ในภูมิภาคยุโรป มีเด็กอายุระหว่าง 5 - 11 ปี ทั้งหมด 27 ล้านคน ที่เข้าเกณฑ์รับวัคซีนได้ และเกือบทุกประเทศก็กำลังแจกจ่ายวัคซีนให้กับเด็ก หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้ว องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปหรือ EMA ได้อนุมัติฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กกลุ่มนี้ได้
ล่าสุดเมื่อวานนี้ ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี มีภาพผู้ปกครองพาเด็ก ๆ ไปโรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่คอยหลอกล่อ ไม่ว่าจะใช้ของเล่นหรือหนังสือนิทาน เพื่อปลอบใจเด็ก ๆ ที่ไม่อยากฉีดยา เด็ก ๆ บางคนร้องไห้จ้า แต่บางคนก็ร่าเริง
มีเสียงสัมภาษณ์จากเด็ก 11 ขวบที่มารับวัคซีนเข็มแรก เล่าว่า ถ้าทุกคนมาฉีดวัคซีนก็จะได้เลิกสวมหน้ากากอนามัยกันเสียที ผู้ปกครองบาง คนกล่าวว่า นโยบายการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่ดี และจะปกป้องให้เด็ก ๆ ปลอดภัยจากโรคระบาด
การตัดสินใจพาลูกมาฉีดวัคซีน ส่วนหนึ่งมาจากการระบาดรุนแรงในยุโรป โดยเฉพาะในอิตาลีที่ มารีโอ ดรากี นายกรัฐมนตรีอิตาลีเพิ่งประกาศให้ประเทศอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม ปีหน้า นอกจากอิตาลี ก็ยังมีเยอรมนีอีกประเทศที่ผู้ปกครองพาเด็ก ๆ ไปฉีดวัคซีนกันอย่างคึกคัก
วันพุธที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่เยอรมนีเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 5 ถึง 11 ขวบ โดยเจ้าหน้าที่ในแผนกกุมารเวชได้กล่าวว่า มีผู้ปกครองพาลูกมารอฉีดยาอย่างล้นหลาม หลายเมืองในเยอรมนีมีแผนจะตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนให้เด็ก ๆ เพิ่มในสถานที่สาธารณะ เช่น ตามพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์ รวมถึงจะจัดหาเจ้าหน้าที่ไปให้บริการฉีดวัคซีนในโรงเรียนด้วย
ผู้อำนวยการสมาคมครูแห่งเยอรมนีได้กล่าวว่า นโยบายการฉีดวัคซีนให้เด็ก จะช่วยให้โรงเรียนสามารถเปิดทำการต่อไปได้ และเด็ก ๆ จะสามารถเข้าห้องเรียนได้ตามปกติ
ไม่เพียงแต่การเร่งฉีดวัคซีนให้เด็ก ๆ เท่านั้น ยุโรปยังหาทางป้องกันโควิด-19 ด้วยการประกาศใช้ยาเม็ดทั้งหมด 3 ตัว ด้วยความหวังว่าจะชะลอไม่ให้ผู้ป่วยอาการทรุด หรือบรรเทาไม่ให้เกิดการเสียชีวิตเพิ่ม
องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปอนุมัติใช้ยาเม็ดต้านโควิด-19
องค์การยาแห่งสหภาพยุโรปหรือ EMA ได้อนุมัติให้ยาเม็ดต้านโควิด-19 ทั้งสามตัว ได้แก่ โซโทรวิแมบ ของบริษัทยาอังกฤษ-สหรัฐฯ, คิเนอเรท ของบริษัทยาสวีเดน และ แพ็กซ์โลวิด ของบริษัทไฟเซอร์ ยาสามตัวนี้ให้ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉินไปก่อน และประกาศว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะเป็นผู้รับรองอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
โดยยาตัวดังกล่าวอนุญาตให้ใช้ได้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน และย้ำว่าจะต้องไม่ใช่ผู้ป่วยที่กำลังใช้เครื่องช่วยหายใจ แม้ว่าแต่เดิม บริษัทผู้ผลิตจะแนะนำว่า ยาต้านไวรัสชนิดนี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มรับประทานภายใน 5 วันแรกเมื่อตรวจพบเชื้อ
ประเทศที่กำลังเผชิญการระบาดอย่างหนักคือ สหราชอาณาจักร ล่าสุดมีประกาศอนุมัติยาเพิ่มเช่นกัน ก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักรได้อนุมัติใช้ยาต้านไวรัส โมลนูพิราเวียร์ ผลิตโดยบริษัทเมอร์ค โดยยาเม็ดชนิดนี้ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ EMA ล่าสุดทางการอนุมัติใช้ยาเม็ด แพ็กซ์โลวิด ของบริษัทไฟเซอร์เรียบร้อยแล้ว
โดยสหราชอาณาจักรจะถือเป็นประเทศแรกในโลกที่แจกจ่ายยาเม็ดต้านโควิด-19 ทั้งสองยี่ห้อให้กับประชาชนภายในฤดูหนาวนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการทดลองล่าสุดเปิดเผยว่ายาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ของบริษัท Merck และ แพ็กซ์โลวิด ของบริษัทไฟเซอร์ มีประสิทธิภาพแตกต่างกันอย่างมาก
ยาทั้งสองตัวจะช่วยบรรเทาอาการไม่ให้ผู้ป่วยติดเชื้อเกิดอาการทรุดหนักจนต้องส่งไปรักษาในโรงพยาบาล และจะป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนป่วยจนเสียชีวิต แต่จากผลการทดลอง โมลนูพิราเวียร์ได้ผลเพียงแค่ร้อยละ 30 ในขณะที่แพ็กซ์โลวิด ได้ผลถึงร้อยละ 89 ขณะนี้สหราชอาณาจักรได้สั่งยาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ไปแล้ว 500,000 ชุด