เฮียซ้ง เล่าถึงที่มาของการเป็นนักชิม นักเที่ยว ว่า ชีวิตเริ่มต้นจากครอบครัวที่ทำเครื่องดื่มสำเร็จรูป ถูกสอนว่าทุกอย่างมีสูตรในการทำจากโรงงาน จากนั้นหักเหไปแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าของภัตตาคารเล่งหงษ์ ซึ่งเมื่อ 57 ปีก่อนเปิดอยู่ตรงสีลม ใกล้ รพ.เลิดสิน ก่อนจะโดนทางด่วนตัดผ่าน ตนจึงขอเปิดใหม่ที่ถนนพระราม 2 เมื่อ 27 ปีที่แล้ว จนประสบความสำเร็จด้วยดีมาถึงทุกวันนี้
"เมนูก็เอาของเดิมมา 80 เปอร์เซ็นต์ และคิดค้นสูตรเพิ่มเติม และด้วยความที่ผมเติบโตมาจากโรงงานที่เป็นสูตร ฉะนั้นผมจะพัฒนาการทำอาหารออกมาเป็นสูตรโดยที่ใครทำรสชาติก็ไม่เพี้ยน ตอนนั้นพอผมมาทำก็คิดว่าต้องโฆษณาให้คนมาร้านเราให้ได้ ทำให้ได้เริ่มรู้จักคนที่ทำรายการทีวี เรียกว่าไม่มีรายการไหน นักชิมคนใดไม่เคยถ่ายทำรายการ ที่ร้าน จนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อนก็มาชักชวนอยากให้ไปทำรายการทีวี เพราะชอบเวลาเราพาไปกินไปเที่ยว ส่วนลูกชาย นิก ก็เข้ามาช่วยเมื่อ 7 ปีก่อน"
สำหรับรายการ "กินเที่ยว Around the world" เฮียซ้ง บอกว่า คิดมาจากที่เอาตัวเองเป็นหลัก เลือกกินแต่ร้านที่อร่อย ในขณะที่เรื่องเที่ยวก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งตอนที่ทำปีแรกอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จัก จนมาปีที่ 2 เริ่มเป็นที่รู้จัก และถึงวันนี้ก็พาแฟนรายการไปเที่ยวปีละ 8 ทริป รวมไปมา 30-40 ประเทศแล้ว
"ผมจะสอนลูกด้วยการที่จะไม่เอาปลาให้ลูกกิน แต่จะสอนลูกจับปลากินเอง ทำให้จะเห็นนิกมาทำงานกับผมตั้งแต่เด็กจนถึงวันนี้ วันหนึ่งหากผมจากโลกนี้ไปเขาก็จะจับปลากินเองได้ และอีกอย่างถ้าวันใดลูกเป็นผู้บริหารคุณมีบริวาร ต้องสอนให้เป็นฮ่องเต้ หรือเป็นอย่างฮ่องเต้"
ด้านลูกชายที่เดินตามรอยพ่อทั้งการเป็นนักชิม และการบริหารภัตตาคาร เผยว่า ตนถือเป็นรุ่นที่ 3 ที่เข้ามาร่วมดูและภัตตาคาร ซึ่งจะมีความแตกต่างตรงที่ได้นำเทคโนโลยี ซิสเต็มต่างๆ เข้ามาบริหาร้าน สมัยอากงต้องเฝ้าร้านตลอดชีวิตไปไหนไม่ได้เลย เพราะต้องเป็นคนคุมทั้งหมด แต่มาถึงรุ่นของตน ได้นำเอาระบบแคชเชียร์ ระบบการตรวจสอบบริหารจัดการเข้ามาใช้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องอยู่ร้านตลอดเวลา คุณภาพชีวิตคุณพ่อก็ดีขึ้น ไม่อย่างนั้นจะเข้าตำราคนหาไม่ได้ใช้ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องเสียเงินซื้อซิสเท็ม จึงต้องทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจก่อน
"ลูกๆสามคน เราทำงานกันตั้งแต่เด็ก จำได้ว่า 5 ขวบ ทุกวันอาทิตย์ เด็กๆ ตอนนั้นอาจจะเขียนหนังสือไม่เป็น เราก็จะวิ่งเอาบิลเข้าไปให้ด้านหลัง เอาไปให้แคชเชียร์ หรือวิ่งพาลูกค้าไปนั่งโต๊ะ พ่อจะสอนให้เราทำงานกันมาแต่เด็ก และตั้งแต่อายุ 15 ปี ทุกๆ 5 ปี พ่อจะเรียกนิกคุยว่าสเต็ปชีวิตจะเป็นอย่างไร พ่อจะทำแบบนี้ เราจะเอาด้วยไหม และจะเปิดโอกาสให้เราได้แสดงความคิดเห็น ค่อนข้างโชคดีที่พ่อเป็นคนทันสมัย ถึงจะเถียงกันแต่พอก็จะเก็บไปคิดทบทวนในสิ่งที่เราบอก"
“บางกอก City เลขที่ 36” จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.15 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 รับชมย้อนหลังทาง http://pptv36.tv/rkG และ https://tv.line.me/bangkokcity36
“กินเที่ยวอะราวเดอะเวิลด์” เอาใจสายกิน ลงผัง “พีพีทีวี” เริ่ม 9 ต.ค. นี้