“มาครง” เป็น ปธน.ฝรั่งเศสต่อ ข่าวดีของสหภาพยุโรป นาโต และยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วิเคราะห์สาเหตุ ทำไมหลายฝ่ายไม่ต้องการให้ “เลอ แปน” เป็นปธน.ฝรั่งเศส และยินดีที่ “มาครง” เป็น ปธน.ฝรั่งเศสต่อ

ผลเบื้องต้นของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบสุดท้ายออกมาแล้วว่า เอ็มมานูเอล มาครง จะได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ท่ามกลางอาการลุ้นจนตัวเกร็งของบรรดาชาติตะวันตก เพราะมีการคาดการณ์กันว่า หากคู่แข่งจากฝ่ายขวาจัดอย่าง มารีน เลอ แปน คว้าชัยได้สำเร็จ จะเกิดผลเสียอย่างร้ายแรงต่อต่อทั้งสหภาพยุโรปและนาโตในทันที

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรป เป็นชาติเดียวในสหภาพยุโรปที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

“มาครง” คว้าชัยเลือกตั้งสำเร็จ เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสสมัยที่ 2

ฝรั่งเศสเลือกตั้ง ปธน.รอบตัดสิน โพลชี้ "มาครง" จ่อคว้าชัย

รัสเซียเจองานหนักกว่าที่คิด เมื่อตะวันตกเลิกซื้อน้ำมัน-ก๊าซ

เรียกได้ว่า ฝรั่งเศสเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายการเงินและความมั่นคงของยุโรปและเป็นสมาชิกหลักของนาโต

เช็กเลยเดือนนี้ กทม.เปิดจุด walk in ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 1-3

แต่การเข้ามาของ เลอ แปน จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เธอเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝ่ายขวาจัดที่มีนโยบายสุดโต่งหลายอย่าง เช่น จะสั่งห้ามการสวมผ้าคลุมศีรษะของชาวมุสลิมในที่สาธารณะ

เธอเสนอแนวคิดที่ว่า ฝรั่งเศสแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพันธมิตรอื่นใด และมีเกณฑ์ว่าจะเสนอให้ฝรั่งเศสออกจากสหภาพยุโรปและนาโต ในระหว่างการหาเสียงช่วงเลือกตั้งครั้งก่อนของเธอ เธอเรียกร้องให้ฝรั่งเศสออกจากสหภาพยุโรปและเขตเชงเกน และกลับไปใช้เงินฟรังก์แทนยูโร

นอกจากนี้ เธอยังจะตัดงบประมาณของฝรั่งเศสต่อสหภาพยุโรป และได้ประกาศความตั้งใจที่จะถอนตัวจาก “ข้อตกลงสีเขียว” เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปด้วย

แนวคิดหลายประการของ เลอ แปน ยังอาจเป็นการละเมิดกฎหมายของยุโรป เช่น แผนการของเธอที่จะควบคุมสินค้าถาวรที่พรมแดน จำกัดการค้าขายและเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรี

ยิ่งไปกว่านั้น เลอ แปน ยังพยายามเรียกร้องให้วางกฎหมายของฝรั่งเศสไว้เหนือกฎหมายของสหภาพยุโรป และยึด “ลำดับความสำคัญของชาติ” ในรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส โดยเสนอให้ชาวฝรั่งเศสได้รับสิทธิพิเศษเหนือชาวต่างชาติในการเข้าถึงงาน การอยู่อาศัย และความช่วยเหลือทางสังคม กองทุนสนับสนุนต่าง ๆ ของรัฐบาลจะสงวนไว้สำหรับชาวฝรั่งเศสโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ เลอ แปน ยังมีท่าทีชัดเจนว่า สนับสนุนประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน โดยตั้งแต่ก่อนที่รัสเซียจะบุกยูเครน เลอ แปนเคยเป็นแกนนำสนับสนุนประธานาธิบดีรัสเซีย และเคยเดินทางไปเยี่ยมปูตินระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งฝรั่งเศสเมื่อปี 2017 และพรรคของเธอยังได้กู้เงินจากธนาคารรัสเซีย-เช็กเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งขณะนี้ยังชำระเงินคืนไม่หมดด้วย

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มและพันธมิตรต่าง ๆ ในยุโรปจึงไม่ต้องการให้ เลอ แปน ขึ้นมาเป็นผู้นำฝรั่งเศส เพราะเกรงว่า หากเธอได้เป็นประธานาธิบดี อาจมีนโยบายหลายอย่างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสหภาพยุโรป นาโต และรวมถึงยูเครน

เลอ แปน ต่อต้านการคว่ำบาตรรัสเซียมาโดยตลอด ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปีนี้ เธอกล่าวว่า ปูตินสามารถเป็นพันธมิตรของฝรั่งเศสได้หากสงครามยุติลง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาชนในยูเครนและนักการเมืองหลายคนในยุโรป

มาร์ก ปิเอรินี อดีตทูตสหภาพยุโรปวิเคราะห์ว่า “หาก เลอ แปน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส สหภาพยุโรปและนาโตจะอ่อนแอลงในทันที บางคนถึงกับวิเคราะห์ว่าอาจถึงขึ้น 'ล่มสลาย' ... และฝรั่งเศสอาจเกิดการเปลี่ยนท่าทีมาเป็นการสนับสนุนรัสเซียอย่างสุดโต่ง มันจะเป็นของชัยชนะเชิงกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปูตินต่อนาโตและสหภาพยุโรป”

นอกจากนี้ หาก เลอ แปน ชนะ จะส่งผลถึงการใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ที่อาจถูกยกเลิก ซึ่งจะทำให้แรงกดดันต่อรัสเซียลดลง โดยคาดว่า เธออาจลดทอนการคว่ำบาตรรัสเซียของสหภาพยุโรป หรือระงับการขายอาวุธให้กับยูเครน แนวร่วมต่อต้านปูตินอาจล่มสลาย ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของฝรั่งเศสกับพันธมิตรส่วนใหญ่สั่นคลอน

กับการเลือกตั้งของฝรั่งเศสครั้งนี้ ผู้นำของ 3 ประเทศยุโรป คือ โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐเยอรมนี อันโตนิโอ คอสตา นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส และเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ถึงกับร่วมกันเขียนบทความแสดงความคิดเห็นลงสื่อ เรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวฝรั่งเศสอย่าเลือก เลอ แปน

ในความเป็นจริงที่เป็นการกระทำที่เข้าข่ายแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้าม แต่นี่ก็สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า การให้ เลอ แปน เป็นผู้นำฝรั่งเศสมีความอันตรายขนาดไหนในสายตาผู้นำชาติอื่น ๆ

“สำหรับเรา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบที่สองนี้ไม่เหมือนการเลือกตั้งครั้งอื่นที่ผ่านมา ทางเลือกที่ชาวฝรั่งเศสจะได้เลือก เป็นสิ่งสำคัญสำหรับฝรั่งเศสเองและสำหรับพวกเราทุกคนในยุโรป” 3 ผู้นำระบุ

พวกเขาเสริมว่า “มันเป็นทางเลือกระหว่างผู้สมัครที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเชื่อว่าฝรั่งเศสแข็งแกร่งกว่าหากยังคงอยู่ในสหภาพยุโรปที่มีอำนาจและปกครองตนเองได้ กับผู้สมัครที่อยู่ฝ่ายขวาจัดที่เข้าข้างผู้ที่โจมตีเสรีภาพและประชาธิปไตยของเราอย่างเปิดเผย”

ด้วยเหตุผลทั้งมวลนี้ จึงทำให้เชื่อได้ว่า ชัยชนะของเอ็มมานูเอล มาครง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับสหภาพยุโรป นาโต และยูเครนอย่างแท้จริง

สธ.ไฟเขียวใช้ 5+5 ลดวันกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงโควิด-19

เรียบเรียงจาก New York Times / SCMP

ภาพจาก AFP

LPGA2024_22B LPGA2024_22B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ