ถือเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายที่ ตั้ว ศรัณยู ได้ทุ่มแรงกายและแรงใจควบคุมการผลิต และยังเป็นการโคจรมาเจอกันครั้งแรกของ 2 นักแสดงระดับฝีมือ รถเมล์ - คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ ประกบคู่ กอล์ฟ - อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา ร่วมด้วยนักแสดงเจ้าบทบาทอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อ้น - สราวุธ มาตรทอง, อี๊ด -สุประวัติ ปัทมสูต, ไผ่ - พาทิศ พิสิฐกุล, กวาง - วรรณปิยะ ออมสินนพกุล, ขนมจีน - กุลมาศ สารสาส, ไอซ์ - ศรัณยู วินัยพานิช, ลิฟท์ - สุพจน์ จันทร์เจริญ, ขวัญฤดี กลมกล่อม, ตระการ พันธุมเลิศรุจี ฯลฯ
ในส่วนของการทำงานเรื่องนี้เป็นอย่างไร ต้องไปฟังจากปากพระนางของเรื่อง เริ่มที่ รถเมล์ – คะนึงนิจ เล่าถึงบทบาทที่ได้รับว่า “รับบทเป็นครูสอนศิลปะ จะออกแนวอาร์ทๆ หน่อย จนชีวิตวันหนึ่งต้องพลิกผัน ผิดหวังจากการใช้ชีวิตทั้งพ่อและแม่ เลยเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นผู้หญิงที่มีแต่ความเศร้า สำหรับละครเรื่องนี้จะตัดเนื้อหาสลับไปสลับมา โดยจะมีภาคปัจจุบันและย้อนกลับไปในอดีต เมื่อ 3 ปีก่อน รถเมล์เองจะดำเนินเรื่องจากปัจจุบัน จนกระทั่งมาเจอตู้นาฬิกาที่พาย้อนอดีตกลับไป เพื่อแก้ไขอะไรบางอย่างของครอบครัว ที่นี่เมื่อ 3 ปีก็ได้รู้จักกับ กอล์ฟ อนุวัฒน์ ซึ่งไม่เคยรู้จักกับเรามาก่อนเลย เนื้อหาจะดำเนินเรื่องแบบคู่ขนาน คือ ในปี 2558 และ ปี 2561 ไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นอยากให้แฟนละครติดตามชมตั้งแต่ต้นเรื่อง จะได้เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ในละครได้อย่างสนุกสนานคะ”
หนุ่มกอล์ฟ - อนุวัฒน์ กล่าวถึงการทำงานคู่กับ สาวรถเมล์ ครั้งแรกว่า “เรื่องนี้ได้มาเจอกับ รถเมล์ เรื่องแรก สบายๆ ครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยติดตามผลงานของรถเมล์มาบ้าง ชื่นชมฝีมือการแสดงของเขามาตลอด และอยากร่วมงานละครกับรถเมล์มานานแล้ว พอได้
มีโอกาสมาแสดงด้วยกัน ก็ดีใจครับ เพราะเขาทำให้เราเชื่อว่าเป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ หลังจากที่ได้เล่นด้วยกัน แต่จะมีเกร็งๆ บ้างนิดหน่อยในฉากกุ๊กกิ๊กครั้บ ในส่วนการทำงานกับ พี่ตั้ว ศรัณยู นั้น ก็มีเพื่อนๆ นักแสดงคนอื่นๆ ถามเหมือนกันว่า พี่ตั้ว ดุไหม ผมคิดว่าพี่ตั้วไม่ดุนะ ถ้าเราทำการบ้านกับบทที่ได้รับมอบหมายมาอย่างดี ในมุมการทำงานพี่ตั้วเป็นคนตั้งใจทำงานมากๆ และทำงานละเอียดด้วยครับ ฝากติดตามผลงานละครเรื่องนี้ด้วยนะครับ”