เมื่อวานนี้ (12 เม.ย.) วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้เดินทางไปที่แคว้นอามูร์ ในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย เพื่อพบหารือกับ อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีบลารุส โดยคาดว่าประเด็นสำคัญที่มีการหารือกันคือ สงครามยูเครน และความร่วมมือของสองประเทศ
โดยระหว่างการเปิดแถลงข่าวร่วมกัน ปูตินระบุว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนต้องเจอกับทางตัน หลังจากรัฐบาลเคียฟกล่าวหาอย่างเป็นเท็จว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงคราม
นอกจากนี้ ปูตินยังยืนกรานจะเดินหน้าปฏิบัติการพิเศษในยูเครนต่อไป จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายอันสูงส่ง นั่นคือ การปกป้องพลเรือนที่พูดภาษารัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าสงครามนี้จะลากยาวและยืดเยื้อต่อไป
ขณะที่ ประธานาธิบดีบลารุส ระบุว่า คำกล่าวอ้างเรื่องความโหดร้ายป่าเถื่อนในพื้นที่รอบกรุงเคียฟนั้น เป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยาของพวกอังกฤษ
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แสดงความเห็นถึงสงครามในยูเครนอย่างเผ็ดร้อนอีกครั้ง โดยระบุว่า ปูตินคือผู้นำเผด็จการที่กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยูเครน โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ไบเดนเรียกปฏิบัติการของรัสเซียว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากก่อนหน้านี้ มีการเรียกปูตินว่าเป็นอาชญากรสงครามไปแล้ว
โดยวาทกรรมของไบเดนเรียกเสียงชื่นชมจาก ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งระบุว่า นี่เป็นคำพูดที่จริงใจจากผู้นำที่แท้จริง
ขณะเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนได้เผยภาพของ วิกเตอร์ เมดเวดชุค (Viktor Medvedchuk) มหาเศรษฐีและนักการเมืองอาวุโสพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้ชื่อว่าสนับสนุนรัสเซีย และสนิทสนมใกล้ชิดกับปูตินมากที่สุดในยูเครน จากภาพจะเห็นว่า เมดเวดชุคสวมชุดลายพราง และถูกใส่กุญแจมือ สภาพร่างกายผอมและทรุดโทรม ขณะที่ผู้นำยูเครนได้ยื่นข้อเสนอให้รัสเซียปล่อยตัวเชลยศึกชาวยูเครน แลกกับอิสรภาพของนายเมดเวดชุค
ก่อนหน้านี้ เมดเวดชุคถูกจับและควบคุมตัวไว้ภายในบ้านพัก ฐานต้องสงสัยก่อกบฏ แต่เจ้าตัวหลบหนีไปได้ หลังจากรัสเซียเริ่มปฏิบัติการบุกยูเครน
ความสำคัญภูมิภาค “ดอนบาส” ทำไมรัสเซียเบนเป้าจาก “เคียฟ” มาที่นี่