วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ประชาชนเกือบ 2 ล้านคนได้อพยพออกไปจากเมืองหลวงยูเครนแห่งนี้แล้ว ขณะที่กองกำลังรัสเซียยังคงโจมตีเมืองอยู่เป็นระยะ
“จากข้อมูลของเรา ครึ่งหนึ่งของประชาชนในเคียฟ ได้อพยพออกจากเมืองไปแล้ว” คลิตช์โกกล่าว โดยจากข้อมูล ณ ปีที่แล้ว ในกรุงเคียฟมีประชากรอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านคน
เจรจารัสเซีย-ยูเครนไม่คืบหน้าเป็นครั้งที่ 4 ไม่มีวี่แววสงครามยุติ
ปัจจุบัน กองกำลังรัสเซียได้เคลื่อนพลมาถึงบริเวณชายขอบด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงแล้ว โดยมีการรายงานการต่อสู้แย่งชิงการควบคุมทางหลวงสายหลักในตอนกลางคืน
คลิตช์โกกล่าวว่า เมืองหลวงได้รับ “แปลงเป็นป้อมปราการ” แล้ว โดย “ถนนทุกเส้น อาคารทุกแห่ง ด่านทุกด่าน ได้รับการเสริมกำลัง”
เมื่อวันพุธ (9 มี.ค.) เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งในโรงพยาบาล 2 แห่งในเมืองทางตะวันตกของกรุงเคียฟ
องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. รัสเซียโจมตีสถานพยาบาลไปแล้ว 18 ครั้ง ตัวเลขนี้นับเฉพาะที่มีรายงานและหลักฐานยืนยัน
ยังมีการโจมตีทางอากาศที่โจมตีโรงพยาบาลเด็กในเมืองท่ามาริอูโปล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิง จนประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ออกมาประณามว่า “สหพันธรัฐรัสเซียกลัวโรงพยาบาลเด็ก กลัวแผนกสูติกรรม ก็เลยทำลายพวกเขา?”
ขณะที่รัสเซียอ้างว่า โรงพยาบาลดังกล่าวเป็นฐานทัพของกลุ่มขวาจัด แต่ภาพที่ช่างภาพข่าวในยูเครนถ่ายมาได้ กลับเป็นภาพของแม่ตั้งครรภ์และเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ
ผู้นำยูเครน ยังคงร้องขอ “เขตห้ามบิน” แม้นาโต-สหรัฐฯปฏิเสธ
"ทองคำ-น้ำมันดิบ" พุ่งยกกระดาน หลังยูเครน-รัสเซีย เจรจาเหลวรอบ 4 หวั่นสงครามลากยาว
ในขณะเดียวกัน การเจรจาหารือในตุรกีระหว่าง เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศยูเครน และดมิโทร คูเบลา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ยังคงล้มเหลวในการหาผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการหยุดยิง 24 ชั่วโมง แต่ไม่คืบหน้า คูเลบากล่าวว่า รัสเซียยังคงต้องการให้ “ยูเครนยอมจำนน”
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP