หน้าโรงพยาบาลเซนต์ โธมัส ในกรุงลอนดอนเต็มไปด้วยประชาชนที่มารอรับวัคซีนเข็มบูสเตอร์ คนต่อคิวยาวล้นออกมาจากศูนย์ฉีดจนมาถึงข้างนอกโรงพยาบาล การแห่เข้ารับวัคซีนเข็มที่ 3 เกิดขึ้นหลังยอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
ยอดสะสมของผู้ติดเชื้อโอมิครอนวันอาทิตย์อยู่ที่ 3,137 ราย เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค. 64) เพิ่มอีก 1,500 ราย ทำให้ยอดผู้ติดโอมิครอนในสหราชอาณาจักรมีสะสมแล้ว 4,713 ราย การเพิ่มขึ้นในอัตรานี้ทำให้รัฐบาลต้องยกระดับการเตือนภัยโควิดจากระดับที่ 3 ขึ้นเป็นระดับที่ 4
ซึ่งเป็นระดับรองคำเตือนอันตรายสูงสุด อีกสิ่งหนึ่งที่ทำคือ เรียกร้องให้ประชาชนรับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยด่วน ส่งผลให้เกิดภาพอย่างที่เห็น
มีรายงานว่า ชาวอังกฤษแห่กันเข้าไปจองฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์กันจนเว็บไซต์ของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ หรือ NHS ถึงกับล่ม รวมถึงยังมียอดลงทะเบียนขอชุดตรวจ ATK เป็นจำนวนมาก จนชุดตรวจหมดเช่นกัน อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความกังวลในสหราชอาณาจักรเนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโอมิครอนแล้ว 1 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็เพิ่มจาก 1 รายเป็น 10 รายแล้ว
บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน และยืนยันถึงข่าวที่ว่ามีคนเสียชีวิตแล้วด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า นาทีนี้รัฐบาลต้องทำทุกอย่างที่จะทำได้ ส่วนประชาชนก็ต้องเข้ารับวัคซีนเข็มบูสเตอร์
การระบาดของโควิดโอมิครอน ส่งผลให้ขณะนี้รัฐบาลอังกฤษขยับเส้นตายที่ว่า ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ต้องได้รับวัคซีนเข็มบูสเตอร์โดสภายในสิ้นเดือนมกราคม เลื่อนให้เร็วขึ้นมาเป็นสิ้นเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงเตรียมออกมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อควบคุมโรค เช่น ทำงานจากที่บ้าน ตรวจวัคซีนพาสปอร์ต ซึ่งเหล่านี้ทางสภาอังกฤษจะร่วมกันโหวตลงมติในวันนี้
ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่า ขณะนี้โควิดโอมิครอนคิดเป็นสัดส่วนการระบาดถึงร้อยละ 40 แล้วในกรุงลอนดอน ส่วนในภาพรวมทั่วประเทศคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ในอังกฤษ ด้วยตัวเลขนี้คาดว่าอีกไม่นานโอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักที่จะระบาดในกรุงลอนดอนแทนเดลตา
ทำไมวัคซีนสองเข็มจึงไม่พอรับมือกับโควิด “โอมิครอน”
เพื่อรับมือกับโอมิครอน สหราชอาณาจักรจึงต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 วันนี้มีคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญว่า ทำไมวัคซีนเข็มสามจึงจำเป็นในการรับมือกับโอมิครอน
ศาสตราจารย์โจนาธาน บอล นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม ในอังกฤษ ระบุว่า วัคซีนก็เหมือนกับโรงเรียน มีความรู้ให้กับนักเรียน วัคซีนก็มีความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 ที่จะมอบให้กับระบบภูมิคุ้มกันของเรา และยิ่งได้รับหลายเข็มก็ยิ่งเพิ่มพูนความรู้ วัคซีนเข็มแรกเสมือนการศึกษาชั้นประถม ที่ช่วยปูพื้นฐานให้ระบบภูมิคุ้มกัน วัคซีนเข็มที่สองเหมือนการศึกษาชั้นมัธยม ส่วนเข็มที่สามก็เหมือนระดับอุดมศึกษา หรือชั้นมหาวิทยาลัย ดังนั้นยิ่งฉีดกระตุ้นก็ยิ่งช่วยให้ร่างกายรับมือและป้องกันการติดเชื้อได้มากขึ้น โควิดโอมิครอนมีกลายพันธุ์หลายตำแหน่งบนส่วนของโปรตีนหนาม ส่งผลให้ส่วนหนามของมันมีโปรตีนที่แตกต่างจากโปรตีนของโควิดตัวดั้งเดิมจากอู่ฮั่น ที่วัคซีนใช้เป็นแม่แบบ เมื่อเจอกับโอมิครอนประสิทธิภาพจึงลดลง และการศึกษาเบื้องต้นว่า ภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสมาแล้ว 5-6 เดือนไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเชื้อโอมิครอน จะป้องกันได้จึงต้องฉีดเข็มที่ 3
หวั่นโอมิครอนจากสหราชอาณาจักรจะเข้ามาระบาดฝรั่งเศส
ปัจจุบันมีอย่างน้อย 67 ประเทศแล้วที่พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน แต่การระบาดที่รวดเร็วทำให้ขณะนี้ประชาคมโลกจับตาไปที่สถานการณ์ในสหราชอาณาจักร ประเทศที่วิกฤตที่สุดด้านประเทศเพื่อนบ้านเองก็ต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อที่อาจหลุดรอดเข้ามา หนึ่งในนั้นคือฝรั่งเศสที่ขณะนี้นักระบาดวิทยาหวั่นเกรงว่า โอมิครอนอาจช้ามช่องแคบอังกฤษมาระบาดที่นี่ภายในเดือนมกราคม
ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่ 59 ราย ขณะที่โรงพยาบาลของฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยโควิดในไอซียูเพิ่มขึ้น ประกอบกับเพื่อนบ้านอย่างอังกฤษที่กำลังระบาดอย่างหนัก จึงนำมาสู่ความกังวลว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โอมิครอนอาจเข้ามาระบาดในฝรั่งเศส
แผนที่การระบาดของโควิดโอมิครอนในยุโรป ทวีปที่มีประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด จะเห็นว่าส่วนใหญ่ของประเทศยุโรปตะวันตกพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนแล้ว มากที่สุดคือสหราชอาณาจักร ที่พบผู้ติดเชื้อสะสม 4,713 ราย รองลงมาคือ เดนมาร์ก พบผู้ติดเชื้อ 2,741 ราย ตามมาด้วยนอร์เวย์ 958 ราย อีก 3 ประเทศที่ยังรอผลตรวจ เพราะพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อได้แก่ รัสเซีย โครเอเชีย และฮังการี
จีนพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายแรกเดินทางมากจากนอกประเทศ
ส่วนประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนล่าสุดคือ จีน เมื่อวานนี้พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายแรกของประเทศแล้ว ในเมืองเทียนจิน ทางตอนเหนือของประเทศ โดยจีนระบุว่า ผู้ติดเชื้อเป็นชาวจีนที่เดินทางจากต่างประเทศ โดยเข้ามาถึงจีนในวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ไม่มีอาการป่วยใด ๆ และที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการกักตัวในโรงพยาบาลมาโดยตลอด
ข่าวการพบผู้ป่วยโอมิครอนคนแรกของจีนเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่จีนกำลังเผชิญกับคลัสเตอร์ใหญ่ คลัสเตอร์เกิดขึ้นที่มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศ โดยในช่วงวันที่ 6-12 ธันวาคมที่ผ่านมา จีนพบผู้ติดเชื้อใหม่จากมณฑลนี้แล้ว 173 รายใน 3 เมืองของมณฑลได้แก่ เมืองหนิงโป, เส้าซิง และหางโจวส่งผลให้บริษัทหลายแห่งต้องประกาศระงับการผลิตโรงงานต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่การระบาด โดยส่วนใหญ่เป็นโรงงานพลาสติกและผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ข่าวการพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายแรกของจีนเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จีนกำลังพยายามกดตัวเลขผู้ติดเชื้อเต็มที่ เพื่อจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 เป้าหมายที่จีนประกาศคือ ในช่วง 3 เดือนก่อนเริ่มงานจีนต้องมีผู้ติดเชื้อใหม่เป็น 0 อย่างไรก็ตามตั้งแต่เข้าเดือนธันวาคมมา ยังไม่มีวันไหนที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เป็น 0 ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ล่าสุดของวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา พบเพิ่มอีก 80 ราย โดยในจำนวนนี้ 74 รายอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง พื้นที่สีแดง
หลังฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อโอมิครอน จีนออกมาตรการให้ผู้ที่จะเดินทางจากฮ่องกงเข้าจีนต้องกักตัว 7 วัน ปัจจุบันฮ่องกงพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนอย่างน้อย 5 ราย รวมเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนอย่างน้อย 6 รายในประเทศนี้