แผนที่แสดงพื้นที่ล่าสุดในยูเครนที่ถูกกองกำลังรัสเซียบุกยึดได้แล้ว จากแผนที่จะเห็นว่าทางตอนเหนือของกรุงเคียฟ ไล่ตั้งแต่พื้นที่ชายแดนเบลารุส-ยูเครน และเชอร์โนบิลลงมาถูกรัสเซียยึดไว้แล้ว
เช่นเดียวกับบริเวณชายแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ไกลจากเมืองคาร์คีฟก็ถูกกองกำลังรัสเซียบุกเช่นกัน นอกจากนั้นทางตอนเหนือของแคว้นลูฮันสก์ กองกำลังรัสเซียยังสามารถยึดพื้นที่ในการครอบครองของรัฐบาลไว้ได้ ส่วนทางตอนใต้ ตั้งแต่ไครเมียขึ้นมาจนถึงเมืองเคอร์ซอน และเมืองมาริอูลโปก็กำลังตกเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์
โดยภาพจากเมืองสตานิซเซีย เขตของรัฐบาลในแคว้นลูฮันสก์ จากภาพจะเห็นทหารรัสเซียประจำการอยู่ตามจุดต่างๆ รวมถึงตามสถานที่สำคัญของเมือง ทหารเหล่านี้ยังปลดธงยูเครนทิ้ง และติดตั้งธงรัสเซียขึ้นแทน
ล่าสุดเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา กองกำลังรัสเซียรายงานว่า สามารถยึดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของเมืองซาโปริซเซียที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ใกล้แม่น้ำดนีเปอร์ และไม่ไกลจากไครเมียได้แล้ว โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัสเซียก็เพิ่งจะยึดพื้นที่ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลไป
ท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอน ขณะนี้เมืองสำคัญ ๆ อย่างกรุงเคียฟ และเมืองคาร์คีฟเป็นอย่างไร ล่าสุดมีรายงานว่ากองกำลังรัสเซียห่างจากพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเคียฟเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น
ภาพถ่ายจากดาวเทียมของบริษัทแม็กซาร์ เผยให้เห็นขบวนรถถังของรัสเซียที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ และขบวนนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงของยูเครนเพียงแค่ 60 กิโลเมตรเท่านั้น สอดคล้องกับรายงานล่าสุดจากกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรที่ออกมาระบุว่า ขณะนี้กองกำลังของรัสเซียกำลังมุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟ โดยมาจากทิศเหนือ และอยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตามรายงานจากหน่วยข่าวกรองระบุว่า กองกำลังรัสเซียเคลื่อนทัพได้ช้าลง เพราะถูกสกัดกั้นจากทหารยูเครน
ส่วนภาพล่าสุดของกรุงเคียฟเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จะเห็นว่าบรรยากาศมีแต่ความว่างเปล่า ตามถนนหนทางไม่มีคนออกมาเดินให้เห็น เนื่องจากมีรายงานว่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้อพยพออกจากเมืองหลวงจำนวนมาก ล่าสุดทางการกรุงเคียฟยกเลิกเคอร์ฟิวชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถออกไปซื้อหาอาหารได้ และมีคำประกาศจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ย้ำเตือนกับประชาชนว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการชี้ชะตาประเทศ
อีกเมืองที่ถูกโจมตีอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ เมืองเชอร์นิกอฟ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเคียฟ และไม่ไกลจากชายแดนเบลารุส เกิดเพลิงไหม้และระเบิดหลายจุดของเมือง
นอกจากนั้นโรงภาพยนตร์แบบสแตนด์อโลนที่เป็นอาคารเก่าแก่ของเมืองก็ถูกจรวดของรัสเซียโจมตีจนอาคารกลายเป็นซากอีกด้วย และเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณตี 2 ตามเวลาท้องถิ่นมีรายงานจรวดยิงใส่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งของเมือง
ด้านโลกออนไลน์ ผู้คนแชร์ภาพของประชาชนในเมืองเชอร์นิกอฟ ที่พากันไปล้อมรถถังของรัสเซียไว้ พวกเขาร่วมกันยืนเรียงหน้ากระดานขวางถนน เพื่อไม่ให้รถถังรัสเซียสามารถเคลื่อนพลไปต่อได้
อีกเมืองที่หลายฝ่ายกำลังจับตาสถานการณ์ก็คือ เมืองคาร์คีฟ เมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของยูเครน ภาพจากดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่า หลายจุดของเมืองรวมถึงย่านที่พักอาศัยได้รับความเสียหายจากการโจมตี อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลยูเครนยังยืนยันว่า รัสเซียยังไม่สามารถบุกยืดเมืองคาร์คีฟได้
นี่คือบางส่วนของความเสียหายจากการต่อสู้ในคาร์คีฟ จากภาพจะเห็นรอยเลือด และรถถังของรัสเซียที่ถูกทิ้งไว้ ชาวเมืองคาร์คีฟเล่าว่า พวกเขาต่อสู้กับทหาร และจำนวนหนึ่งหนีไป ส่วนซากของจรวดจากรัสเซียที่ถูกยิงมาตกยังโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เห็นจรวดยิงมาตกเมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จนถึงขณะนี้ การบุกยึดยูเครนตลอด 5 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีชาวยูเครนที่เป็นพลเรือนเสียชีวิตไปแล้ว 352 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 14 ราย บาดเจ็บ 1,684 คน และมีผู้ที่ต้องอพยพลี้ภัยอีกกว่า 3 แสน 6 หมื่น 8 พันคน