัย" รองแชมป์ที่คะแนนเฉือนกันไปฉิวเฉียด บอกว่า ตั้งแต่รอบแรกไม่คิดว่าโค้ชจะหันมาเพราะไม่เคยประกวดที่ไหน แต่ปรากฏโค้ชหันมาพร้อมกันทั้ง 4 คน เมื่อมาถึงรอบไฟนอลได้รับการประกาศชื่อเป็น 1 ใน 2 คนสุดท้ายก็คิดกับตัวเองว่าทำไมมาได้ไกลถึงขนาดนี้ การขึ้นเวทีครั้งนี้เชื่อว่าทุกคนไม่ได้หวังแชมป์ แต่ตั้งใจทำโชว์ให้ออกมาดีที่สุดเท่านั้น และคิดในใจว่ารุ่นพี่อย่างเอกจะต้องได้
"ตอนเด็กแม่ผมเล่าให้ฟังว่า เวลาผมนอน ต้องให้แม่ร้องเพลงให้ฟัง ถ้าแม่หยุดร้อง ผมจะร้องไห้ตลอด ไม่ว่าจะนอนหลับอยู่ก็ตาม แม่ผมเองก็เคยประกวดร้องเพลงตามหมู่บ้าน ตามงานลอยกระทง ส่วนตัวผมด้วยความที่อยากเป็นศิลปิน เคยไปตามร้านอาหารเห็นคนร้องเพลง ก็อยากไปร้องแบบนั้น จำได้ไปออดิชั่นครั้งแรกไม่ได้ ก็กลับมาซ้อมใหม่ ไปออดิชั่นร้านใหม่ ฝีมือยังไม่เก่ง แต่เขาก็ให้โอกาส ช่วงที่ไปเล่นแรกๆ ผมไม่พูด พูดไม่เป็น จบเพลงก็ไม่พูดอะไรเลย แล้วก็เคยร้องเพลงบนรถแห่มาประมาณปีกว่า ครั้งนี้ถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้ว ไม่เคยหวังว่าจะได้ออกทีวี" ส่วนเป้าหมายจากนี้ จิ๋ว บอกว่า อยากเป็นศิลปินมีเพลงของตัวเอง อยากหาเงินไปซ่อมบ้านให้พ่อแม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์บ้านเกิด เพราะโทรมมาก หลังคาก็กำลังจะพัง รวมถึงใช้หนี้ให้แม่
“บางกอก City เลขที่ 36” จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.15 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 รับชมย้อนหลังทาง http://pptv36.tv/rkG และ https://tv.line.me/bangkokcity36
อิ่มใจ “ตุ้ม ผุสชา” ตั้งวงดนตรีจิตอาสาให้กำลังใจผู้ป่วยในโรงพยาบาล