นายฮานส์ คลูจ ผู้อำนวยการอนามัยโลกภาคพื้นยุโรป ออกมาเตือนว่า จำนวนผู้ป่วยโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังเพิ่มขึ้น และกำลังผลักให้ระบบสาธารณสุขในยุโรปไปยืนอยู่ริมขอบเหว พร้อมเตือนว่า พายุอีกลูกกำลังจะมา
ดังนั้นรัฐบาลประเทศต่างๆควรจะมีการเตรียมรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเตือนว่าภายในปลายสัปดาห์นี้ 1 ใน 10 ของประชากรในยุโรป จะติดเชื้อโควิด 19
"เช็ก 5 อาการโอมิครอน" ที่แพทย์ตรวจพบในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด
ภายในปลายสัปดาห์นี้ 1 ใน 10 ของประชากรทั่วภูมิภาคยุโรปจะติดเชื้อโควิด 19 ยืนยันผลโดยการทดสอบทางห้องแล็บ ขณะที่ในปลายปีนี้ และในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองกำลังใกล้เข้ามา รายงานการเสียชีวิตจากโควิด 19 แตะระดับสูงที่สุด เกือบมีคนเสียชีวิต 4,100 คนต่อหนึ่งวัน เพิ่มขึ้นสองเท่าจากเสียชีวิตวันละ 2,100 คนเมื่อช่วงสิ้นเดือนกันยายน 2021 และรายงานสะสมพบผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 เลย 1.5 ล้านคน ใน 53 ประเทศภายในภูมิภาคเราเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
เริ่ม! 27 ธ.ค. นี้ "ศิริราช" เปิดจองวัคซีน "ไฟเซอร์" เข็ม 1, 2 และ 3
นายคลูจมองว่า วัคซีนเข็มบูสเตอร์ หรือเข็มกระตุ้นภูมินั้นสำคัญมาก เพราะว่าเราทราบดีว่าวัคซีนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สู้กับโควิดนั้นจะลดลงเมื่อผ่านไป 30 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่า การบังคับให้การฉีดวัคซีนโควิดกลายเป็นวัคซีนพื้นฐานที่ทุกคนต้องฉีดกัน จะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ต้องใช้
ทั้งนี้ หลายประเทศในยุโรป กำลังพิจารณาการประกาศให้วัคซีนโควิดเป็นวัคซีนพื้นฐาน หลังออสเตรียประกาศเมื่อเดือนพยที่ผ่านมาว่า จะทำให้การฉีดวัคซีนโควิดเป็นวัคซีนภาคบังคับตั้งแต่ 1 กพปีหน้าเป็นต้นไป จนทำให้เกิดการประท้วงใหญ่โตตามมา
นอกจากนี้ อินโดนีเซีย ไมโครนีเซีย และเติร์กเมนิสถาน ก็ได้ประกาศให้วัคซีนโควิด 19 เป็นวัคซีนภาคบังคับสำหรับผู้ใหญ่ทุกคนแล้ว
แต่เยอรมนีเองก็กำลังถกเถียงถึงประเด็นดังกล่าวเช่นกัน ว่าจะทำให้วัคซีนโควิดกลายเป็นวัคซีนภาคบังคับหรือไม่ และล่าสุด นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ของเยอรมนีได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด 19 ก่อนคริสต์มาสและปีใหม่ และประกาศว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนจะไม่หยุดในช่วงวันหยุดยาวนี้ เนื่องจาก ไวรัสไม่ได้หยุดเหมือนคน
ผลทดสอบเบื้องต้น “โมเดอร์นา 3 เข็ม” กระตุ้นภูมิต้าน “โอมิครอน” ได้
นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ของเยอรมนีได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด 19 ก่อนคริสต์มาสและปีใหม่ หลังการประชุมกับคณะรัฐมนตรี โดยกำหนดให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนสามารถรวมตัวกันได้สูงสุด 10 คน และสั่งปิดคลับกับดิสโก้ รวมถึงอนุญาตให้จัดงานใหญ่ๆได้ เช่น การแข่งขันฟุตบอล แต่ต้องไม่มีผู้เข้าชม โดยนายกฯคนใหม่ของเยอรมนีระบุว่า การฉีดวัคซีนก็จะดำเนินต่อไปในช่วงวันหยุดยาว ไม่ปิด เพราะว่าไวรัสไม่ได้หยุดพักช่วงคริสต์มาส
โคโรน่ามันไม่หยุดพักช่วงวันหยุดคริสต์มาสครับ ในการประชุมของเราวันนี้ เราจึงได้ตัดสินใจเดินหน้าโครงการฉีดวัคซีนด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ลดลงแม้ในช่วงวันหยุดระหว่างปีใหม่และวันเริ่มต้นปีใหม่ ขั้นตอนต่อไป เราตั้งเป้าที่จะบรรลุการฉีดวัคซีนบูสเตอร์อีก 30 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
ทั้งนี้ 70.4% ของชาวเยอรมัน 83 ล้านคนฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว แต่มีเพียง 32.6% ที่ได้รับวัคซีนเข็มสามแล้ว
อย่างไรก็ตามที่อังกฤษ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษยืนยันจะไม่มีการเพิ่มมาตรการสกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อนเทศกาลคริสต์มาส โดยระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่สก๊อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือได้ประกาศมาตรการจำกัดการรวมตัวแล้ว
แต่กรุงลอนดอน ของอังกฤษ ประกาศยกเลิกการจัดงานฉลองส่งท้ายปีที่จัตุรัสทราฟัลการ์ไปแล้ว ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่สำนักพระราชวังอังกฤษ ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตัดสินพระทัยยกเลิกจัดงานคริสต์มาสตามประเพณีที่ตำหนักซานดริงแฮมแล้ว เพื่อความปลอดภัย
ส่วนกรุงปารีสของฝรั่งเศสและ กรุงโรมของอิตาลี ก็งดการจัดงานปีใหม่ไปแล้วเช่นกัน
ด้านเมื่อวานนี้ นายแพทย์เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงแนะนำให้มีการพิจารณายกเลิกหรือเลื่อนการจัดงานฉลองช่วงเทศกาล โดยยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก เพราะทั่วโลกเหนื่อยหน่ายกับโรคระบาด และอยากกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติแล้ว แต่การตัดใจยกเลิกงานฉลองในตอนนี้ยังดีกว่าชีวิตถึงจุดจบ
นายเกเยซุส ระบุว่า ขณะนี้มีหลักฐานบ่งชี้ชัดเจนมากขึ้นว่า เชื้อโอมิครอนสามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเชื้อเดลต้า และมีความเป็นไปได้ที่ผู้ฉีดวัคซีนครบแล้ว หรือเพิ่งหายป่วยจากโควิด จะสามารถติดเชื้อหรือป่วยซ้ำได้
ส่วนตอนนี้มีรายงานการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนใน 89 ประเทศทั่วโลกแล้ว