ตอนนี้สิ่งที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากไวรัสโควิด-19 คือการเดินทางของประชาชน แม้บางประเทศจะเริ่มพรมแดนแล้ว แต่ประชากรโลกส่วนใหญ่ก็ยังเดินทางระหว่างประเทศได้ลำบาก เพราะต้องกักตัวเป็นเวลานานถึง 14 วัน จีนจึงเสนอให้ประเทศอื่น ๆ ใช้ระบบ คิวอาร์โค้ด (QR Code) ในการสแกนข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการเดินทาง และผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของผู้เดินทางให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้คนที่ต้องการเดินทาง
ในระหว่างการประชุม G20 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ยื่นข้อเสนอให้ทั่วโลกหันมาใช้ระบบ คิวอาร์โค้ด ในการคัดกรองคนที่เดินทางระหว่างประเทศ ระบบที่จีนใช้แล้วทั่วประเทศ โดยระบบ คิวอาร์โค้ด ที่ประธานาธิบดีสี เสนอก็คือ แถบบาร์โค้ดที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนสแกน เพื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ของผู้เดินทางได้ ซึ่งคิวอาร์โค้ด ดังกล่าวจะมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 และประวัติการเดินทาง หาก คิวอาร์โค้ด แสดงสีเขียวหมายความว่าสุภาพดีและสามารถเดินทางได้ หาก คิวอาร์โค้ด แสดงสีเหลืองหรือแดงหมายความว่า มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อ และต้องได้รับการกักตัวนานสุด 14 วัน
ขณะนี้ คิวอาร์โค้ด ใช้อย่างกว้างขวางแล้วในประเทศจีน ตั้งแต่เริ่มอนุญาตให้ประชาชนเดินทางภายในประเทศได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยทำให้ติดตามและคัดกรองคนเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผู้เดินทางบางคนไม่จำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
ด้านทางการฮ่องกงกำลังพิจารณาใช้ระบบ คิวอาร์โค้ด เพื่อเปิดให้ชาวฮ่องกงสามารถเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ได้โดยไม่ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน โดยประชาชนจะต้องมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Nucleic Acid Test ก่อนจึงจะสามารถลงทะเบียนขอ คิวอาร์โค้ด ได้
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนหวังว่านานาชาติจะเห็นชอบใช้วิธีนี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานระบุว่านานาชาติจะเข้าร่วมการระบบการใช้ คิวอาร์โค้ด ที่จีนเสนอหรือไม่ แต่หลายฝ่ายกังวลว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนรั่วไหล
จีนเป็นประเทศแรกที่มีรายการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถยับยั้งการระบาดได้รวดเร็ว และให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ตอนนี้จีนมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมกว่า 86,000 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 4,600 ราย