ทางการกรุงมอสโก และนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของรัสเซีย จะบังคับใช้มาตรการเข้มงวด จำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังยอดผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศพุ่งทะลุ 30,000 คน ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน และเพิ่งทำสถิติใหม่ 37,000 คน ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตรายวัน ก็ทำสถิติสูงสุด 5 วันรวด โดยเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มอยู่ที่ 1,075 คน
วัคซีนโควิด “สปุตนิก วี” ยังไม่ผ่านการรับรองยุโรป แต่ยอดสั่งซื้อสูง เผยประสิทธิภาพเพิ่ม 97.6%
กรุงมอสโก ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในประเทศ จะกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ 28 ตุลาคม ถึง 7 พฤศจิกายนนี้
ภายใต้มาตรการดังกล่าว สถานศึกษา และร้านค้าที่ไม่จำเป็นจะถูกสั่งปิด เช่นเดียวกับการนั่งทานอาหารในร้าน จะไม่สามารถทำได้ ส่วนโรงภาพยนตร์และพิพิธภัณฑ์จะจำกัดจำนวนผู้เข้าชม และรับเฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น
ส่วนนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จะเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ ตั้งแต่ 30 ตุลาคมนี้
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เพิ่งลงนามคำสั่งพิเศษ สั่งหยุดงานทั่วประเทศโดยไม่หักเงินเดือน เป็นเวลา 9 วัน เริ่มตั้งแต่ 30 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
แม้รัสเซียจะเป็นประเทศที่พัฒนาและผลิตวัคซีนต้านโควิดได้เร็ว นั่นคือ สปุตนิกวี แต่ประชาชนกลับไม่เชื่อมั่นในระสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตเองในประเทศ ทำให้อัตราการฉีดวัคซีนค่อนข้างล่าช้า โดยปัจจุบัน มีประชากรเพียง 30% ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว
ภาพ AFP