วันนี้ (12 พ.ย.) ศาลทหารเมียนมาพิพากษาจำคุก 11 ปี นักข่าวชาวอเมริกันวัย 37 ปี แดนนี เฟนสเตอร์ ปัจจุบันเขาเป็นบรรณาธิการอำนวยการของ “ฟรอนเทียร์เมียนมา” และก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ที่ “เมียนมานาว (Myanmar Now)” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีจุดยืนต่อต้านเผด็จการและการใช้ความรุนแรง
เฟนสเตอร์ถูกควบคุมตัวโดยกองทัพเมียนมามานานกว่า 5 เดือน เขาถูกปฏิเสธการประกันตัว และถูกคุมขังในเรือนจำอินเซน เมืองย่างกุ้ง เรือนจำที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา นับตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 24 พ.ค.
รัฐบาลเมียนมา ปล่อยนักโทษต้านรัฐประหารกว่า 5,000 คน
ในการไต่สวนของศาล ทนายของเฟนสเตอร์กล่าวว่า เฟนสเตอร์ถูกตัดสินว่ามีความผิด 3 กระทง คือ ละเมิดวีซ่า-กฎหมายคนเข้าเมือง เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผิดกฎหมาย และการยั่วยุภายใต้มาตรา 505a แห่งประมวลกฎหมายอาญาของเมียนมา เผยแพร่ความคิดเห็นที่ “ก่อให้เกิดความกลัว” หรือ “ข่าวเท็จ” ให้เกิดการต่อต้านกองทัพ ซึ่งทั้งหมดกองทัพเมียนมาเป็นผู้ตั้งข้อหา
เฟนสเตอร์เป็นหนึ่งในนักข่าวประมาณ 100 คนที่ถูกกองทัพเมียนมาคุมขังตั้งแต่เกิดรัฐประหาร ปัจจุบัน มีนักข่าวอีกประมาณ 30 ชีวิตที่ยังอยู่หลังลูกกรง
ล่าสุด เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เขาถูกแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 2 กระทง คือ ปลุกระดมให้เกิดการต่อต้านรัฐบาล และก่อการร้าย ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิต
ข้อกล่าวหาแรกอยู่ในมาตรา 124a แห่งประมวลกฎหมายอาญาของเมียนมา ซึ่งกำหนดให้มีโทษจำคุก 7-20 ปี หากผู้ใดพยายามสร้างความเกลียดชัง ดูหมิ่น หรือก่อให้เกิดความละอายแก่รัฐบาลและกองทัพ
อีกข้อกาอยู่ภายใต้มาตรา 50a ของกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งระบุว่า การติดต่อกับกลุ่ม “ผู้ก่อการร้าย” ที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด ถือเป็นอาชญากรรม เฟนสเตอร์อาจถูกจำคุกอย่างน้อย 10 ปีหรือโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
ใน 2 ข้อหาใหม่นี้จะมีการพิจารณาแยกกันต่างหาก
ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงมีการฟ้องร้องบรรณาธิการอำนวยการของฟรอนเทียร์เมียนมา เฟนสเตอร์ถูกจับที่สนามบินนานาชาติย่างกุ้งขณะพยายามเดินทางออกจากประเทศเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวของเขาที่สหรัฐอเมริกา
ด้านต้นสังกัดอย่าง ฟรอนเทียร์ เมียนมา กล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กว่า “รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อการพิจารณาคดี”
โทมัส คีน บรรณาธิการบริหารของฟรอนเทียร์เมียนมากล่าวว่า “ทุกคนที่ฟรอนเทียร์ผิดหวังและคับข้องใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ เราแค่ต้องการเห็น แดนนี ถูกปล่อยตัวโดยเร็วที่สุดเพื่อที่เขาจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวของเขา”
เยอรมนีติดโควิด-19 วันละครึ่งแสน มีผลกระทบการท่องเที่ยวไทยหรือไม่?
ฟรอนเทียร์เมียนมาเผยว่า ที่เฟนสเตอร์ถูกตั้งข้อกล่าวเหล่านี้ น่าจะสืบเนื่องมาจากเขาเคยทำงานให้กับสื่อที่ถูกกองทัพแบนอย่างเมียนมานาว แต่ฟรอนเทียร์เมียนมากล่าวว่า เฟนสเตอร์ได้ลาออกจากเมียนมานาวแล้วตั้งแต่เดือนก.ค. 2020 ก่อนเกิดรัฐประหาร และในช่วงเวลาที่เขาถูกจับกุมในเดือน พ.ค. 2021 เขาได้ทำงานร่วมกับฟรอนเทียร์เป็นเวลา 9 เดือนแล้ว
คีนกล่าวว่า “ไม่มีมูลเหตุใด ๆ ที่จะต้องตัดสินลงโทษแดนนีในข้อกล่าวหาเหล่านี้ ทนายของเขาชี้แจงอย่างชัดเจนต่อศาลแล้วว่า เขาลาออกจากเมียนมานาวและทำงานให้กับฟรอนเทียร์ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว”
ด้าน ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการของฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า “เหตุผลของการตัดสินโทษที่โหดร้ายและล่วงละเมิดสิทธินี้มี 2 ประการ คือ เพื่อข่มขู่นักข่าวที่เหลืออยู่ในเมียนมาด้วยการลงโทษเฟนสเตอร์ ขณะเดียวกันก็ส่งข้อความไปยังสหรัฐฯ ว่า กองทัพไม่พอใจการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และจะตอบโต้กลับด้วยการใช้การทูตตัวประกัน”
เขาเสริมว่า “งานวารสารศาสตร์ไม่ใช่อาชญากรรม และไม่ควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ แดนนี เฟนสเตอร์ และนักข่าวในเมียนมาจำนวนมากที่ยังถูกคุมขัง ควรได้รับการปล่อยตัวโดยด่วน”
ขณะที่ ทางการสหรัฐฯ กดดันรัฐบาลทหารให้ปล่อยตัวเขา ในคำแถลงก่อนการพิจารณาคดี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า “การกักขังเฟนสเตอร์อย่างไม่ยุติธรรมนั้นเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกเห็น กองทัพเมียนมาควรดำเนินขั้นตอนปล่อยตัวเขาทันที”
แต่กระนั้น โฆษกกองทัพยืนยันว่า เฟนสเตอร์จำเป็นต้องถูกควบคุมตัว และสหรัฐฯ ยังไม่มีท่าทีชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP