เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมากที่สุดประเทศหนึ่ง เมื่อลงไปดูในรายละเอียด ซึ่งอิงตามข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2021 จะพบว่าท่อก๊าซที่ส่งก๊าซมาให้เยอรมนีมากที่สุดคือ ท่อก๊าซจากรัสเซีย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 32 ของปริมาณก๊าซทั้งหมด
รองลงมา เป็นก๊าซที่มาจากแหล่งสำรองภายในประเทศ คิดเป็นร้อยละ 22
ถัดมา เป็นก๊าซที่มาจากนอร์เวย์ร้อยละ 20 เนเธอร์แลนด์ร้อยละ 12 สาธารณรัฐเช็คร้อยละ 11 และอื่น ๆ
หลังจากเยอรมนีประกาศประณามการรุกรานของรัสเซียในยูเครนและคว่ำบาตรรัสเซียทันที ทำให้เยอรมนีถูกขึ้นบัญชีจากรัสเซียว่าเป็นประเทศที่ไม่เป็นมิตร และอยู่ในข่ายประเทศที่ต้องจ่ายเงินค่าพลังงานเป็นเงินสกุลรูเบิลของรัสเซีย เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม เป็นต้นไป ซึ่งก็คือวันนี้
อย่างไรก็ตามเยอรมนีปฏิเสธไม่ทำตาม และประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 3 ระดับที่เตรียมไว้ หากโดนตัดการส่งก๊าซจากรัสเซียจริง
แผนฉุกเฉินด้านพลังงานที่รัฐบาลเยอรมนีเตรียมไว้มี 3 ระดับ
1. ระดับแรก คือ early warning หรือ การเตือนภัยขั้นต้น การเตือนในระดับนี้ใช้เพื่อเตือนล่วงหน้าเมื่อมีสัญญาณว่า อาจเกิดภาวะที่ความต้องการก๊าซมากกว่าความสามารถในการผลิต
2. ระดับที่สองคือ Alarm หรือการเตือนภัย จะประกาศเมื่อมีความต้องการพลังงานสูงเป็นพิเศษ แต่รัฐบาลเยอรมนียังใช้มาตรการตามกลไกตลาดแก้ปัญหาได้
3. ระดับสุดท้าย Emergency หรือการเตือนภัยฉุกเฉิน จะประกาศเมื่อกลไกทางการตลาดไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานได้ จนทำให้หน่วยงานกลางของรัฐบาลเยอรมนีที่ดูแลตลาดด้านไฟฟ้า พลังงาน และการสื่อสาร ต้องเข้ามาควบคุมการจำหน่ายพลังงาน
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) โรเบิร์ต ฮาเบ็ค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี ประกาศเตือนภัยระดับแรกขอความร่วมมือจากภาคเอกชน และภาคประชาชนให้ประหยัดพลังงาน เนื่องจากรัสเซียอาจระงับการส่งก๊าซธรรมชาติให้เยอรมนีจะเห็นได้ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีประกาศเป็นเพียงแผนขั้นแรกจากสามขั้นเท่านั้น
ซึ่งแผนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเยอรมนีก็ยังไม่มีแผนที่ระบุชัดเจนว่าหากโดนรัสเซียตัดพลังงานขึ้นมาจริง ๆ เยอรมนีจะจัดการกับปัญหาพลังงานอย่างไร เพราะรัฐบาลเยอรมนีเองก็เคยยอมรับว่า ทั้งยุโรปและเยอรมนีไม่สามารถที่จะเลิกพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียได้อย่างสมบูรณ์
โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรนี และบรรดาผู้นำยุโรปได้ให้สัญญาว่าจะเร่งกระบวนการลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียให้เร็วขึ้น
โดยคาดว่าประเทศเยอรมนีจะเลิกพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียได้อย่างสิ้นเชิงในอีก 4-5 ปีข้างหน้านี้
พอประกาศมาตรการนี้ออกมา ทางภาคประชาชนว่าอย่างไรบ้าง?
ความเห็นของประชาชนหลังการประกาศคือ รู้สึกกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ก็เห็นด้วยกับการที่เยอรมนีจะเลิกซื้อพลังงานจากรัสเซีย เพราะการรุกรานยูเครนเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและเชื่อว่าประชาชนจะปรับตัวได้
นอกจากกระทบภาคครัวเรือนแล้ว การมีพลังงานไม่เพียงพอและราคาที่สูงขึ้นจะทำให้อุตสาหกรรมของเยอรมนีสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และในอนาคตอันใกล้อุตสาหกรรมของเยอรมนีต้องหาทางเลือกด้านพลังงานอื่นๆ
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทำเส้นใยสังเคราะห์ที่เรียกว่า เรยอน เครก บาร์เกอร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เคลไฮม์ ไฟเบอร์ส (KELHEIM FIBRES) กล่าวว่า ธุรกิจกำลังได้รับผลกระทบ และอาจต้องปิดโรงงานหากวิกฤตพลังงานระหว่างเยอรมนีและรัสเซียทวีความรุนแรงขึ้น
เขาให้ความเห็นว่าเยอรมนีอาจต้องคิดถึงทางเลือกพลังงานอื่น ๆ และไฮโดรเจนเหลวเพื่อให้นโยบายลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้