เมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.) รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศวางแผนเพิ่มอัตราการเกิดใหม่ของประชากรในประเทศ โดยกำลังจัดหาเงินทุนเพื่อพัฒนาระบบจับคู่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; AI)
รัฐบาลเปิดเผยว่า อัตราการเกิดใหม่ของประชากรในปี 2019 ลดลงร้อยละ 5.8 มาอยู่ที่ประมาณ 865,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขประชากรใหม่ต่อปีที่ต่ำที่สุด โดยสาเหตุหลักมาจากผู้คนแต่งงานน้อยลง และอายุของคู่รักที่แต่งงานเฉลี่ยสูงขึ้น ซึ่งคู่รักที่มีอายุมากอาจประสบปัญหามีบุตรยาก หรือตั้งใจไม่มีบุตรเพื่อลดความเสี่ยงบุตรที่เกิดมาเป็นโรคบางโรค
เดิมญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีมีการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการจับคู่ให้ผู้ที่ต้องการคู่อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มีเกณฑ์จับคู่แคบ ๆ เช่น อายุ และรายได้
การระดมทุนของรัฐบาลล่าสุดคาดว่าจะพัฒนาระบบที่สามารถจับคู่ผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเพิ่มปัจจัยเรื่องงานอดิเรก ทัศนคติมุมมองเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดคู่รักที่แม้รายได้หรืออายุไม่เท่ากันแต่ก็เข้ากันได้ แต่ก็แลกมากับต้นทุนการพัฒนาที่สูงเช่นกัน
ที่จังหวัดไซตามะ ทางเหนือของโตเกียว ทุ่มงบ 15 ล้านเยน (ราว 4.3 ล้านบาท) ในปีงบประมาณถึงเดือนมีนาคม 2019 ในการพัฒนาระบบจับคู่ แต่มีคู่รักเพียง 21 คู่ที่ก้าวไปถึงประตูวิวาห์ ข้อมูลของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่า อัตราการแต่งงานในญี่ปุ่นลดลงกว่า 200,000 ครั้งนั้บตั้งแต่ปี 2000
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก Getty Image