ล่าสุดเกิดจลาจลในเรือนจำแห่งหนึ่ง หลังจ 2 แก๊งยาเสพติดใหญ่ เปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือดทำให้มีคนเสียชีวิต 116 ราย เหตุจลาจลขึ้นภายในเรือนจำแห่งหนึ่งในเมืองกัวยากิล อยู่ห่างจากกรุงกีโต เมืองหลวงของเอกวาดอร์ประมาณ 400 กิโลเมตร เป็นการปะทะกันระหว่างแก๊งยาเสพติดใหญ่ 2 แก๊งที่อยู่ในเรือนจำ ที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด อาวุธที่ใช้มีตั้งแต่มีด ปืน และระเบิด ญาติของนักโทษรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ โดยนักโทษคนนั้นบอกให้เธอรีบแจ้งตำรวจให้เข้ามาเรือนจำ เพราะเขากำลังจะถูกฆ่า
ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้ทางการต้องส่งตำรวจจากหน่วยปราบจลาจลและทหารจากหน่วยรบพิเศษกว่า 400 นายเข้ามาจัดการ แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะความชุลมุนวุ่นวาย มีรายงานว่านักโทษบางคนหนีตายด้วยการปีนขึ้นไปบนหลังคาเรือนจำ กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ก็ผ่านไปแล้วกว่า 5 ชั่วโมง
ในช่วงแรกมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 30 ศพ อย่างไรก็ตามเมื่อตำรวจเข้าไปตรวจสอบในเรือนจำเพิ่มเติมก็พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 100 ศพ โดยหลายศพพบว่าถูกทิ้งอยู่ในท่อระบายน้ำ และศพในท่อยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้
ขณะนี้รวมจำนวนผู้เสียชีวิตมีมากถึง 116 ราย นับเป็นเหตุจลาจลในเรือนจำที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์เอกวาดอร์ นอกจากนี้ในเรือนจำยังพบอาวุธจำนวนมาก มีทั้งปืนหลากหลายชนิดตั้งแต่ปืนพก ปืนไรเฟิล รวมถึงระเบิด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเอกวาดอร์ ระบุว่า การปะทะกันของแก๊งยาเสพติดมาจากคำสั่งของกลุ่มค้ายาเสพติดเม็กซิโก สถานการณ์รุนแรงถึงขั้นประธานาธิบดีต้องประกาศสภาวะฉุกเฉินในเรือนจำทั่วประเทศ
ความรุนแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมเจ้าหน้าที่เรือนจำจึงปล่อยให้เกิด? ที่สำคัญคือ อาวุธทั้งมีด ปืน ระเบิดมาจากไหน?
เอกวาดอร์มีพรมแดนติดกับโคลอมเบียและเปรู ประเทศผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ของโลก เอกวาดอร์จึงกลายเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติดที่กำลังจะถูกขนส่งข้ามชาติไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป มีข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนสิงหาคมของปีนี้ เจ้าหน้าที่เอกวาดอร์ยึดโคเคนได้แล้ว 116 ตัน ยังไม่หมดปี แต่จับโคเคนเป็นจำนวนเกือบเท่าปี 2020 แล้ว ที่ปีที่แล้วยึดได้ราว 128 ตัน เมื่อถูกจับได้ที่แอกวาดอร์ บรรดาแก๊งค้ายาเสพติดไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ต้องมาลงเอยในคุกของเอกวาดอร์
เรือนจำจึงกลายเป็นพื้นที่รวมตัวของเครือข่ายขบวนการยาเสพติดมากมายหลายกลุ่มที่มีความขัดแย้งกัน โดยในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้น ตำรวจคาดว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างแก๊ง โลส โลโบส และแก๊ง โลส โชเนรอส ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังมีปัญหานักโทษล้นคุกด้วย รวมเรือนจำทั้งหมดในเอกวาดอร์รองรับผู้ต้องขังได้ 30,000 คน แต่จำนวนผู้ต้องขังจริงทั่วประเทศมีมากถึง 39,000 คน
มาเรีย ลุยซา โรเมโร อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศปานามา และสมาชิกของคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ปัญหานักโทษล้นคุกเป็นปัญหาใหญ่ของแทบทุกประเทศในละตินอเมริกา เรือนจำบางแห่งมีผู้ต้องขังมากเกินกว่าศักยภาพเรือนจำจะรองรับได้ถึง 300%
ท่ามกลางภาวะนักโทษล้นเรือนจำและจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้คุมไม่เพียงพอ บวกกับผลประโยชน์และการคอรัปชั่น ทำให้ไม่ยากที่นักโทษเหล่านี้จะได้รับอาวุธที่เป็นมีด ปืนหรือระเบิดจากข้างนอก
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุต่อสู้สังหารกันในเรือนจำของบรรดาแก๊งอาชญากรรมและยาเสพติด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหตุจลาจลในเรือนจำใหญ่ 3 แห่งของประเทศ รวมถึงที่เรือนจำกัวยากิล ที่เพิ่งเกิดเหตุปะทะล่าสุดไป เรือนจำทั้ง 3 แห่ง คือ เรือนจำเควงคา ลาตงคุงตา และกัวยากิล ที่เพิ่งจะเปิดเหตุจลาจลล่าสุดไป ซึ่งเรือนจำทั้งหมดนี้มีนักโทษถูกคุมขังรวมกันคิดเป็นร้อยละ 70 ของทั้งประเทศ
การปะทะกันในเรือนจำทั้ง 3 แห่งเกิดขึ้นเพื่อแย่งชิงอำนาจในเรือนจำระหว่างหัวหน้าแก๊งใหญ่ 2 แก๊ง หลังจาก ฮอร์เก ลูอิส ซัมบราโน หัวหน้าแก๊งโลส โชเนรอส โดนยิงตายไม่กี่เดือนหลังออกจากคุก หัวหน้าแก๊งโลส โซเรนอสคือคนสำคัญในการดูแลขบวนการค้าของเถื่อนรวมถึงยาเสพติด ภายในคุกหลายแห่งของเอกวาดอร์ เมื่อเขาจากไป บรรดากลุ่มแก๊งต่างๆก็พยายามแย่งชิงความเป็นใหญ่จนเกิดจลาจล
การจลาจลในเรือนจำทั้ง 3 แห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 79 ราย ในคราวนั้นมีการใช้อาวุธที่ทำเองภายในเรือนจำเข้าต่อสู้กัน ร่างนักโทษที่เสียชีวิตในคราวนั้น ที่ถูกทยอยนำออกมาทำพิธีทางศาสนา นอกจากการปะทะกันแบบซึ่งหน้า ในเรือนจำเอกวาดอร์ยังมีรูปแบบการใช้ความรุนแรงอย่างอื่นอีก เช่น เหตุฆาตรกรรม เมื่อปี 2010 มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นภายในเรือนจำเฉลี่ยราว 25 รายต่อปี ก่อนที่สถิติจะเพิ่มสูงขึ้นเกิน 160 ราย เมื่อปี 2017