ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดมีอย่างน้อย 521 คนแล้ว ในจำนวนนี้มี 141 คนที่เสียชีวิตจากการปราบปรามเมื่อวันเสาร์เพียงวันเดียว ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงออกแถลงการณ์ประณามกองทัพ ก่อนไปดูบรรยากาศของการประท้วงในวันนี้ มีรายงานว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ประท้วงเสียชีวิตเพิ่มอีก 15 ราย
สำนักข่าวอิรวดีรายงาน ยอดผู้เสียชีวิตนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริง ยอดจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เพราะยังไม่รวมเอาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งอาจจะไม่รอด และยังไม่ได้รวมเอาบรรดาผู้ประท้วงที่ถูกทหารจับกุมตัวไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ส่วนการประท้วงในวันนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำนักข่าว Myanmar Now รายงานบรรยากาศของการประท้วงในเมืองมัณฑะเลย์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวเมืองพร้อมใจกันขี่มอเตอร์ไซค์ประท้วง ชูป้าย “Help Us” และ “Stop Crime”
การประท้วงบนรถมอเตอร์ไซค์ยังเกิดขึ้นที่เมืองจู้นละ เขตซะไงก์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ
ชาวเมียนมานำกิ่งดอกประดู่ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติออกมาร่วมประท้วงด้วย ปกติดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่ชาวเมียนมามักใช้ประดับออกงานสำคัญ อย่าง งานประเพณี หรือพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงยังเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความแข็งแกร่ง
หรืออีกนัยหนึ่ง สื่อถึงความแข็งแกร่งของชาวเมียนมา ที่ยังคงออกมาประท้วงแม้จะถูกปราบปรามอย่างรุนแรง
ส่วนวันนี้ที่มัณฑะเลย์ ปรากฏภาพของพระสงฆ์จำนวนมากพากันออกมาเดินขบวนต้านเผด็จการ พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลคู่ขนาน CRPH โดยข้างๆ กันนั้นมีชาวเมียนมาที่เป็นคนหนุ่มคอยเดินไปด้วยดูแลความปลอดภัย
และที่นครย่างกุ้ง ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้ยังคงปรากฏภาพผู้ประท้วงในหลายจุด ที่เจดีย์สุเหล่ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง ผู้ประท้วงมาพร้อมกับป้าย “call R2P” เรียกร้องให้ทางสหประชาชาติเข้าแทรกแซงตามหลักการ R2P ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเราจะเห็นป้ายทำนองนี้บ่อยครั้ง
ส่วนเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทั่วนครย่างกุ้งดังสนั่นไปด้วยเสียงเคาะข้าวของอีกครั้ง ปกติจะเคาะกันช่วงกลางคืน แต่วันนี้เริ่มกันตั้งแต่ตอนกลางวัน ซึ่งชาวเมียนมาให้เหตุผลว่า สาเหตุก็เพื่อแสดงให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเห็นว่า ทุกวันนี้เมียนมายังคงไม่สงบ และผู้คนยังคงประท้วงต่อต้านทหาร
ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่กำลังเดินทางเข้าไปในย่างกุ้งคือ Clarissa Ward และน่าจะเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศคนแรกที่เดินทางไปเพื่อจับตาสถานการณ์
เธอเป็นผู้สื่อข่าวหญิงจากสำนักข่าว CNN โดยก่อนหน้านั้นเธอได้โพสต์ภาพถ่ายตั๋วเครื่องบินลงบนทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุไฟลท์บินจากกรุงโซล ไปนครย่างกุ้ง พร้อมแคปชั่นว่า “On the road”
โพสต์ของเธอมีผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็น บอกให้ระวังตัว รวมถึงมีชาวเมียนมาจำนวนไม่น้อยบอกเล่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น
กองทัพเมียนมา ปราบม็อบ ยอดตายทะลุ 500 ราย ถูกจับกว่า 2 พันคน