Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“ภูเขาไฟน้ำแข็ง” ทั้งระบบสุริยะจักรวาลพบที่ "ดาวพลูโต" ที่เดียว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิทย์ค้นพบ “ภูเขาไฟน้ำแข็ง” บนดาวพลูโต สิ่งมหัศจรรย์ที่บ่งชี้ว่า อาจมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวดาวดวงนี้

รูปภาพของดาวพลูโตที่ถ่ายโดย New Horizons ยานสำรวจอวกาศขององค์การนาซา (NASA) ทำให้หลายคนต้องประหลาดใจ เพราะอดีตดาวเคราะห์ของระบบสุริยะจักรวาลดวงนี้ มี “ภูเขาไฟน้ำแข็ง” อยู่ ซึ่งต่างจาก “ภูเขาไฟที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง” ที่พบบนโลก

ยาน New Horizons บินผ่านดาวพลูโตและดวงจันทร์ของมันตั้งแต่เมื่อเดือน ก
ค. 2015 แต่ข้อมูลที่รวบรวมมาได้ยังไม่ได้รับการวิเคราะห์ทั้งหมด และยังคงมีข้อมูลและความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับดาวพลูโตออกมาอยู่เรื่อย ๆ

พบกาแล็กซีที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบ ใหญ่กว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก 150 เท่า

การวิเคราะห์ภาพถ่ายใหม่แสดงให้เห็นบริเวณหนึ่งที่เป็นหลุมเป็นบ่อบนดาวพลูโต ที่ดูแล้วไม่เหมือนบริเวณอื่นใดบนดาวพลูโต และยิ่งไปกว่านั้น คือไม่เหมือนกับพื้นที่ใดในสุริยะจักรวาลของเราเลย

เคลซี ซิงเกอร์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันวิจัยเซาธ์เวสต์ ในเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ ระบุว่า “เราพบทุ่งภูเขาไฟน้ำแข็งขนาดใหญ่มาก ซึ่งดูไม่เหมือนสิ่งอื่นใดที่เราเคยเห็นในระบบสุริยะะ”

การค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ระบุว่า พื้นที่ภูเขาไฟน้ำแข็งนี้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแผ่นน้ำแข็งสปุตนิก พลานิเทีย ซึ่งครอบคลุมแอ่งน้ำโบราณที่ทอดตัวยาวถึง 1,000 กิโลเมตร ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเหมือนบ่อน้ำแข็งเต็มไปด้วยโดมภูเขาไฟ ซึ่งภูเขาไฟน้ำแข็ง 2 ลูกที่ใหญ่ที่สุดที่พบมีชื่อว่า ไรต์มอนส์ (Wright Mons) และพิกการ์ดมอนส์ (Piccard Mons)

ไรต์มอนส์มีความสูงประมาณ 4-5 กิโลเมตร) กว้าง 150 กิโลเมตร ในขณะที่พิกการ์ดมอนส์มีความสูงประมาณ 7 กิโลเมตร และกว้าง 225 กิโลเมตร ไรต์มอนส์มีปริมาตรใกล้เคียงกับภูเขาไฟมอนาโลอา (Mauna Loa) ในฮาวาย ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า โดมภูเขาไฟเหล่านี้ บางครั้งยังรวมตัวเพื่อก่อให้เกิดโดมภูเขาไฟที่ใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย

“ลักษณะที่ปรากฏเหล่านี้แตกต่างจากภูเขาไฟในระบบสุริยะะอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟที่มีน้ำแข็งปกคลุม หรือภูเขาไฟที่เป็นหิน พวกมันก่อตัวเป็นภูเขา แต่ไม่มีแอ่งภูเขาไฟที่ด้านบน และมีหลุมบ่อขนาดใหญ่ทั่วภูเขา” ซิงเกอร์กล่าว

แม้ว่าดาวพลูโตจะมีแกนที่เป็นหิน แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อมานานแล้วว่าดาวแห่งนี้ไม่มีความร้อนภายใน ซึ่งจำเป็นต่อการกระตุ้นให้เกิดภูเขาไฟ มากนัก

ทีมวิจัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่มีหลุมอุกกาบาตซึ่งมักจะพบได้ทั่วไปบนพื้นผิวของดาวพลูโต ซึ่งบ่งชี้ว่า ภูเขาไฟน้ำแข็งมีการคุกรุ่นค่อนข้างไม่นาน และภายในของดาวพลูโตมีความร้อนตกค้างมากกว่าที่คาดไว้

“นี่หมายความว่าดาวพลูโตมีความร้อนภายในมากกว่าที่เราคิด ซึ่งหมายความว่าเรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ดาวดวงนี้ทำงานอย่างไร” ซิงเกอร์กล่าว

นักวิทย์คาดว่า การก่อตัวของภูเขาไฟน้ำแข็งอาจต้องผ่านหลายขั้นตอน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่วเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือเมื่อ 100-200 ล้านปีก่อน ซึ่งในทางธรณีวิทยาถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สั้น

หากภูเขาไฟน้ำแข็บนดาวพลูโตปะทุ มีการวิเคราะห์ว่า มันอาจจะดูแตกต่างไปจากการปะทุของภูเขาไฟบนโลกของเรา

“สิ่งที่ปะทุออกมาจะไม่ใช่ลาวา แต่จะเป็นเหมือนน้ำแข็งปนน้ำเหนียว ๆ มันจะเหมือนกับ ‘ยาสีฟันไหลออกจากปล่องภูเขาไฟ’ ไปยังพื้นผิวดาวพลูโต ... พื้นผิวของดาวพลูโตเย็นมากจนน้ำไม่สามารถคงสภาพเป็นของเหลวได้นาน ในบางกรณี การไหลของยาสีฟันนี้อาจก่อให้เกิดโดมขนาดใหญ่ที่เราเห็น” ซิงเกอร์กล่าว

ดาวพลูโตเคยมีมหาสมุทรใต้ผิวดิน และการค้นพบภูเขาไฟน้ำแข็งเหล่านี้อาจบ่งบอกว่ามหาสมุทรใต้ผิวดินดาวพลูโตยังคงอยู่ และน้ำที่เป็นของเหลวนั้นอาจอยู่ใกล้ผิวน้ำ เมื่อรวมกับแนวคิดที่ว่าดาวพลูโตมีชั้นภายในที่อุ่นกว่าที่เคยเชื่อกัน ผลการวิจัยนี้ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอยู่อาศัยบนดาวพลูโต

"ยังคงมีความท้าทายมากมายสำหรับสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่พยายามจะอยู่รอดที่นั่น" ซิงเกอร์กล่าว "พวกมันยังคงต้องการแหล่งสารอาหารอย่างต่อเนื่อง และหากภูเขาไฟเป็นฉากๆ และด้วยเหตุนี้ ความร้อนและน้ำจึงแปรผันได้ ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยากสำหรับสิ่งมีชีวิตเช่นกัน"

การสำรวจพื้นผิวใต้พิภพที่น่าสนใจของดาวพลูโตจะต้องส่งยานอวกาศไปยังโลกที่ห่างไกล

“ถ้าเราส่งภารกิจในอนาคตออกไป เราก็สามารถใช้เรดาร์เจาะน้ำแข็งเพื่อมองเข้าไปในดาวพลูโตได้โดยตรง และอาจถึงกับมองเห็นว่าท่อประปาของภูเขาไฟนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร” ซิงเกอร์กล่าว

พลูโตเดิมเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบบสุริยะจักรวาล แต่ถูกจัดให้เป็นดาวเคราะห์แคระในปี 2006 เมื่อสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลสร้างคำจำกัดความใหม่สำหรับดาวเคราะห์ และดาวพลูโตไม่เข้าเกณฑ์นั้น

ดาวพลูโตมีขนาดประมาณ 2 ใน 3 ของดวงจันทร์ของเรา มีลักษณะเป็น “โลกน้ำแข็ง” มีอุณหภูมิเฉลี่ยติดลบที่ -232 องศาเซลเซียส ภูมิประเทศมักเป็นภูเขา หุบเขา ธารน้ำแข็ง ที่ราบ และหลุมอุกกาบาต

 

เรียบเรียงจาก CNN

ภาพจาก NASA

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ