เป็นอีกหนึ่งคนที่โดนผลกระทบจากประเด็นร้อน Forex-3D สำหรับนางเอกสาว “หยาดทิพย์ ราชปาล” หลังสามีธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์มีชื่อเอี่ยวไปด้วย หลังซื้อคอนโดหรูต่อจากหนึ่งในผู้ต้องหาของคดี Forex-3D จนต้องออกมาแจงว่าไม่มีส่วนข้อง
“หยาดทิพย์” รับเครียด ถูกโยงคดี “พิ้งกี้” เคลียร์ชัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ล่าสุด “หยาดทิพย์” ได้ออกมาเปิดใจผ่านทางรายการแฉ ถึงเรื่องราวดังกล่าว รวมถึงเรื่องของเพื่อนสนิท “พิ้งกี้ – สาวิกา ไชยเดช” ที่ถูกฝากในเรือนจำจากคดีดังกล่าว ซึ่งดาราสาวเล่าว่า
“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ออกงานไมได้ออกไปไหน เพราะว่ามันเป็นเรื่องเซนซิทีฟในหลาย ๆ อย่างของเราด้วย เราก็เลยไม่อยากพูดอะไรเยอะ พิ้งกี้เป็นเพื่อนสนิทมาก ๆ ค่ะ”
คุยกับ “พิ้งกี้” ก่อนเข้าเรือนจำล่าสุดเมื่อไหร่?
“ก่อน 1 วัน เขาเองก็ยังปกติ คือช่วงหลังมานี้เราก็ทำรายการยูทูบด้วยกัน ช่วง 3 – 4 เดือนหลังมานี้เราค่อนข้างเจอกันบ่อยมาก เพราะเราต้องนัดคุยงาน ตัดต่อ ถ่ายทำ หลายอย่าง มันก็เลยกลายเป็นว่าเราคุยกันอาทิตย์นึงหลายวัน เพราะเราทำยูทูบคู่กันค่ะ เราเพิ่งทำไปได้ไม่กี่เทปเอง ก็มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมา คืนก่อนหน้าที่กี้จะถูกส่งตัวไปก็ยังได้คุยกันอยู่เรื่องงาน เรื่องยูทูบของเราค่ะ”
พอมีข่าวว่าเขาโดนส่งไปปุ๊ป ตอนนี้กระแสค่อนข้างถาม “หยาด” เยอะ?
“หยาดรู้พร้อมทุกคนค่ะ หยาดรู้จากข่าวคืนนั้นค่ะ พร้อมทุกคน ตอนที่รู้หยาดก็ช็อกค่ะ ก็พูดอะไรไม่ออก แล้วอีกอย่างหนึ่งความรู้สึกมันถาโถมเยอะ เยอะ ๆ เยอะมากๆ ค่ะ ด้วย ณ เวลาช่วงนั้นคือ อันนี้คือตอบในฐานะของเพื่อนก่อนนะคะ คือจากข่าวต่าง ๆ หรือเรื่องการกระทำความผิดหรือคดีความต่างๆ หยาดเข้าใจในเรื่องตรงนั้น แต่อันนี้ขอตอบในความรู้สึกของคนที่เป็นเพื่อนก่อน เพราะว่าเราใจหาย แล้วเราก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หยาดก็ได้แต่สอบถามจากคนใกล้ตัว ก็จะมี “พี่เต้” (คนดูแลพิ้งกี้) แล้วก็ผู้จัดการของกี้อีกคนนึง ซึ่งก็ไม่มีใครรู้อะไรเลย เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป ณ ตอนนั้น ก็รู้ทุกอย่างผ่านข่าวเหมือนทุกคนค่ะ”
หลังจากที่ “พิ้งกี้” เข้าไปอยู่ในเรือนจำ ได้มีโอกาสติดต่อไหม?
“ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้หยาดก็ได้แค่เขียนจดหมายค่ะ ส่งไปที่เขาอยู่ แต่ว่าเป็นจดหมายออนไลน์ เป็นระบบของทางเรือนจำ ก็เขียนไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่กี้ยังไม่ได้ตอบ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ตอบค่ะ มันก็เป็นระบบที่ถูกต้องค่ะ เราก็จะสามารถเขียนส่งไปได้ (เขียนไปส่วนกลาง?) ใช่ค่ะ ก็ทำได้แค่นั้นเองค่ะ”
“พิ้งกี้” ก็ยังไม่พร้อมให้ใครเจอ?
“ใช่ค่ะ น่าจะอย่างนั้น นี่ก็เดือนนึงแล้ว แต่หยาดก็ยังไม่ทราบอะไนอกจากนั้นค่ะ”
ได้มีโอกาสคุยกับคนที่เข้าเยี่ยม “พิ้งกี้” ไหมว่าเป็นไงบ้าง?
“มีโอกาสคุยค่ะ ก็ขอไม่ตอบแล้วกันเนอะ คือตัวหยาดเองก็ไม่ได้มีชื่อเป็นคนไปเยี่ยมได้ คือทางกี้เขาก็จะให้ใครเยี่ยม ไม่เยี่ยมหรืออะไรอย่างนี้ หรือว่าเขาพร้อมจะตอบจดหมายหรือเขาไม่พร้อม หยาดก็เลยไม่อยากพูดแทนเขา เราเดินเข้าไปเองไม่ได้ ต้องเป็นคนที่เขาให้เยี่ยม”
มีประเด็นกรแสที่โยงบอกสามีของ “หยาด” ว่า “พิ้งกี้” เป็นคนหาให้?
“ก็ได้ยินค่ะ ขอตอบตรงนี้เลยนะคะที่มีกระแสออกมา มันมีข้อมูลหลายเรื่องที่ออกมาโดยที่ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องจริงไม่พอ แต่มันเป็นการบิดเบือนไปหมดเลย บางเรื่องไม่มีมูลด้วยซ้ำ คือหยาดกับ “พี่เมฆ” รู้จักกันผ่านเพื่อนสนิทของเราทั้งคู่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราเจอกันแทบทุกอาทิตย์ ไม่ได้เกี่ยวกับกี้เลย เป็นเพื่อนของพี่เมฆและเพื่อนของหยาด เพื่อนนอกวงการ ไม่ใช่กี้แนะนำ ตั้งแต่คบกันมากับพี่เมฆประมาณ 4 ปี พี่เมฆเคยเจอกี้ไม่เกิน 2 - 3 ครั้ง แล้วที่เจอคืองานวันเกิดหยาดที่เพื่อนมาเป็นกลุ่มใหญ่ เขาแทบไม่รู้จัก ไม่ได้เจอกันเลย เพราะเวลาหยาดเจอกับกี้ก็ไปเจอกันข้างนอก ไปคุยเรื่องงาน นั่นนี่ จริง ๆ หยาดสนิทกับกี้มาตั้งแต่เด็ก แต่จะมีช่วงที่ห่างกัน เพราะเราอยู่ คนละช่อง แต่เราจะเจอกันตามงาน ที่เราเป็นเจนฯเดียวกัน แต่ไม่ได้แฮงเอาท์ส่วนตัว จนมาช่วงเขาหย่าแล้วเขากลับมาทำงาน แล้วบ้านเขากับคอนโดหยาดมันอยู่ไม่ไกลกัน เขาก็จะโทรมาว่าไปไหน ทำอะไร เราก็จะบอกมาเจอกันไหม จะได้ไม่เหงา ก็เลยเริ่มกลับมาสนิทกัน แต่รายการยูทูบเพิ่งเริ่มทำด้วยกันได้ 3 อีพี”
ถามถึงเรื่องคอนโดของสามี “หยาด” เป็นของ “อภิรักษ์” มาก่อน?
“ใช่ค่ะ เป็นของอภิรักษ์มาก่อน อันนี้ถูกต้อง แต่ว่าข้อมูลอื่นที่เหลือที่ไม่ถูกต้องมีเยอะมาก หนึ่งต้องอธิบายว่าคอนโดนี้ “พี่เมฆ” เขาซื้อมา ก่อนที่คนชื่ออภิรักษ์จะถูกจับและดำเนินคดี คือตอนที่จะซื้อ เราหาคอนโดที่มันใหญ่ขึ้น เราก็ดูโลเคชั่น ก็ดูๆ 3-4 ที่ ก็มีนายหน้ามาเสนอเรา แล้วก็มีห้องนี้อยู่ด้วย เราก็ไปดูแต่สุดท้ายเราก็ชอบที่นี่ เพราะโลเคชั่นมันได้ พี่เมฆเขาก็ไปที่คอนโดแล้วมีนายหน้าไป
ต้องบอกว่าหยาดกับอภิรักษ์ เกิดมาไม่เคยเจอเขา ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยคุยกับเขา ไม่เคยเจอเขาเลยในชีวิตนี้ เพิ่งรู้จักตอนเขาเป็นข่าว ส่วนพี่เมฆเขาก็ไม่เคยรู้จักอภิรักษ์มาก่อน เขาไม่ได้เป็นเพื่อนกัน เขาไม่เคยเจอกัน จนกระทั่งพี่เมฆจะซื้อคอนโดนี้แล้วก็ได้เข้าได้เข้าไปดู เจอคนนี้ที่เป็นเจ้าของ พี่เมฆเป็นคนเจอ หยาดไม่ได้เจอ ได้เจอแบบผ่าน ๆ เหมือนเขาเปิดห้องให้ดู ทุกอย่างเป็นการดูและซื้อขายผ่านนายหน้า แล้วพอหลังจากนั้นก็เจออีกครั้งเดียวที่กรมที่ดิน คือวันที่โอนห้องกัน แค่นั้นเองค่ะ”
เจอข่าวแรงกระทบไหม?
“ข่าวแรงมากค่ะ คือมันไม่ใช่ มันไม่ใช่เลยค่ะ แล้วมันกระทบหลายเรื่อง เหมือนที่หยาดชี้แจง สามีหยาดเขาไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว และยืนยันตรงนี้นะคะว่าที่เราซื้อ เราซื้ออย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่าง และเรามีหลักฐานยืนยันทุกอย่างที่พิสูจน์ได้ แล้วระยะเวลาที่เราซื้อ ตอนนั้นที่เราซื้อ เจ้าของห้องเก่าเขายังเป็นคนที่ทำงานถูกกฎหมายนะคะ เราก็ไม่รู้ว่าวันนึงเวลาผ่านไปแล้ว บ้านที่เราจะซื้อมาอยู่ วันนึงผ่านไปเจ้าของคนนี้ดันโดนคดีฉ้อโกง แล้วกลายเป็นว่ามาเขียนโยงว่าเรารับซื้อของโจรหรือเปล่า หรือเราเป็นนอมินีหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่ มันไม่ใช่เลยค่ะ
มันก็มีผลกระทบค่ะ กระทบเยอะ หนึ่งคือสภาพจิตใจ เพราะมันมาหลายระลอก หลายเรื่อง สองคือกระทบกับลูก เพราะบางเพจ บางสำนัก บางหัวข้อข่าว เขาพาดหัวโดยเอารูปลูกของหยาด รูปสามี รูปลูก แล้วลงพาดหัวในรูป แล้วใช้คำว่าเราเป็นนอมินีหรือเราเป็นผู้กระทำความผิดในคดีฟอเร็กซ์ ซึ่งหยาดรู้สึกว่าข่าวพวกนี้มันอยู่ไปนาน แล้วอีกอย่างลูกหยาดก็เป็นเด็กคนนึง มันจะกระทบเขาในระยะยาว ชื่อของเขา หน้าของเขา มันจะอยู่กับข่าวนี้ โดยที่ว่าครอบครัวเราเป็นผู้กระทำความผิดเหรอ ซึ่งจริง ๆ เราไม่ได้ทำค่ะ”
คอนโดห้ามซื้อขาย?
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็ต้องบอกตามตรงว่าเราได้มีการชี้แจง ได้มีการพูดคุยหรือเอกสารหลักที่เรามีอย่างถูกต้องแล้ว แต่ว่าทางกฎหมายเขาก็ได้เหมือนที่ข่าวออกมาว่าเขาได้อายัดไว้ แต่ว่าอายัดในที่นี้เราห้ามขายต่อไปให้คนอื่น สามีหยาดไม่สามารถขายให้ใครต่อได้ ณ ตอนนี้ แต่เราอยู่ได้อย่างถูกต้องจนกว่ากระบวนการหรืออะไรมันจะเสร็จสิ้นหรือจบลง จริง ๆ ถ้าเป็นเรื่องเขาตัวเราคนเดียว หยาดจะไม่รู้สึกซีเรียสหรือเครียดขนาดนี้ แต่ตอนนี้เราเครียดมากๆ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว พอวันนึงเรามีครอบครัว มีลูก จะรู้สึกว่ามันส่งผลกระทบเยอะมากค่ะ กับตัวสามีตอนที่ข่าวออกมาตอนแรกเขางง ว่ามันมาเกี่ยวโยงกับเขาได้ยังไง วันแรกที่งง วันที่สองข่าวเริ่มหนักขึ้น ๆ จนจากที่งงกลายเป็นเครียด เขาก็ไม่เคยเจอว่าจะมีชื่อในข่าวอะไรขนาดนี้”
“หยาด” อยากบอกอะไรกับทุกคน?
“เหมือนที่ได้บอกไปแล้วนะคะ จริง ๆ หยาดไม่ได้อยากออกมาพูดอะไรเยอะเลยค่ะ อย่างที่บอกว่ามันมีสองอย่าง หนึ่งมันก็เป็นความรู้สึกจิตใจของความเป็นเพื่อนด้วย สองก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีความอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่ตรงนั้นเราก็เข้าใจตามกระบวนการทางกฎหมาย แล้วเราก็เห็นใจคนที่เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน สามมันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเรา
แต่วันนี้ที่ต้องออกมาพูดเพราะมันกระทบกับครอบครัวเราหนักมากเลย บางคนเขาอาจจะไม่ได้อ่านข่าวทั้งหมด เขาอาจจะอ่านแค่พาดหัว แล้วหยาดรู้สึกว่ามันส่งผลระยะยาวกับครอบครัวกับลูก เลยต้องออกมาชี้แจง แล้วก็ขอยืนยันตรงนี้นะคะว่าครอบครัวเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับคดีฟอเร็กซ์ 3ดี แล้วคอนโดที่เราซื้อและอยู่เราทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่เจ้าของเขาจะมีเรื่องคดีฉ้อโกงออกมา เราขอยืนยันว่าเราคือผู้บริสุทธิ์ค่ะ”
ขอบคุณภาพ IG yardthip