WorldBank2026 WorldBank2026

"ทนายรัชพล" ชี้ "แสตมป์" แม้พูดไม่เอ่ยชื่อ แต่อาจเจอคดีเพิ่ม!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ทนายรัชพล" ชี้ แม้ "แสตมป์" พูดไม่เอ่ยชื่อ แต่อาจกลายเป็นคดีหากพิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวโยงถึงใคร แนะทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยลดปัญหาความขัดแย้ง

จากประเด็นการคุกคามและการฟ้องร้องคดีชู้สาวของนักร้องดัง “แสตมป์ อภิวัชร์” ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงโต้ตอบกันจากทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดกระแสพูดถึงในสังคมเป็นวงกว้าง กระทบกับคนดังในวงการเพลงมากมาย ซึ่งล่าสุด แสตมป์ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษและยอมรับว่าต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมดคือ “การนอกใจ” ของตน

ล่าสุด 20 ม.ค. 68 นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ให้ความเห็นในรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 ถึงกรณีดังกล่าว

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดหมดเปลือก! ฝ่ายคู่กรณี "แสตมป์" เล่าอีกมุม เชื่อแฟนสาวไม่ได้เป็นแฟนกับศิลปินดัง

นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ให้ความเห็นในรายการ เปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 รายการเปิดโต๊ะข่าว
นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ให้ความเห็นในรายการ เปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36

นายรัชพล ยืนยันว่า แสตมป์สามารถออกมาพูดเพื่อปกป้องตนเองได้ เพราะเขาโดนข่มขู่ คุกคาม ถ้าเกิดว่าเป็นคดีขึ้นมาจริง ๆ หรือได้รับความไม่ปลอดภัย ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตขึ้นมา เขาก็ควรที่จะออกมาพูดเพื่อเป็นพยานหลักฐาน

แต่ในส่วนที่พูด แม้แสตมป์จะไม่ได้เอ่ยชื่อใครบนเวที แต่หากการสืบพยานสามารถเชื่อมโยงว่าเขากล่าวถึงใครได้ อีกฝ่ายอาจยื่นฟ้องร้องในคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม เนื่องจากมีหลายคดีที่ผ่านมา ที่ไม่ระบุชื่อแต่ศาลตัดสินให้คนที่ฟ้องเป็นฝ่ายชนะ ต้องดูว่าเกิดความเสียหายต่อใครบ้าง และมีความชัดเจนในคดีแค่ไหน ซึ่งส่วนนี้อาจจะเกิดการฟ้องกันไป-มา ได้  โดยเฉพาะกรณีที่แสตมป์ตั้งเงื่อนไขว่า หากมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอยู่ในงาน เขาจะไม่สามารถขึ้นแสดงได้ ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานของอีกฝ่าย

นายรัชพล กล่าวต่อว่า การที่แสตมป์ออกมาพูดหรือโพสต์นั้น อาจถือเป็นสิทธิ์ที่เขาใช้ปกป้องตนเองและครอบครัว ซึ่งตนแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายพยายามเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มคดีความที่จะส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย แต่ในส่วนที่แสตมป์ออกมาขอโทษ และอาจกลายเป็นคดีมากมายตามมา ตนมองว่า ก็ต้องรับสภาพ เพราะเขาเป็นคนเริ่มต้นออกมาพูดเอง

ส่วนเรื่องที่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายคุกคาม สามารถพิสูจน์ได้ไหม ตนคิดว่าการคุกคามพิสูจน์ไม่ยาก เพราะจะมีแชทหรืออะไรต่างๆที่สามารถสืบได้ แต่การข่มขู่ ยัดข้อหา ม.112 เป็นเรื่องผิดกฎหมายทางอาญา มีโทษปรับและจำคุก ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ ส่วนเรื่องการนอกใจที่จบไปแล้ว ก็ควรจบกันทุกอย่าง ไม่ควรมีเรื่องอื่นตามมา

ขณะเดียวกัน เรื่องพฤติกรรมการคุกคามต่าง ๆ หากต่อสู้กันทางคดี จะย้อนถึงต้นตอเรื่องการนอกใจไหม นายรัชพลตอบว่า สามารถโยงได้  แต่ถ้าการพิจารณาฟ้องร้องกัน มีการจ่ายชดเชยค่าเสียหายไปแล้ว ตนมองว่ามันควรจะจบตรงนั้น แต่ถ้ายังไม่ยอมจบก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย ศาลอาจไม่รอลงอาญา เพราะคุณจะทำเพื่ออะไร ต้องดูที่จุดประสงค์เขาว่าต้องการอะไร เงิน หรือต้องการให้ใช้ชีวิตไม่มีความสุข ตนก็ไม่เข้าใจ

สุดท้าย นายรัชพลย้ำต่อถึงมุมมองของคดีว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปว่า ตนอยากให้ไกล่เกลี่ยให้จบลงด้วยดีมากกว่า ซึ่งอยู่ที่ทนายทั้งสองฝ่ายว่าสามารถพามาคุยกันได้หรือเปล่า แต่ถ้ายังฟาดกันไปมา ไม่รู้เหมือนกันว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร โดยทนายต้องเป็นตัวกลางหรือตัวแทนในการพูดคุยไกล่เกลี่ย

แต่จะสามารถจูงใจหรือชี้ช่องให้ลูกความเห็นประโยชน์ของการไกล่เกลี่ยได้ไหม อยู่ที่ความสามารถของทนาย ต้องจับตามอง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ