“บัวชมพู ฟอร์ด” ควงลูกชายฝาแฝด “น้องมาร์ค-น้องเหมา” เผยลูกชายแพ้อาหารหนัก อันตรายเกือบถึงชีวิต คำพูดของลูกชายที่ทำให้คุณแม่บัวชมพูเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow
เพิ่งขึ้นคอนเสิร์ตมาหมาดๆ เป็นยังไงบ้าง?
บัวชมพู: สนุกสนานมาก เหมือนรียูเนียนมาเจอกัน จริงๆ ก็ไม่ได้ขึ้นเวทีสักปีสองปี เพราะปกติก็เจอกันเรื่อยๆ ก็ตื่นเต้น ซ้อมกันเยอะ ป๊อบแองเจิ้ล 3 คนต้องมีท่าเต้นพร้อมกัน
บัวชมพู: น้องเขาเขินๆ แต่เหมามีแววเป็นศิลปิน เพราะชอบร้องเพลง เป็นอาร์ติส ชอบวาดรูป อะไรที่เป็นงานอาร์ตจะทำได้ดี เขาเป็นเด็กเวลาอยู่โรงเรียนจะมีโลกส่วนตัว ร้องเพลง ซึ่งคนอื่นจะไม่มี เหมาร้อง มาร์คจะเต้น เป็นสายตลก
พ่อเป็นนักธุรกิจ มีใครอยากเป็นเหมือนพ่อบ้าง?
บัวชมพู: มาร์คมีแวว แต่ลูกคนโตที่ไม่ได้มา เขาจะเป็นหัวธุรกิจ คนนั้นเรื่องการเงิน การคำนวณจะคำนวณเสร็จสรรพเหมือนคุณพ่อ ส่วนคนโตจะสายกีฬามากๆ เรื่องการแข่งขันเขาจะได้ดี เป็นนักว่ายน้ำ นักกอล์ฟ ตอนนี้น้องก็เล่นกอล์ฟอยู่
ลูกๆ ไม่เคยรู้ว่าเราเป็นศิลปินที่ดังมาก?
บัวชมพู: เขาอาจจะรู้ว่ามีเพลง แต่ละคร จะไม่ได้บอกเขา รู้มั้ยว่าแม่ดัง
มาร์ค: รู้ครับ หม่ามี๊บอก
เหมา: ตอนไปคุยแล้วโชว์หม่ามี๊อยู่ในละคร เจอแฟนคลับ
บัวชมพู: ไม่ค่อยให้เขาดูละคร เพราะกลัวลูกล้อค่ะ (หัวเราะ) ถ้าเพลงนี่โอเค ให้ฟังตลอด
คนโตอายุเท่าไหร่?
บัวชมพู: 14 ค่ะ สองคนนี้ 11 เป็นฝาแฝดที่ไม่เหมือนกันเลย นิสัยก็ไม่เหมือน เหมาผมหยิก มาร์คผมตรง คนนึงตาตี่ อีกคนตาแม่ หยิบมาสลับกัน เขาเป็นฝาแฝดแต่ไข่คนละใบค่ะ ซึ่งดีมากนะคะ ตอนแรกกลัวว่ามีลูกแฝดจะเหนื่อยเป็นสองเท่า แต่ไม่เหนื่อย พอเขาเริ่มโตเขาเล่นกันเอง บางทีเขาก็ไม่ได้สนใจเรา เขาเหมือนมีเพื่อน เป็นบัดดี้กัน
ลูกชายคนโตเริ่มมีโลกส่วนตัว?
บัวชมพู: เริ่มชอบอยู่ในห้องตัวเอง แม่ก็ไปแอบดูว่าคุยอะไร มีแชต ก็พูดน้อยลง ครับๆ แต่ก่อนจะเจ๊าะแจ๊ะๆ เรื่องสายแม่ก็ต้องตามสืบจากสองคนนี้ เพราะถามทีไรก็ไม่มี
น้องเหมาแพ้อาหารหนักมากต้องพกยาตลอด?
บัวชมพู: เขาแพ้แล้วข้างในเขาจะบวม ต้องพกยาฉีด แพ้หนักคือแป้งสาลีกับแพ้กุ้ง แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วกับแพ้แป้งสาลี บัวรู้ครั้งแรกตอน 3 เดือน เขากินนมบัว แล้วตอนนั้นเรากินเค้กมั้งคะ แล้วตอนกลางคืนเขาตัวแดง มีน้ำมูก ไปหาหมอ หมอบอกว่าคิดว่าแพ้อาหารแน่ แต่ต้องรอขวบนึงถึงตรวจได้ ซีงพอตรวจก็พบว่าแพ้กุ้งกับแป้งสาลี แต่ก่อนมีไข่ด้วย แต่ตอนนี้หายแล้ว โตขึ้นเรื่อยๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ได้ทานยา แต่ดูเรื่องสารที่ก่อภูมิแพ้ เรื่องฝุ่น ตรวจเรื่อยๆ จนถึงช่วงที่ให้ลองทานทีละนิด แต่ต้องทานในรพ. ตอนนี้กินขนมปังได้ 2 แผ่นแล้ว จากที่แพ้กินไม่ได้เลย
ต้องพกยาฉุกเฉิน เห็นว่าเคยใช้ด้วย เกิดอะไรขึ้น?
บัวชมพู: กินแป้งสาลีนี่แหละค่ะ บางทีไม่เห็น กินผิดเข้าไป เขาก็รู้ตัว เด็กแพ้ห้ามวิ่ง ตอนนั้นแพ้แล้ววิ่งเล่นก็ยิ่งเร็ว
เหมา: มีตอนนึงผมกินที่โรงเรียน แล้วรู้สึกหายใจค่อนข้างยาก แล้วชอบไอ ก็เลยไปถามครูว่าผมรู้สึกว่าผมกินแป้งไป เขาก็ให้ไปหาพยาบาล
บัวชมพู: โชคดีพยาบาลเก่งที่โรงเรียน เขาก็เรียกรถพยาบาลมา เขาไม่ได้กลัวเรื่องแพ้นะ เขากลัวตอนอยู่ในรถพยาบาล เพราะรถซิ่งมาก เหมาก็กลัวมาก (หัวเราะ) น่าสงสาร เขาคิดไว้เลยว่าถ้าหายแพ้จะกินอะไรกับเขาที่ไม่เคยได้กิน
อีกเรื่องที่น่ากลัวของบ้านนี้ คือเรื่องน้อยใจ ใครน้อยใจใคร?
บัวชมพู: ลูกเขาชอบมีคำพูดติดปากทั้งสามคนเลยนะคะ หม่ามี๊ไม่รักผม ทีแรกคิดว่าเรามีเวลาแบ่งให้เขาไม่พอหรืออะไร แต่จริงๆ เป็นคำพูดน้อยใจเวลาไม่ได้อะไร ก็จะบอกว่าไม่รักผม ตอนหลังก็เลยเริ่มชิน เป็นเหมือนกันหมดทั้งสามคน
ทำไมถึงมีคำพูดนี้?
มาร์ค: เพราะว่าหม่ามี๊ไม่รักมาร์คเพราะหม่ามี๊ไม่ซื้อของให้
บัวชมพู: หรือบางทีอยากให้กอด แต่เราทำโน่นทำนี่ เขาก็จะบอกว่าหม่ามี๊ไม่รักมาร์ค อยากให้กอดนิดนึง เหมาไม่ค่อย ดูเป็นพี่โต (หัวเราะ) เขาก็จะเข้ามากอด แต่มาร์คจะพูดเยอะ เหมาไม่ค่อยพูด ตอนแรกที่ได้ยินก็คิดว่าหรือเราละเลยหรือเปล่า แต่เด็กที่มีพี่ชาย เขาจะมองพี่เป็นไอดอล พี่ทำไรก็เลียนแบบ ซึ่งพี่พูดก่อน
เราน้อยใจมั้ย?
บัวชมพู: ไม่ได้น้อยใจ แต่จะกลับมาคิดว่าเราเป็นแบบนั้นหรือเปล่า แต่หลังๆ เริ่มชิน เพราะรู้แล้วว่าเขาเรียกร้องความสนใจ
ที่มารายการ: คุยแซ่บshow