ประธานาธิบดีวลาดีเมีย ปูติน กล่าวว่ารัสเซียปรับแผนการขายก๊าซให้กับประเทศ "ที่ไม่เป็นมิตร" เป็นเงินรูเบิล เพื่อตอบโต้ประเทศตะวันตกมีคำสั่งแช่แข็งสินทรัพย์ชาวรัสเซีย หลังจากการบุกยูเครน โดยระบุว่าเป็นการทำลายความไว้วางใจของรัสเซีย
ประเทศตะวันตกที่ต้องพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียและสินค้าอื่น เป็นเป้าหมายของรัสเซียจากมาตรการนี้ โดยประเทศตะวันตกพากันคว่ำบาตรอย่างรุนแรงต่อรัสเซีย นับตั้งแต่บุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.
ทางการรัสเซียระบุว่าเป็นปฏิบัติการทางการทหารพิเศษ เพื่อลดทอนความสามารถทางการทหารและขจัดกลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรง
ประธานาธิบดีปูตินระบุว่า รัสเซียยังคงส่งก๊าซธรรมชาติตามปริมาณและราคาที่ตกลงกันไว้ ตามสัญญา แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงการชำระเงิน ซึ่งจะเปลี่ยนมาใช้เงินรูเบิล
ประธานาธิบดีปูติน สั่งให้รัฐบาลและธนาคารกลางแก้ปัญหาค่าเงินรูเบิลตกต่ำ และสั่งให้ผู้ส่งก๊าซรายใหญ่คือ Gazprom ให้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการชำระเงิน
ทั้งนี้ Gazprom ได้ขายก๊าซให้กับยุโรปและประเทศอื่น ๆ ประมาณ 58% แต่ตามสัญญาต้องชำระด้วยเงินยูโร ส่วนอีก 39% ชำระด้วยเงินดอลลาร์ และอีก 3% ด้วยเงินปอนด์ โดยยุโรปพึ่งพาก๊าซจากรัสเซันถึง 40%
สหรัฐและประเทศตะวันตก รวมทั้งชาติพันธมิตรได้คว่ำบาตรรัสเซีย เพื่อกดดันให้ถอนกำลังจากยูเครน แต่ทางการรัสเซียพยายามตอบโต้ ด้วยการขึ้นรายชื่อประเทศ "ที่ไม่เป็นมิตร" ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น แคนาดา นอร์เวย์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิสเซอร์แลนด์ และยูเครน