นักร้องดัง บี - พีระพัฒน์ เถรว่อง เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มีความผูกพันกับ ต้อย - เศรษฐา ศิระฉายา นักแสดงอาวุโสผู้ล่วงลับ ที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
และหลังจากที่เจ้าตัวไปมีโอกาสไปกราบลา ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “บี พีระพัฒน์ Be Peerapat” เล่าถึงความประทับใจต่อ “อาต้อย” ผู้ที่ให้ความรัก ความเมตตา และเป็นแฟนเพลง โดยระบุว่า
“วันนี้ไปกราบลาอามาครับ อยากจะขอแบ่งปันเรื่องราวของอาที่ผมรู้จักมาตลอดชีวิตให้ทุกคนได้รับรู้และรักอาเพิ่มขึ้นไปอีก
ผมรู้จักอาตั้งแต่เด็กจากในทีวีเหมือนทุกคนแหละครับ แต่มารู้จักแบบส่วนตัวคืองานประกาศรางวัลอะไรสักอย่างที่ผมเข้าชิงเมื่อประมาณปี2008-2009 วันนั้นผมนั่งอยู่คนเดียวแล้วจู่ๆอาเดินมาตรงที่ว่างข้างๆผมแล้วก็บอกอ้าวนี่นักร้องขวัญใจอานี่ แล้วก็หันไปบอกคนที่จัดการเรื่องที่นั่งว่าอาจะนั่งนี่แหละ แล้วผมก็สวัสดีอา อาก็บอกว่าอาเป็นแฟนเพลงผมนะ ผมก็ตกใจผสมดีใจแล้วก็ทำตัวไม่ถูกได้แต่ตอบว่าขอบคุณครับอา แล้วเราก็คุยกันอย่างถูกคอซึ่งใครคุยกับอาก็ต้องถูกคอทั้งนั้นแหละครับเพราะอาคุยสนุกและจริงใจ
ช่วงหนึ่งผมถามอาว่า อาทำยังไงถึงได้อยู่ในวงการได้อย่างยาวนานขนาดนี้ อาก็ตอบว่า ก็ทำง่ายๆอะลูก ทำให้คนเค้ารัก อย่าไปทำให้เค้าเกลียด ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่าคำตอบอาโคตรง่ายเลย แล้วก็คุยกันอีกหลายเรื่อง หลังจากนั้นผมก็ขอเบอร์อาไว้ว่าถ้าหากมีเรื่องอะไรในวงการที่ผมไม่เข้าใจผมจะรบกวนโทรไปปรึกษาอานะครับ แล้วหลังจากนั้นก็มีความสนิทสนมมากขึ้นเรื่อยๆ มีคอนเสิร์ตอะไรอาจะนึกถึงผมตลอดให้ผมได้ไปร้องด้วย และก็มีนัดทานข้าวกันเรื่อยๆจนผมรู้สึกเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนนึงจริงๆ และรู้สึกรักผูกพันกับครอบครัวศิระฉายา
อาเป็นคนเดียวในโลกที่ไลน์หาผมทุกวัน อาอยู่ในช่วงสำคัญของชีวิตผมทุกๆช่วง ไม่ว่าจะเป็น แต่งงาน คอนเสิร์ตใหญ่ อามีอิทธิพลต่อความคิดของผมอย่างมาก อาสอนผมเรื่องการร้องเพลงว่าอย่าคิดแต่จะเล่นเพลงที่เราชอบอย่างเดียวต้องเล่นเพลงที่คนดูชอบด้วยจะได้มีความสุขไปด้วยกันกับคนดู เวลามีเรื่องที่ต้องตัดสินใจหลายๆครั้งผมจะนึกว่าถ้าเป็นอาจะทำยังไง เช่นเรื่องที่เอกมาชวนผมกลับไปทำวง CRESCENDO ซึ่งตอนแรกผมตัดสินใจไม่ได้ แต่ผมจำได้ว่าอาเล่าว่าเพื่อนๆมาขอให้ช่วยอาจึงยอมกลับไปทำวง the impossible ที่หยุดไปหลายสิบปี ผมจึงคิดทำตามอา
จากเวลาสิบกว่าปีที่ผมใกล้ชิดได้รับความเมตตาจากอาผมสามารถบอกได้เลยว่า ความสามารถพิเศษของอาที่นอกเหนือไปจากความสามารถในด้านต่างๆที่ทุกคนได้เห็นกันในสื่อต่างๆก็คือ "ความสามารถในการทำให้คนรัก" นี่คือสิ่งที่ใครๆก็อยากเป็นอยากทำได้แต่ไม่ใช่ว่าทำได้ทุกคน ทุกคนคงทราบดีว่าการทำดีเพื่อหวังให้คนมารักนั้นมันไม่สำเร็จเสมอไป แต่สำหรับอา อาทำมันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดๆ มันเลยทำให้อาเป็นคนที่ทุกคนพูดถึงเหมือนกันว่า เป็นคนที่ "น่ารัก" และนี่เป็นบทเรียนสำคัญอีกอย่างของชีวิตผม
ถ้าในชีวิตนักร้องจะมีอะไรที่ผมภูมิใจที่สุดในชีวิต ก็คือการที่ได้มาสนิทสนมกับอาได้รับความรักความเมตตารวมทั้งคำชื่นชม ซึ่งตอนหลังผมก็มาได้ยินจากอีฟและอาเปี๊ยกอีก แม้กระทั่งวันนี้ที่ไปกราบอา อาเปี๊ยกก็แนะนำให้เพื่อนๆรู้จักผมว่า "รู้รึปล่าวเนี่ยใคร นี่ บี พีระพัฒน์ นักร้องขวัญใจต้อยเค้านะ"
สมาชิก “ดิ อิมพอสซิเบิ้ล” พร้อมเหล่าศิลปินร่วมร้องเพลง “เป็นไปไม่ได้” ให้ “ต้อย เศรษฐา”
ซึ่งผมได้ยินแล้วก็น้ำตาซึม นึกถึงความรักความเมตตาความชื่นชมที่อามีให้นักร้องตัวเล็กๆอย่างผม ทำให้ครอบครัวของอารักและเมตตาผมไปด้วย การจากไปของอาเท่ากับผมได้สูญเสียบุคคลที่รักผมจริงๆไปแล้วคนหนึ่ง จากนี้ไปผมคงคิดถึงอา และผมคงคิดถึงไปตลอดชีวิตของผมและจะมีอาเป็นแบบอย่างตลอดไปครับ”