ภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่าน ขบวนรถยานหุ้มเกราะของรัสเซีย พร้อมด้วยรถบรรทุกทหารความยาวกว่า 12.8 กิโลเมตรกำลังเคลื่อนผ่านบริเวณหมู่บ้าน Velykyi Burluk ซึ่งอยู่ในภูมิภาคคาร์คีฟของยูเครน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) เพื่อมุ่งหน้าไปภูมิภาคดอนบาส ซึ่งอยู่ทางตะวันออกโดยคาดว่าขบวนรถนี้เดินทางข้ามแดนมาจากฝั่งรัสเซีย
ส่วนอีกภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 11 และ 12 เมษายน
ขบวนรถยานหุ้มเกราะของรัสเซีย พร้อมด้วยรถบรรทุกทหารความยาวกว่า 12.8 กิโลเมตรกำลังเคลื่อนผ่านบริเวณหมู่บ้าน Velykyi Burluk ซึ่งอยู่ในภูมิภาคคาร์คีฟของยูเครน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) เพื่อมุ่งหน้าไปภูมิภาคดอนบาส ซึ่งอยู่ทางตะวันออกโดยคาดว่าขบวนรถนี้เดินทางข้ามแดนมาจากฝั่งรัสเซีย
ส่วนอีกภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 11 และ 12 เมษายน ขบวนรถยานหุ้มเกราะพร้อมด้วยกำลังและอุปกรณ์สนับสนุน กำลังเคลื่อนตัวอยู่บนทางหลวง สาย14K-34 ของรัสเซีย มุ่งหน้าตรงไปยังเมือง Soloti and Valuyki ทางตะวันตกของรัสเซีย ในส่วนที่ติดกับชายแดนด้านตะวันออกของยูเครน
ภาพล่าสุดบอกเราว่า มีการส่งกำลังเพิ่มเติมจากทางรัสเซียเข้ามาเรื่อยๆ หลังจากสูญเสียทหารและยุทธโธปกรณ์อย่างหนักในการรบช่วง 5 สัปดาห์แรกในภูมิภาคเคียฟที่ตั้งเมืองหลวงยูเครน
รัสเซียประกาศถอนกำลังเมื่อนวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ถอยกลับไปตั้งหลัก รวบรวมกำลังใหม่ และเปลี่ยนยุทธศาสตร์มารบเฉพาะแนวชายแดนด้านที่ติดกับประเทศรัสเซียแทน
เริ่มตั้งแต่ภูมิภาคคาร์คีฟ ลงต่อไปดอนบาส และยาวลงไปทางใต้ที่เมืองมาริอูปอล
แนวรบนี้เริ่มดุเดือดอีกครั้ง เช่นเมือง Barvinkove ในภูมิภาคคาร์คีฟ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากดอนบาส ตอนนี้ตกเป้าการโจมตีอย่างหนักจากะยะไกล รัสเซียต้องฝ่าด่านนี้ให้ได้เพื่อเข้าดอนบาส และทหารยูเครนที่นี่ก็บอกว่า การเพิ่มกำลังของรัสเซียทำให้พวกเขาอาจรับมือได้ลำบาก
คาร์คีฟตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างหนักส่วนหนึ่งเพราะรัสเซียต้องการตัดขาดกองกำลังยูเครนออกจากส่วนอื่นๆของประเทศ
จากแผนที่เราจะเห็นว่า ด้านตะวันออกของดอนบาสคือชายแดนรัสเซีย ส่วนด้านใต้คือ มาริอูปอลที่รัสเซียกำลังได้เปรียบที่นั่น การยึดคาร์คีฟซึ่งอยู่ด้านบนของดอนบาสได้จะทำให้ทหารยูเครนถูกล้อมรอบหรือถูก encircle
การโจมตีคาร์คีฟก็เป็นรูปแบบเดิม เมื่อเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ขีปนาวุธหลายลูกถูกยิงลงมาตกบริเวณที่อยู่อาศัยของพลเรือนแห่งหนึ่งไม่ไกลจากสนามบิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนพังและเกิดเพลิงโหมกระหน่ำ เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินช่วยกันดับไฟ
จากคาร์คีฟมาดูที่มาริอูปอลซึ่งเป็นเมืองท่าในทะเลอาซอฟ เมืองที่รัสเซียอยากได้มากที่สุดเมืองหนึ่ง
หลังโดนถล่มหนักเกือบ 7 สัปดาห์ จนมาริอูปอลเหลือแต่ซากปรักหักพัง รัสเซียยึดพื้นที่ได้เกือบทุกจุดของเมืองแล้ว ยกเว้น Azovstal
Azovstal เป็นนิคมอุตสาหกรรม เป็นแหล่งพื้นผลิตเหล็กกล้าที่สำคัญของเมือง ในขณะที่เราพูดอยู่คือ เป็นจุดสุดท้ายของเมืองที่รัสเซียยังเข้าไม่ถึง ล่าสุดมีภาพออกมาว่า ทหารรัสเซียเข้าไปใน Azovstal ได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ซึ่งติดตามการทำข่าวทางฝั่งกองกำลังรัสเซียรายงานว่า เขาเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงด้านในของ Azovstal ในขณะที่ทหารรัสเซียเตรียมอาวุธและเริ่มเคลื่อนรถหุ้มเกราะเข้าพื้นที่และหากรัสเซียควบคุม Azovstal ได้ จะเท่ากับว่า รัสเซียจะสามารถยึดเมืองมาริอูปอลได้อย่างสมบูรณ์
มาริอูปอลเป็นเมืองท่าที่สำคัญของยูเครน ตั้งอยู่บนทะเลอาซอฟ ระหว่างไครเมียกับดอนบาส การยึดมาริอูปอลได้จะทำให้เชื่อมต่อไครเมียเข้ากับแผ่นดินรัสเซียได้สำเร็จ
อีกเหตุผลที่รัสเซียต้องการคือ มาริอูปอลเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของชัยชนะในสงครามครั้งนี้ เพราะที่นี่เป็นฐานที่มั่นของกองกำลังอาซอฟ กองกำลังกึ่งทหารที่สู้กับรัสเซียอย่างหนักในช่วงที่รัสเซียเข้าผนวกไครเมีย ซึ่งรัสเซียมองกลุ่มนี้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ เป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่ปูตินต้องการกำจัด เป็นเหตุผลหนึ่งที่ปูตินใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานยูเครน
ล่าสุดโฆษกกลาโหมรัสเซียเปิดแถลงข่าวว่า กองกำลังนาวิกโยธินของยูเครนในมาริอูปอลได้ยอมจำนนกับรัสเซียแล้ว 1,026 นาย และเขาเชื่อว่ารัสเซียจะคุมทั้งเมืองได้ในอีกไม่นาน แต่ข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากรัฐบาลยูเครน