“ไบเดน” เตือน คนไม่ฉีดวัคซีนโควิด ควรกังวล “โอมิครอน” ขู่อาจนอนรพ.-เสียชีวิต


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ถ้อยแถลงต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จาก “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปยังกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน โดยผู้นำประเทศย้ำว่า คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะนอนโรงพยาบาล หรือเสียชีวิตจากโควิดโอมิครอน แม้สถานการณ์จะน่ากังวล แต่ “ไบเดน” ยันไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกและรัฐจะไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์

เตือนไม่กี่วัน 1 ใน 10 ของชาวยุโรปจะติดโควิด

“ไบเดน” เผยฉีดวัคซีนแล้วฉลองได้ - เตรียมแจกชุดตรวจฟรี สู้ "โอมิครอน"

เช็กพิกัด! รวมจุดฉีดวัคซีนโควิด เข็ม 3 ทั้งจองคิวออนไลน์ - walk in เริ่ม 23 ธ.ค. 64

เมื่อวันที่21 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายดีโจ ไบเดน ประธานาธิบสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ถึงประชาชนต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักในประเทศ  มีสองประเด็นหลักคือการฉีดวัคซีนและมาตรการควบคุมโรค ในประเด็นแรกไบเดน กล่าวว่า สำหรับชาวอเมริกันที่ยังคงไม่ได้เข้ารับวัคซีน ขณะนี้โควิดโอมิครอนได้กลายมาเป็นโควิดสายพันธุ์หลักของประเทศแล้ว และคนกลุ่มนี้ควรเป็นกังวลกันมากกว่านี้

เนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดที่หากติดเชื้ออาจต้องนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต  พร้อมย้ำว่าขอให้ทุกคนเข้ารับวัคซีน เพราะไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งขั้นตอนก็สะดวกรวดเร็ว

ถ้อยแถลงของโจ ไบเดน เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ประกาศว่า ขณะนี้โควิดโอมิครอนได้กลายมาเป็นโควิดสายพันธุ์หลักของประเทศแล้ว ด้วยสัดส่วนผู้ติดเชื้อใหม่มากถึงร้อยละ 73 ในขณะที่โควิดเดลตาเหลือสัดส่วนเพียงร้อยละ 27 เท่านั้น  นับว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับโควิดสายพันธุ์อื่นๆ เพราะย้อนไปช่วงต้นเดือนธันวาคม ตอนนั้นสัดส่วนของผู้ติดเชื้อโอมิครอนมีเพียงร้อยละ 1

จากกราฟจะเห็นว่ายอดผู้ติดเชื้อใหม่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ข้อมูลล่าสุดของวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อใหม่ 181,264 ราย สูงขึ้นกว่าวันก่อนหน้าที่พบราว 150,000 ราย ซึ่งตัวเลขนี้ทางอนามัยโลกระบุว่า เป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

ด้านจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนยังไม่ชัดเจนว่าทีเท่าไหร่ แต่ขณะนี้มี 48 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐแล้วที่พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน ในขณะที่บางรัฐอย่าง นิวยอร์ก ก็มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทำให้คาดการณ์ว่า โควิดโอมิครอนอาจอยู่เบื้องหลัง และคิดเป็นสัดส่วนการระบาดมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ติดเชื้อใหม่

 

สถานการณ์การระบาดที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ชาวอเมริกันจำนวนมากเข้ารับการตรวจหาเชื้อ รวมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนกันมากขึ้น โดยบรรยากาศของศูนย์ตรวจที่ตั้งขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวง หลายค นระบุว่า ต้องมาตรวจหาเชื้อเพราะเตรียมที่จะเดินทางกลับบ้านในช่วงวันหยุดยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เอาเชื้อไปติดครอบครัว รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะก็สำคัญในช่วงเวลานี้

คำถามสำคัญก็คือ ท่ามกลางการระบาดเช่นนี้ ชาวอเมริกันจะยังสามารถเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวได้หรือไม่? ก่อนหน้านี้มีเสียงจากนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาลระบุว่า อันที่จริงยังเดินทางได้ แต่ควรตรวจหาเชื้อก่อน รวมถึงเข้ารับวัคซีนให้ครบ ส่วนคนที่รับครบโดสแล้วก็ควรเข้ารับบูสเตอร์โดส

 

สหรัฐฯไม่ล็อกดาวน์ คนฉีดวัคซีนฉลองเทศกาลสิ้นปีได้

ส่วนประธานาธิบดีไบเดนเมื่อวานนี้ได้ออกมาย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า แม้สถานการณ์การระบาดจะรุนแรง แต่ในปัจจุบันสหรัฐฯ มีเครื่องมือและข้อมูลในการรับมือ ชาวอเมริกันยังสามารถมีความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีได้  นอกจากกระตุ้นให้ผู้คนเข้ารับวัคซีนรวมถึงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น ไบเดนยังประกาศว่า ทางรัฐบาลมีแผนที่จะแจกชุดตรวจโควิดจำนวน 500 ล้านชุดให้แก่ประชาชนชาวอเมริกันฟรี  และขอให้ทางกองทัพสหรัฐฯ ส่งทหารจำนวนหนึ่งช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขณะนี้กำลังรับภาระมากขึ้นจากยอดผู้ติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มสูง

ส่วนความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน สหรัฐฯ ฉีดไปได้เท่าไหร่แล้ว? ข้อมูลของ CDC ที่เผยแพร่ออกมาวันนี้ สหรัฐฯ มีสัดส่วนประชากรที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วร้อยละ 77.2 ส่วนอัตราฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมีร้อยละ 61.6 หรือราว 205 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 330 ล้านคน  นับว่าฉีดได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับหลายชาติในยุโรปที่มีอัตราฉีดครบสองโดสมากกว่าร้อยละ 70 แล้ว ซ้ำร้ายคืออัตราคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย สหรัฐฯ มีสัดส่วนประชากรกลุ่มนี้สูงถึงร้อยละ 22.8 โดยในจำนวนนี้รวมประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป นั่นหมายถึงรวมเด็กๆ ด้วย โดยสัดส่วนร้อยละ 22.8 คิดเป็นประชากรราว 72 ล้านคน หรือมากกว่าประชากรประเทศไทย ส่วนอัตราฉีดบูสเตอร์โดสฉีดไปแล้วร้อยละ 30.4 หรือราว 62 ล้านคน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี

หนึ่งในนั้นคือ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งเข้ารับวัคซีนบูสเตอร์โดสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  โดยในการแถลงล่าสุดของไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้เอ่ยปากชื่นชมทรัมป์ พร้อมระบุว่า ตัวเขาเองก็รับบูสเตอร์โดสแล้วเช่นกัน และดูเหมือนว่านี่จะเป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องสำคัญ

 

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ