รัฐบาลจีนหวังเพิ่มประชากร แต่ประชาชนไม่เอาด้วย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้คนจดจำว่าจีนเคยบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียว อนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียง 1 คนเท่านั้น แต่อันที่จริงตลอดหลายปีของนโยบาย รัฐบาลผ่อนปรนความเข้มข้นลงเรื่อยๆ ในชนบท หากครอบครัวใดมีลูกคนแรกเป็นผู้หญิง หรือลูกคนแรกพิการ พวกเขาสามารถมีลูกคนที่สองได้ และในบางมณฑลอนุญาตให้พ่อแม่ที่ไม่มีพี่น้องสามารถมีลูกเพิ่มได้

การผ่อนปรนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อรัฐอนุญาตให้มีลูกคนที่ 2 ได้ดูเหมือนว่าความเปลี่ยนแปลงจะยังไม่เกิดขึ้นมากนัก ส่งผลให้ล่าสุดทางพรรคคอมมิวนิสต์จึงประกาศอนุญาตให้ผู้คนมีลูกคนที่ 3 ได้การอนุญาตอาจมาช้าเกินไป เพราะวันนี้หลายคนระบุว่า แค่ลูกคนเดียวก็แทบรับมือกับค่าครองชีพไม่ไหว

ไม่นานมานี้ ที่ประเทศจีนการมีลูกมากกว่าหนึ่งคนคือความผิดวันนี้เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง แรงงานขาดแคลนสวนทางกับประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลกลับรณรงค์ให้ผู้คนมีลูกมากกว่าหนึ่งคนไม่ใช่แค่สอง แต่ให้ถึงสาม

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาระหว่างการประชุมสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ สี จิ้น ผิง ผู้นำประเทศอนุมัติให้คู่สมรสสามารถมีลูกได้มากถึง 3 คน

นโยบายใหม่ผุดขึ้น หลัง 3 สัปดาห์ก่อนหน้า ทางการจีนเพิ่งจะเผยผลสำรวจสำมะโนประชากรปี 2020 ที่เผยว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงน้อยอย่างน่าใจหาย

อัตราเด็กเกิดใหม่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และแนวโน้มคือจะน้อยลงอีกเรื่อยๆ ปี 2019 จีนมีเด็กเกิดใหม่ราว 11.79 ล้านคน ข้ามมาปี 2020 จำนวนลดลงเหลือ 10.03 ล้านคน

ค่าเฉลี่ยลดลงถึงปีละร้อยละ 15 และหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป จีนจะเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก หลังการประกาศจากรัฐบาลให้แต่ละครอบครัวสามารถมีลูกได้ถึง 3 คน ปฏิกิริยาของประชาชนแตกต่างกันต่อนโยบายใหม่นี้ บ้างว่าน่ายินดี แต่จำนวนมากมองว่าการมีลูกมากๆ ในยุคนี้อาจเป็นภาระมากกว่าของขวัญ

หลายทศวรรษแล้วที่การมีลูกในจีนไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หากเป็นนโยบายที่คนในสังคมรับผิดชอบร่วมกัน

ครม.ทุ่มงบหมื่นล้าน จ่าย 4 ด้าน ตรวจ รักษาโควิด ผลข้างเคียงวัคซีน อนุมัติ 1.5 พันล้านจ่ายอสม.

จีนพบหวัดนก H10N3 ในคนครั้งแรก

จุดเริ่มต้นตั้งแต่สาธารณรัฐประชาชนจีนก่อตั้งขึ้น ปี 1949 หลังสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง จีนสูญเสียพลเมืองไปมากมาย รัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่นำโดยเหมาเจ๋อตงชูนโยบายเพิ่มจำนวนประชากร

ด้วยแรงจูงใจจากสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้ตามจำนวนสมาชิกครอบครัว 10 ปีผ่านไป ประชากรจีนเพิ่มขึ้นจาก 541 ล้านคน เป็น 665 ล้านคน

แต่ประชากรที่เพิ่มขึ้นหมายถึงปริมาณความต้องการทรัพยากรที่เพิ่มตาม ทุพภิกขภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1959 - 1961 จากความผิดพลาดของนโยบายนารวม ตลอดจนปัญหาสภาพอากาศ ส่งผลให้มีชาวจีนเสียชีวิตจากความอดอยากมากถึง 30 ล้านคน

ปี 1979 รัฐบาลจีนตัดสินใจออกนโยบายลูกคนเดียว ป้องกันปัญหาความอดอยากเกิดขึ้นซ้ำสอง นโยบายนี้ถูกใช้เฉพาะกับชาวจีนฮั่น ที่คิดเป็นสัดส่วนประชากรราวร้อยละ 40 - 60 ของประเทศเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงบรรดาชนกลุ่มน้อยอื่นๆ

การมีลูกคนที่สองในช่วงเวลานั้นนับเป็นความผิดร้ายแรงทางกฎหมาย บทลงโทษมีตั้งแต่เสียค่าปรับ ไล่ออกจากงาน ไปจนถึงบังคับทำแท้งและทำหมัน

นโยบายลูกคนเดียวทำให้จีนคุมประชากรได้อย่างที่วางไว้ กรรมการว่าด้วยการวางแผนครอบครัวแห่งชาติระบุว่า หากไม่มีนโยบายลูกคนเดียว ทุกวันนี้จีนอาจมีประชากรมากถึง 1,800 ล้านคนแล้ว

ในช่วงเวลาหนึ่ง การควบคุมจำนวนประชากรเพื่อแก้ไขปัญหาความอดอยาก เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผล แต่วันนี้จีนเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นสังคมอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ ประชากรวัยแรงงานกำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นโยบายถูกพับเก็บ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2015 จีนตัดสินใจอนุญาตให้คู่สมรสมีลูกคนที่สองได้

กระนั้น 5 ปีหลังการอนุญาต ตัวเลขเด็กเกิดใหม่กลับไม่เพิ่มตามที่รัฐบาลคาดหวัง นำมาสู่การอนุญาตล่าสุดให้มีลูกคนที่สาม

ปัญหาไม่ใช่ว่าคนไม่อยากมีลูกเพิ่ม แต่คือภาระทางเศรษฐกิจ จากค่าครองชีพี่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันข้อมูลจากปี 2019 ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งจนอายุ 17 ปีในจีนอยู่ที่ราว 2 แสนหยวน หรือเกือบล้านบาท

นั่นคือค่าเฉลี่ยที่ชีวิตจริงย่อมมากกว่านั้น อันที่จริงรัฐบาลจีนมีงบประมาณช่วยเหลือลูกคนที่สอง ตลอดจนส่วนลดทางภาษีต่างๆ แต่ในภาพรวมหลายคนมองว่ายังไม่เพียงพอ

ก่อนหน้าการประกาศนโยบายให้มีลูก 3 คนได้ “เว่ยป๋อ” สื่อสังคมออนไลน์จีนมีการสำรวจประเด็นนี้ว่าคนรุ่นใหม่พร้อมสำหรับการมีลูกคนที่สามหรือไม่ ร้อยละ 90 ตอบว่าไม่ จากนั้นไม่นานแบบสำรวจก็ถูกลบออกไป

ปัจจุบันอัตราการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงจีนมีสัดส่วนที่เด็ก 1.3 คนต่อผู้หญิง 1 คน จำนวนนี้ใกล้เคียงกับหลายประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายกันอย่างญี่ปุ่น หรืออิตาลี

หากต้องการทดแทนแรงงาน จีนต้องเพิ่มอัตราเจริญพันธุ์ให้เป็นเด็ก 2.1 คนต่อผู้หญิง 1 คน แต่ถ้านโยบายลูกสองคนยังไม่ได้ผล ยากที่ใครจะคิดถึงลูกคนที่สาม

ในทางประชากรศาสตร์ อนาคตของประเทศนั้นๆ สามารถวัดทิศทางได้ผ่าน “ปิรามิดประชากร” ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ปิรามิดในทุกสังคมล้วนคล้ายคลึงกัน คือมีจำนวนของเด็กเกิดใหม่มากที่สุด ตามมาด้วยวัยแรงงาน และผู้สูงอายุที่มีจำนวนน้อยที่สุด

การพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทางการแพทย์กำลังเปลี่ยนรูปโฉมของปิรามิดในหลายประเทศ อัตราการตายที่ต่ำ ประกอบกับอัตราการเกิดที่ลดลง คาดกันว่าในปี 2050 รูปแบบของปิรามิดฐานคว่ำจะพบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา

สิ่งที่จีนเผชิญคือปัญหาร่วมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เป็นความท้าทาย เมื่อผู้สูงอายุมีจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ จะดูแลคนกลุ่มนี้ได้ ประเทศต้องมีประชากรวัยแรงงานเพียงพอ

ไม่เพียงแต่อนุญาตให้มีลูกคนที่สาม แต่รัฐบาลจีนกำลังหาทางแก้ปัญหาอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การเลื่อนวัยเกษียณจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี หรือทดแทนแรงงานด้วยหุ่นยนต์

ขณะเดียวกันก็ต้องจูงใจคนหนุ่มสาวให้สร้างครอบครัว ที่ผ่านมาจะมีลูกหรือไม่ คือสิทธิและการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่วันนี้กลับเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

FINAL CALL

FINAL CALL

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ