ประวัติ “ต้อย เศรษฐา” นักแสดงอาวุโสมากฝีมือและศิลปินแห่งชาติผู้ลาลับ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดประวัติ “ต้อย - เศรษฐา ศิระฉายา” นักแสดงอาวุโสมากความสามารถ จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งปอด ในวัย 77 ปี

“ดาวดังลับฟ้า” ปี 2564 วงการบันเทิงอาลัย

ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ นักแสดงอาวุโสและศิลปินแห่งชาติมากความสามารถ ต้อย - เศรษฐา ศิระฉายา ในวัย 77 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดมานาน ไปอย่างไม่มีวันกลับ นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิง

อาลัย “อาต้อย เศรษฐา” เสียชีวิตในวัย 77 ปี หลังต่อสู้มะเร็งปอด

สำหรับ ต้อย - เศรษฐา ศิระฉายา หรือ อาต้อย เป็นบุคคลในวงการบันเทิงที่เป็นต้นแบบและเป็นที่เคารพรักอย่างมากกับนักแสดงและศิลปินรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน

ต้อย - เศรษฐา ศิระฉายา เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 เป็นชาว จ.พระนครศรีอยุธยา จบการศึกษามัธยมปลายจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรโครงการพิเศษ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหงระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

เส้นทางการเข้าสู่วงการบันเทิงของ “ต้อย เศรษฐา” นั้น เข้ามาตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี ด้วยการขนเครื่องดนตรีในวงดนตรีตามคำชักชวนของน้าชาย สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ อดีตพระเอกภาพยนตร์ชื่อดังในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาได้ฝึกหัดทักษะด้านดนตรีแบบครูพักลักจำ จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องตามสถานบันเทิงต่างๆ และได้รวมตัวกับเพื่อนๆ นักดนตรี ตั้งวงดนตรี Holiday J-3 ร่วมกับ วินัย พันธุรักษ์, พิชัย ทองเนียม, อนุสรณ์ พัฒนกุล และ สุเมธ อินทรสูต ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Joint Reaction และได้เปลี่ยนอีกครั้งว่า The Impossibles ซึ่งเป็นชื่อการ์ตูนชื่อดังของอเมริกาในสมัยนั้น โดย “ต้อย เศรษฐา” เป็นนักร้องนำ

และปี พ.ศ. 2512 The Impossibles สามารถคว้าถ้วยพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งผลให้วงดนตรีเริ่มเป็นที่นิยมและเป็นจุดเปลี่ยนให้ “ต้อย เศรษฐา” ได้เข้ามาเล่นภาพยนตร์เป็นครั้งแรก เมื่อเขาและเพื่อนๆได้รับการทาบทามจาก “เปี๊ยก โปสเตอร์” ให้มาร่วมบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง โทน (2513)

โดย The Impossibles นั้นสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบอีก 2 ครั้งติดต่อกัน และกลายเป็นวงที่โด่งดังมีชื่อเสียง ได้บรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ ดวง ในปี 2514 , สวนสน ในปี 2514, ระเริงชล ในปี 2515, ตัดเหลี่ยมเพชร ในปี 2518 ฯลฯ

จากนั้น ปี พ.ศ. 2518 หลังกลับมาจากการไปทัวร์ที่ต่างประเทศ “ต้อย เศรษฐา” ก็ได้รับการชักชวนจาก “จุรี โอศิริ” ให้มาแสดงภาพยนตร์อย่างจริงจังครั้งแรกคือเรื่อง “ฝ้ายแกมแพร” ในปี 2518 และก็ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาครองจากผลงานเรื่องนี้อีกด้วย

และเมื่อปี พ.ศ. 2519 The Impossibles ได้ตัดสินใจประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ “ต้อย เศรษฐา” จึงก้าวเข้าสู่การเส้นทางแสดงอย่างเต็มตัว มีบทบาทโดดเด่นทั้งการเป็นพิธีกรและเป็นนักแสดงที่เป็นยอดฝีมือคนหนึ่งที่สามารถรับบทบาทได้หลากหลายส่งผลให้มีผลงานออกมาให้เห็นอย่างมากมายจวบจนปัจจุบัน

สำหรับผลงานที่โดดเด่นที่สุดอีกเรื่องของ “ต้อย เศรษฐา” คือเรื่อง “ชื่นรัก” ในปี 2522 ซึ่งได้รับบทพระเอกประกบคู่กับ “อรัญญา นามวงศ์” นางเอกที่มีชื่อโด่งดังในยุคนั้น และจากการร่วมงานกันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ชีวิตทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน คือ อี๊ฟ - พุทธธิดา ศิระฉายา

ในปี พ.ศ. 2554 “ต้อย เศรษฐา”  ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) เป็นเครื่องการันตีถึงผลงานคุณภาพ ความสามารถที่เปี่ยมล้น ตลอดระยะเวลาที่ยืนหยัดอยู่บนเส้นทางสายนี้ และในวันที่ 26 เมษายน 2557 “ต้อย เศรษฐา” เดินทางมาที่หอภาพยนตร์ เพื่อประทับรอยมือรอยเท้า เป็นดาวดวงที่ 150 บนลานดารา หน้าโรงภาพยนตร์ศรีศาลายา

กระทั่งช่วงประมาณกลางปี 2562 “ต้อย เศรษฐา” ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอด จึงได้เข้ารับการรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง และได้รับกำลังใจดีจากครอบครัวและคนรอบข้าง ทำให้อาการป่วยดีขึ้นตามลำดับ

ซึ่งเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2564  “ต้อย เศรษฐา” ต้องเผชิญกับโรคระบาดอย่างโควิด-19  หลังพบว่าติดเชื้อก็รีบเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที โดยมีอาการเชื้อลงปอดและต้องอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิด โดยหลังจากที่รักษาตัวในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์ก็หายจากอาการป่วยโควิด และได้กลับบ้านเพื่อพักฟื้นต่อ

“ต้อย เศรษฐา” กลับบ้านแล้ว ลูกสาวอัปเดตอาการ

แต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา (2564) “ต้อย เศรษฐา” ต้องกลับไปทำคีโมอีกครั้งหลังจากหยุดพักไป 3 เดือน เนื่องจากก้อนที่ปอดที่เคยมีขนาด 8 ซม. ตอนเริ่มต้นรักษา ลดลงเหลือประมาณ 4 ซม. ลดยังไม่ได้มีการเติบโตขึ้น แต่เนื่องจากเป็นระยะที่ 4 มีการกระจายไปที่อื่นด้วย จึงต้องกลับมาให้คีโมใหม่ เปลี่ยนตัวยา และเพิ่มการให้ยา ซึ่งหลังจากให้คีโมก็กลับมาพักที่บ้าน โดยมีครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด

“อาต้อย เศรษฐา” กลับเข้าโรงพยาบาล ลูกสาวเอนเตอร์เทนด้วยดาราคนโปรด แฟนๆส่งกำลังใจ

และในเวลาต่อมาเริ่มอาเจียนและทานอาหารไม่ค่อยได้ สืบเนื่องจากผลข้างเคียงจากการคีโม จึงทำให้มีร่างกายที่ซูบผอม และต้องให้อาหารทางสายยาง แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มสู้และสู้ต่อการรักษา โดยได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากครอบครัวรวมไปถึงคนในวงการบันเทิงและแฟนๆที่ส่งความห่วงใยให้อย่างต่อเนื่อง

แต่ในท้ายที่สุด หลังต่อสู้กับโรคร้ายมานาน “ต้อย เศรษฐา” ก็ได้จากไปลงอย่างสงบ สร้างความเศร้าโศกให้แก่คนในครอบครัว คนในวงการบันเทิง และแฟนๆอย่างมาก

ทีมงาน “พีพีทีวี” ขอแสดงความเสียใจมา ณ โอกาสนี้

ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ข่าวบันเทิง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ