กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียลสำหรับ "คุณหนูแอลลี่" หรือ อลิชา สุขขี (ชื่อเดิม โชติมณี) อินฟลูเอนเซอร์สาววัย 25 ปี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และจับผิดอย่างหนักจากคลิปไวรัลเรื่องสเปกผู้ชายรายได้ 5 แสนต่อเดือน ตลอดจนการขุดคุ้ยโปรไฟล์และไลฟ์สไตล์สุดหรู ล่าสุดเธอได้เดินทางมาเปิดใจในรายการโหนกระแส พร้อมทนายความ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทุกประเด็น แยกแยะให้เห็นชัดๆ ว่าเรื่องไหนคือความจริง และเรื่องไหนคือความเข้าใจผิดในสังคม!
1. ประเด็นมาตรฐานการเลือกคู่ครอง และ รายได้เดือนละ 500,000 บาท
-
ข้อเท็จจริงเรื่องสเปกและการเลือกคู่: แอลลี่ยอมรับว่าตั้งมาตรฐานไว้สูงจริง โดยระบุว่า "ถ้าคนเข้ามาในชีวิตแล้วรายได้ต่ำกว่า 500,000 แอลลี่ไม่คุย แอลลี่พูดกับผู้ชายทุกคนแบบนี้เลยว่า 500,000 นี่คือ น้อยกว่าที่เราหาได้ต่อเดือนหลายเท่าอยู่นะคะ... ความสามารถเราอยู่คนละระดับ ถูกป่ะ" โดยผู้ชายที่จะเข้ามารุ่นเท่าๆ กันไม่มีทาง และหากอายุต่ำกว่า 40 ปีก็ไม่คุยอยู่แล้ว ชอบคนอายุเยอะและขยัน ยอมรับว่าปกติไม่ค่อยพูดเรื่องความรัก ที่ผ่านมามีแฟนเยอะช่วงตอนมัธยมพอมีบ้าง แต่พอมหาวิทยาลัยไม่มีเลยเพราะไม่มีเวลา แม้จะถูกถามว่ากลัวขึ้นคานไหม แต่เพราะทำงานหนักมาทั้งชีวิตและอยากประสบความสำเร็จในทุกด้านจึงยังคงมาตรฐานนี้ไว้
-
ข้อเท็จจริงเรื่องรายได้ 5 แสน/เดือน: เนื่องจากทำงานฟรีแลนซ์ทั้งสอนหนังสือ (ภาษาอังกฤษ) และทำธุรกิจหลายอย่าง รายได้จึงไม่คงที่ บางเดือนถึง บางเดือนไม่ถึง แต่เมื่อเฉลี่ยทั้งปีได้ไม่ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 6 ล้านบาทต่อปี ยืนยันว่าหาเงินได้แตะ 100,000 บาทแรกตั้งแต่อายุ 17 ปีจากการสอนหนังสือ ไม่กลัวสรรพากรเพราะเสียภาษีอย่างถูกต้องตลอดในรูปแบบบริษัทและมีทีมบัญชีดูแล
2. ประเด็นการศึกษา & การสละสิทธิ์การเป็น "หมอฟัน"
-
วุฒิการศึกษาที่ได้รับ: แอลลี่สอบติดคณะทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ได้ลาออกในช่วงกำลังจะขึ้นปี 5 ทำให้ได้รับวุฒิ "วิทยาศาสตร์บัณฑิต" (เนื่องจากเรียนครบ 4 ปีตามเงื่อนไขหลักสูตร) แต่ไม่ได้วุฒิทางทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต และไม่มีใบประกอบวิชาชีพ จึงไม่เคยเคลมว่าเป็นหมอที่รักษาคนไข้ เพียงแต่บอกว่าเรียนคณะนี้มา
-
เหตุผลที่ตัดสินใจลาออก (3 ปัจจัยหลัก):
-
อาการแพ้วัสดุทางทันตกรรม (อะคริลิค): มีอาการแพ้อย่างรุนแรงจนหายใจไม่ออก ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน
-
ปัญหาการเงินของครอบครัว: ค่าเทอมสูงถึงปีละ 1.2 ล้านบาท ที่บ้านบอกให้ลาออกเพราะจ่ายไม่ไหว ทำให้เธอคิดว่าต้อง Independent และต้องมีเงินเพื่อซัพพอร์ตตัวเอง
-
ธุรกิจเสื้อผ้ากำลังเติบโต
-
3. ประเด็นสถาบันกวดวิชา
-
จุดเริ่มต้นธุรกิจ: เริ่มจากช่วงว่างหลังสอบติดทันตะ ได้ลองเป็นติวเตอร์ทำคนเดียว พอนักเรียนเยอะขึ้นจึงทำระบบออนไลน์ มีเช่าห้องเรียน และขยายมามีห้องสอนเป็นของตัวเอง ซึ่งมีวันนี้ได้เพราะความสามารถของตัวเอง
-
การจดแจ้งสถาบัน: ปัจจุบันยังไม่ได้จดแจ้งเป็นสถาบันกวดวิชาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเปิดมายังไม่ถึง 1 ปี และมีข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่ของสถานที่เก่า ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการสำหรับสถานที่ใหม่
-
กรณีจับนักเรียนเรียนเดี่ยวมาเรียนรวม: แอลลี่ยืนยันว่าไม่ได้มัดมือชก ได้มีการสอบถามก่อนแล้ว และทำไปเพราะความจำเป็นบางอย่างเกี่ยวกับการจัดตารางเรียน โดยทำเพื่อประโยชน์ของนักเรียนด้วยการเพิ่มชั่วโมงเรียนให้เป็น 2 เท่าในราคาเดิม เพื่อให้เด็กพร้อมสอบมากที่สุด
4. ประเด็นไลฟ์สไตล์ ความหรูหรา ธุรกิจ และประวัติส่วนตัว
-
เบื้องหลังครอบครัวและการเปลี่ยนชื่อ: แอลลี่มีพี่น้องแม่เดียวกัน 1 คน และมีพี่น้องต่างแม่อีกหลายคนเพราะพ่อมีภรรยาหลายคน คุณแม่เสียชีวิตตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จึงอยู่กับแม่เลี้ยงมาโดยตลอด ที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว (ขนส่งรถบรรทุก/รับเหมาก่อสร้าง) แต่ไม่ได้ติดต่อกันมา 3 ปีแล้วตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ส่วนเรื่องชื่อ ได้เปลี่ยนชื่อเองจาก "โชติมณี" เป็น "อลิชา" ไม่เกี่ยวกับ "แม่มณี" ตามที่โดนสงสัย แต่เปลี่ยนเพราะคนชอบเรียกชื่อเดิมผิดและเขียนเป็นภาษาอังกฤษยาวไป
-
ภาพลักษณ์และการทำคอนเทนต์: ทำช่องคอนเทนต์เยอะ ทั้งเรื่องการเรียนและไลฟ์สไตล์ มีคนติดตามตลอด ส่วนคลิปเที่ยวบาร์โฮส แจงว่าเป็นงานโปรโมท แต่ยอมรับว่ามีไปเที่ยวบ้างเวลาทำงานเครียด การไปกินเหล้ากับคนแปลกหน้าถือเป็นการผ่อนคลายที่ดีที่สุด
-
ธุรกิจเสื้อผ้า 14 สาขา: เป็นการนำสินค้าไปฝากวาง (Consignment) ตามห้างสรรพสินค้า จึงใช้พนักงานเพียง 2 คนในการเตรียมของ
-
รถ Alphard & ที่พักอาศัย: รถ Alphard ในคลิปเป็นธุรกิจพาร์ทเนอร์ร่วมกับผู้ใหญ่เพื่อปล่อยเช่าให้กลุ่มลูกค้าธุรกิจหรือนักท่องเที่ยว ไม่ใช่รถส่วนตัว ส่วนที่พักอาศัย เธอเช่าคอนโด 2 แห่งย่านทองหล่อและพญาไท ค่าเช่ารวมประมาณ 140,000 บาทต่อเดือน
5. ประเด็นการแข่งขันที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
-
การยืนยันข้อเท็จจริง: แอลลี่ชี้แจงในรายการเพื่อยืนยันว่าเธอได้ไปแข่งขันจริง ไม่ได้กุเรื่องขึ้นตามที่มีกระแสข่าวลือ
-
ชมรมที่สังกัด: เธอเข้าร่วมแข่งขันในฐานะตัวแทนของชมรม Thammasat Model United Nations (TMUN) ซึ่งเป็นชมรมจำลองการประชุมสหประชาชาติของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ช่วงเวลาและสถานที่: การแข่งขันจัดขึ้นที่เมืองบอสตัน (Boston) สหรัฐอเมริกา ในปี 2020 โดยเธอผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนของชมรมมาตั้งแต่ปี 2019 และถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้ไปแข่งก่อนจะมีการล็อกดาวน์ช่วงโควิด
-
บทบาทที่ได้รับ: ในการแข่งจำลองการประชุมสหประชาชาติ (MUN) ผู้สมัครจะต้องสวมบทบาทเป็นตัวแทนประเทศต่างๆ โดยแอลลี่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของประเทศเซาท์ซูดาน (South Sudan)
-
กฎการแข่งขัน: ระหว่างการแข่งขัน ไม่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่จะให้ใช้เพียงคอมพิวเตอร์สำหรับพิมพ์งานและกระดาษจดข้อมูลที่เตรียมมาเท่านั้น เพื่อวัดความรู้และการเตรียมตัวของผู้เข้าแข่งขัน
-
หลักฐานการแข่งขัน: เธอได้นำรูปถ่ายขณะอยู่ในห้องประชุมใหญ่ที่มีโลโก้ชมรม รวมถึงรูปถ่ายคู่กับรูปปั้น John Harvard มาแสดงเป็นหลักฐาน ส่วนเรื่องใบประกาศเกียรติบัตร เธอชี้แจงว่าในการแข่งขันที่มีคนเป็นพันคน ใบประกาศมักจะมอบให้เฉพาะผู้ที่ชนะเท่านั้น ไม่ได้แจกให้ผู้เข้าร่วมทุกคน
-
แรงบันดาลใจ: แอลลี่ระบุว่าเธอแข่ง MUN มาตั้งแต่สมัยมัธยม และที่เลือกเข้าเรียนที่ธรรมศาสตร์ก็เพราะต้องการเข้าชมรมนี้เพื่อไปแข่งรายการที่ Harvard โดยเฉพาะ
6. การดำเนินการทางกฎหมาย และคดีความส่วนตัว
-
ฟ้องดำเนินคดีคนบิดเบือน: ทนายความระบุว่ากำลังรวบรวมหลักฐานฟ้องร้องบุคคลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวหาว่าเป็นสแกมเมอร์หรือไปหลอกลวงผู้อื่น ประมาณ 20 กว่าราย โดยย้ำชัดว่าจะ "เรียกค่าเสียหายเป็นเงินสดเท่านั้น และไม่รับคำขอโทษ"
-
คดีความภายในครอบครัว: แอลลี่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีเรื่องการปลอมลายเซ็นเพื่อโอนหุ้นในบริษัทเดิมของครอบครัว (AS Group)
บทสรุปจากใจ "คุณหนูแอลลี่"
แอลลี่ยอมรับว่ารู้ที่มีคนไม่ชอบ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องปกติ แม้จะกลัวว่าภาพจำที่ได้มาออกรายการโหนกระแสจะเป็นคนไม่ดี แต่ก็ดีใจที่ได้มาไขข้อข้องใจทั้งหมด พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในทุกข้อสงสัย และยืนยันว่าเจตนาไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร โดยหลังจากนี้จะนำบทเรียนไปปรับปรุงการสื่อสารให้ดีขึ้น