วานนี้ (11 เม.ย. 65) นายกฯ ออสเตรียเยือนรัสเซียหารือกับประธานาธิบดีปูติน แต่หลังจากนั้น ผู้นำออสเตรียให้สัมภาษณ์ว่า การพูดคุยเพื่อแสวงหาสันติภาพดูจะไม่มีความคืบหน้ามากนัก และเขาก็ระบุว่า ดูเหมือนว่าตอนนี้รัสเซียจะเตรียมความพร้อมที่จะโจมตีภาคตะวันออกของยูเครนอย่างหนัก สอดคล้องกับสหรัฐ ชาติตะวันตก และแม้แต่ยูเครนเองที่คาดการณ์ว่า รัสเซีย จะโจมตีภูมิภาคดอนบาสด้วยสรรพกำลังทั้งหมดแบบขนานใหญ่
โฆษกกระทรวงกลาโหมของยูเครน เปิดเผยว่า ได้คาดการณ์ว่า สถานการณ์การสู้รบจะเริ่มขึ้นในบริเวณภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของประเทศเร็ว ๆ นี้ โดยทางเจ้าหน้าที่สหรัฐเองก็เชื่อว่า รัสเซียกำลังพยายามระดมกำลังและสรรพกำลัง อาวุธสนับสนุนให้แก่กองทัพในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า รัสเซียคาดหวังว่า รางวัลใหญ่ที่จะได้จากการเข้ายึดภูมิภาคดอนบาสได้ก็คือเมืองมาริอูปอล เมืองท่าทางตอนใต้ ซึ่งในเวลานี้ประชาชนติดค้างอยู่ หลังการปิดล้อมนานเกือบเจ็ดสัปดาห์แล้ว ถ้าหากว่าท้ายที่สุด รัสเซียยึดมาริอูปอลได้ ก็จะสามารถสร้างเส้นทางเชื่อมโยงจากภาคตะวันออกของยูเครนไปยังคาบสมุทรไครเมียได้ แล้วหลังจากนั้น รัสเซียอาจจะเพิ่มเป้าหมายเข้าปิดล้อมกองกำลังยูเครนทางตะวันออกได้
ขณะที่การโจมตีที่เกิดขึ้นในเวลานี้ในภูมิภาคดอนบาส บริเวณที่น่าเป็นห่วงคือแคว้นโดเนตสก์ โดยผู้ว่าการแคว้นเปิดเผยว่า จากการโจมตีของรัสเซีย ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้วสามคน และอีกแปดคนได้รับบาดเจ็บ
ด้านนายกเทศมนตรีเมืองมาริอูปอลเปิด เผยว่า มีพลเรือนมากกว่าหนึ่งหมื่นคนเสียชีวิตภายในเมือง นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มเปิดฉากบุก โดยระบุว่า มีการพบศพไปทั่วถนนหนทางในเมือง และยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจจะมากกว่าสองหมื่นคน นอกจากนี้ยังระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้นำที่เผาศพแบบเคลื่อนที่ได้เข้ามาในเมือง เพื่อเผาศพเหล่านั้น และยังกล่าวหารัสเซียด้วยว่า ไม่ยอมอนุญาตให้ขบวนขนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้ามา
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวถึงประเด็นเมืองมาริอูปอล ระหว่างที่แถลงผ่านวิดีโอส่งตรงไปยังสมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้เมื่อวานนี้ โดยเขาระบุว่า มีประชาชนหลายหมื่นคนถูกสังหารในเมืองมาริอูปอล และเขายังขอให้เกาหลีใต้จัดส่งความช่วยเหลือทางการทหารมาให้ และใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียด้วย เพราะรัสเซียจะไม่ยอมหยุดรุกรานยูเครนด้วยตนเอง
ส่วนในเวลานี้เจ้าหน้าที่ยูเครนยังคงเข้าไปตามเมืองต่าง ๆ ของภูมิภาคเคียฟ เพื่อกู้ภัยและสำรวจความเสียหาย หลังรัสเซียถอนกำลังออกไป และมีรายงานว่า ทีมสอบสวนจากฝรั่งเศสได้เดินทางถึงยูเครนแล้ว เพื่อจะเข้าไปช่วยทีมสอบสวนของยูเครนในการสอบสวนข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมทางสงคราม
โดยอัยการของยูเครน เปิดเผยว่า มีการเข้าไปพบศพผู้เสียชีวิตในภูมิภาคเคียฟแล้วกว่า 1,222 ศพ ในภูมิภาคเคียฟ และในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังทำการสอบสวนคดีทั้ง 5,600 คดี ที่กล่าวหาว่า กองทัพรัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามนับตั้งแต่เริ่มการรุกรานยูเครน โดยมีผู้ต้องสงสัยกว่า 500 คน ในจำนวนดังกล่าวรวมถึงเจ้าหน้าที่กองทัพระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐบาลของรัสเซียด้วย
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีของลิทัวเนีย อิงกริดา ซีโมนุเต ได้เดินทางเยือนเมืองโบโรเดียนก้า ที่อยู่ในภูมิภาคเคียฟ โดยมีนายกรัฐมนตรีของยูเครนร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งผู้นำของลิทัวเนียได้ไปดูปฏิบัติการกู้ภัยของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือศพผู้เสียชีวิต 7 ศพออกมาจากซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน ระหว่างการเยือน ผู้นำของลิทัวเนียยังได้จัดประชุมร่วมกับฝ่ายยูเครนในกรุงเคียฟ ว่าด้วยความช่วยเหลือทางทหารและทางมนุษยธรรม ซึ่งเธอก็หวังว่า สถานการณ์จะดีขึ้นกว่านี้
อีกหนึ่งผู้นำประเทศ คือ นายกรัฐมนตรี คาร์ล เนแฮมเมอร์ (Karl Nehammer) ผู้นำออสเตรีย เมื่อวานนี้ได้เดินทางเยือนกรุงมอสโก โดยเขาได้เข้าพบกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และถือเป็นผู้นำคนแรกที่เดินทางเยือนรัสเซียหลังเกิดสงครามยูเครน แต่นายกฯออสเตรียเปิดเผยหลังการพูดคุยกับปูตินว่า ปูตินไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆที่ทำให้เขามองเห็นสถานการณ์ว่าจะไปในทิศทางที่ดีเลย และว่า การบุกทางตะวันออกของยูเครนนั้นก็ดูเหมือนจะมีหลักฐานว่าได้รับการเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว
ฉลองครบ 10 ปี "คิม จองอึน" ก้าวขึ้นผู้นำสูงสุด "เกาหลีเหนือ"