รายงานจากสำนักข่าว Myanmar Now เปิดเผยว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารได้ก่อเหตุโจมตีหลายครั้งใส่ฐานที่ตั้งของกองทัพเมียนมาในภูมิภาคมะกเวและภูมิภาคซะไกง์ เหตุโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของกองกำลังติดอาวุธประชาชนเบกถาโน ที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมะกเว
โดยกองกำลังเบกถาโนได้ ระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อเวลา 04.30 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา ทางกองกำลังได้ใช้ระเบิดโจมตีไปยังพื้นที่และอาคารของกองทัพทั้งหมด 5 แห่งในภูมิภาคมะกเว ที่มีทั้งโรงงานยุทโธปกรณ์ทางทหาร โรงไฟฟ้า บ้านเรือน และธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตจากการโจมตีที่เกิดขึ้นที่ภูมิภาคมะกเว
อีกภูมิภาคที่เกิดเหตุโจมตีก็คือภูมิภาคซะไกง์ โดยฝีมือของกองกำลังติดอาวุธประชาชนหรือ PDF ในท้องถิ่น ซึ่งรายงานระบุว่า กองกำลังของภูมิภาคซะไกง์ใช้ระเบิดมือโจมตีไปที่สถานีตำรวจในเขตกะเล่
ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 13.30 น. ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังสองนัด ก่อนที่จะได้ยินเสียงระเบิดตามมา
นี่เป็นวิดีโอที่เผยให้เห็นระเบิดที่เสาไฟของบริษัท Mytel บริษัทโทรคมนาคมของกองทัพเมียนมา ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคซะไกง์ จะเห็นว่าแรงระเบิดอย่างรุนแรงที่โคนเสา ส่งผลให้เสาล้ม ส่วนภาพจากอีกมุมเผยให้เห็นวินาทีที่เสาสูงล้มลง
อีกวิดีโอมาจากทวิตเตอร์ของ May Wong ผู้สื่อข่าวของ Channel News Asia ซึ่งเป็นวิดีโอที่บันทึกเหตุไฟไหม้ที่อาคารของบริษัท Mytel ในภูมิภาคซะไกง์เช่นกัน จะเห็นว่าเปลวไฟขนาดใหญ่ลุกโชน มีขวันขโมงลอยขึ้นท้องฟ้า
ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในภูมิภาคซะไกง์มีทั้งหมดเท่าไหร่
นอกจากการโจมตีของกองกำลังติดอาวุธประชาชนหรือ PDF ยังมีรายงานการปะทะกับระหว่างกลุ่มต่อต้านรัฐประหารและกองทัพเมียนมาด้วย
เหตุปะทะเกิดขึ้นในภูมิภาคตะนาวศรีเมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการปะทะกันของสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือความร่วมมือกันของกองกำลังติดอาวุธประชาชนในท้องถิ่น ร่วมกับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือ KNU ส่วนอีกฝ่ายก็คือทหารเมียนมา รายงานระบุว่าการปะทะเกิดขึ้นช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ทั้งสองฝ่ายยิงปืนปะทะกันนานประมาณ 15 นาที โดยสาเหตุของการปะทะกันครั้งนี้เกิดจากที่ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารเห็นทหารเมียนมาลาดตระเวนอยู่ในอาณาเขตของ KNU
ทั้งนี้ หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันเดียวกัน ก็เกิดเหตุปะทะระหว่างกองกำลังติดอาวุธประชาชนและทหารเมียนมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้การปะทะกันเกิดขึ้นนาน 1 ชั่วโมง หลังจากกองทัพเมียนมาบุกเข้าไปยังพื้นที่โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
สำหรับการปะทะกันในภูมิภาคตะนาวศรีเมื่อวานนี้ มีรายงานระบุว่า ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธประชาชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 ราย ส่วนฝ่ายกองทัพมีทหารได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 นาย
กองกำลังชาติพันธุ์และกองกำลังติดอาวุธประชาชนลุกฮือต่อสู้กับกองทัพเมียนมา หลังจากเมื่อวานนี้ ดู่หว่า ละชี ละ ประธานาธิบดีของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือ NUG ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาของเมียนมา ได้ลงนามในคำสั่งด่วนฉบับที่ 1/2021 โดยใจความของคำสั่งด่วนฉบับนี้ก็คือ นับตั้งแต่กองทัพเมียนมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของพรรค NLD เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การก่อรัฐประหารได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนทั่วประเทศ
นอกจากนั้น ประธานาธิบดีของ NUG ยังได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียกร้องให้ตำรวจและทหารหันกลับมาอยู่เคียงข้างประชาชน ขอให้ธุรกิจหรือหน่วยงานเอกชนที่ทำการประท้วงกองทัพทำการประท้วงต่อไป และเรียกร้องให้กองกำลังชาติพันธุ์และประชาชนจับอาวุธเพื่อทำสงครามขับไล่รัฐบาลทหารในทุกพื้นที่ของประเทศ
ตร.ไทย ได้รับคำสั่งให้จับกุมสมาชิกรัฐบาลเงาเมียนมา
ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย มีรายงานระบุว่าตำรวจไทยได้รับคำสั่งให้จับกุมสมาชิกของรัฐบาลเงาที่พำนักอยู่ในผืนแผ่นดินไทย
เมื่อวานนี้สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมารายงานว่า ขณะนี้ตำรวจไทยได้รับคำสั่งให้จับกุมบุคคลใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติหรือรัฐบาลเงาของเมียนมา ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศไทย โดยแหล่งข่าวกรองระบุว่า ตำรวจไทยได้รับคำสั่งนี้ตั้งแต่ 2-3 เดือนที่แล้ว
นอกจากนั้น ตำรวจไทยยังได้รับคำสั่งให้บุกสถานที่ที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่พักของสมาชิก NUG โดยเฉพาะสมาชิกระดับสูง อย่างเช่น รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการจับกุมสมาชิก NUG แต่อย่างใด
รายงานของอิรวดี ยังระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีของเมียนมา และนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ยังเอื้อประโยชน์ให้กับกองทัพเมียนมาด้วย อย่างเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจไทยได้จับกุมชาวเมียนมาทั้งหมด 5 ราย โดย 3 ใน 5 คือนักข่าวจาก Democratic Voice of Burma (DVB) สำนักข่าวออนไลน์ของเมียนมา ที่รัฐบาลทหารเมียนมาระบุว่าเป็นสื่อผิดกฎหมาย ในตอนนั้นตำรวจไทยจับกุมชาวเมียนมาทั้ง 5 ราย ขณะที่พวกเขาพำนักอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ โทษฐานเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ไทยไม่ได้ส่งตัวชาวเมียนมาทั้ง 5 คน กลับประเทศ แต่รายงานระบุว่าได้ส่งตัวพวกเขาไปยังประเทศที่สามแล้ว
นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ประเทศไทยได้แจ้งกับนักการทูตว่าจะไม่ยอมรับบุคคลใดที่เป็นปฏิปักษ์กับกองทัพเมียนมา อย่างไรก็ตาม ไทยจะยอมให้ผู้ที่หลบหนีการข่มเหงของกองทัพเมียนมา สามารถเดินทางผ่านประเทศไทยได้ หากประชาคมระหว่างประเทศให้การสนับสนุนที่พักและอาหารให้แก่คนกลุ่มนี้
นายกฯ แคนาดาหาเสียง เจอม็อบป่วน-ปาหินใส่