"ยูเครน" โดนกดดันหนักทุกทาง กระสุนเริ่มหมดคลัง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ในแถบนี้ รัสเซียยึดเคอร์ซอนและมาริอูปอลได้แล้ว เป้าหมายต่อไปคือ ยึดเมืองมิโคลายิฟ ก่อนจะต่อไปยังเมืองที่สำคัญที่สุดอย่าง เมืองโอเดสซา ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันถึง 3 จุดในพื้นที่ภาคใต้ โดยการปะทะเกิดขึ้นทางตะวันออกเฉียงหนือของแคว้นเคอร์ซอน และทางตอนใต้ของเมืองมิโคลายิฟ

เริ่มที่สถานการณ์ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดมีการปะทะถึง 5 จุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นั่นคือในเมืองอีซุม ลีมาน ซีเวโรโดเนตสก์ ลิซีแชนสก์ และโปปาสนา

สนามรบสำคัญที่สุดคือ เมืองซีเวโรโดเนตสก์ ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายในแคว้นลูฮันสก์ที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของยูเครน

ตอนนี้กองทัพรัสเซียได้ควบคุมเมืองนี้ได้กว่าครึ่งหนึ่งแล้ว และพยายามข้ามแม่น้ำโดเนตสก์มายังเมืองลิซีแชนสก์ ซึ่งเป็นเมืองแฝดที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ

เมื่อวานนี้ (12 มิ.ย.) กองทัพรัสเซียได้ระเบิดสะพานข้ามแม่น้ำที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองซีเวโรโดเนสตก์กับเมืองลิซีชานสก์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า นี่คือการปิดประตูตีแมว ไม่ให้ทหารยูเครนในซีเวโรโดเนตสก์หนีไปยังเมืองอื่น

ล่าสุดกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนตสก์ออกมาประกาศผ่านสำนักข่าวเรีย โนวัสตีว่า ให้ทหารยูเครนที่เหลือในซีเวโรโดเนตสก์ยอมแพ้และทิ้งอาวุธ ถ้าไม่ปฏิบัติตามอาจจะถูกจับตายแทน พร้อมย้ำว่า ตอนนี้ทหารยูเครนไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ตอนนี้สถานการณ์ทางภาคตะวันออกน่าเป็นห่วง แต่มีอีกจุดการสู้รบที่ต้องติดตามคือ ทางใต้ของยูเครน

จุดนี้เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายอนาคตของยูเครน เพราะเป็นที่ตั้งของเมืองท่าที่สำคัญและเป็นทางออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้เดินเรือไปทั่วโลก

ในแถบนี้ รัสเซียยึดเคอร์ซอนและมาริอูปอลได้แล้ว เป้าหมายต่อไปคือ ยึดเมืองมิโคลายิฟ ก่อนจะต่อไปยังเมืองที่สำคัญที่สุดอย่าง เมืองโอเดสซา

ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันถึง 3 จุดในพื้นที่ภาคใต้ โดยการปะทะเกิดขึ้นทางตะวันออกเฉียงหนือของแคว้นเคอร์ซอน และทางตอนใต้ของเมืองมิโคลายิฟ 

มิโคลายิฟนอกจากเป็นเมืองหน้าด่าน ก่อนที่จะไปถึงโอเดสซาแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือส่งสินค้าด้านเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในยูเครน

รัสเซียโจมตีที่นี่อย่างหนักตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มโกดังเก็บธัญพืชของยูเครนบริเวณท่าเรือของเมือง ส่งผลให้อาคารดังกล่าวรวมถึงพืชผลทางการเกษตรที่ติดค้างเพราะส่งออกไม่ได้ เสียหายทั้งหมดจากเพลิงไหม้

ทราส วีโซสกี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรของยูเครนให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีครั้งนี้น่าจะมีปริมาณถึง 3 แสนตัน

ด้วยความสำคัญของมิโคลายิฟ ทำให้ยูเครนทุ่มเทสรรพกำลังมาที่นี่มหาศาล เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียทะลุแนวต้านเพื่อไปยังโอเดสซาได้

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งยูเครนก็เริ่มมีสัญญาณที่ไม่ค่อยดีออกมา วิตาลี คิม ผู้ว่าการแคว้นให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้กองกำลังยูเครนที่นี่เริ่มขาดแคลนกระสุนและอาวุธที่ใช้รับมือกับรัสเซีย

หลายคนบอกว่า ไม่ช้าก็เร็ว รัสเซียจะยึดพื้นที่ด้านตะวันออกและใต้ได้ ถ้าชาติตะวันตกยังไม่มีการทำอะไรมากกว่าที่ทำอยู่ เพราะรายงานหลายชิ้นระบุตรงกันว่า กระสุนและอาวุธของยูเครนเริ่มจะร่อยหรอลง

ในขณะที่ทางรัสเซียยังคงระดมทรัพยากรเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มีสัญญาณว่า แผ่นดินบริเวณนี้ของยูเครนอาจถูกรัสเซียกลืนไม่ช้าก็เร็วซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีสัญญาณดังกล่าวปรากฏออกมาบ้างแล้ว

เมื่อวานนี้เป็นวันชาติรัสเซีย ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองที่รัสเซียได้แยกออกจากสหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1991 ปรากฏว่า มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นที่เมืองเคอร์ซอน โดยมีทหารรัสเซียและชาวยูเครนราว 30-40 คนมาเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองดังกล่าว

ทำไมถึงมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติรัสเซียที่เมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นเมืองของยูเครน เพราะเมืองเคอร์ซอนอยู่ภายใต้การครอบครองของรัสเซียตั้งแต่เดือนแรก ๆ ของสงคราม

หลังจากนั้นรัสเซียพยายามเปลี่ยนเมืองนี้ ด้วยการแต่งตั้งผู้ว่าแคว้นฝ่ายโปรรัสเซียเข้ามาบริหารแคว้นแทนเจ้าหน้าที่ของทางการยูเครน แต่ประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้เห็นด้วยและพยายามออกมาต่อต้านอยู่เป็นระยะ ๆ

สำนักข่าว TASS ของรัสเซีย รายงานว่าเริ่มมีการออกหนังสือเดินทางรัสเซียให้ประชาชนในเมืองนี้แล้ว และคาดว่าอีกไม่นานจะมีการประกาศทำประชามติแยกตัวออกจากยูเครนเหมือนกับที่ทำใหนไครเมีย

อีกเมืองที่มีสัญญาณว่ากำลังถูกรัสเซียกลืนคือ มาริอูปอล ที่นี่ รัสเซียทำลายทุกอย่างและปิดล้อมอยู่นานกว่า 3 เดือน ก่อนที่กำลังชุดสุดท้ายของยูเครนที่ปักหลักในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลจะยอมจำนนเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงถือว่ารัสเซียครอบครองเมืองนี้ได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อวานนี้ มีผู้พบเห็นธงรัสเซียอยู่บริเวณชานเมืองมาริอูปอล แทนที่อนุสาวรีย์แห่งหนึ่งของยูเครน โดยรายงานระบุว่า ธงรัสเซียปักอยู่บริเวณทางหลวงที่มุ่งตรงไปยังเมืองดังกล่าวจากทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะช้ากว่าแผน แต่รัสเซียก็รุกคืบได้เรื่อยๆ ทางตอนใต้ เป้าหมายคือ ต้องยึดเมืองแถบนี้ให้ได้ทั้งหมดเพื่อบรรลุเป้าหมายของประธานาธิบดีปูติน

แล้วเป้าหมายของผู้นำรัสเซียคืออะไร ? หลังจากคาดเดากันมานาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ชัดเจนขึ้นเมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียยอมรับแบบอ้อมๆว่า ที่ทำสงครามในยูเครนก็เพื่อต้องการดินแดนเก่าคืน

ในวันนั้นประธานาธิบดีปูตินได้เปรียบเทียบตนเองกับพระเจ้าซาร์ปีเตอร์ ซาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่ง ปกครองจักรวรรดิรัสเซียราว 34 ปีในช่วงปี 1682-1725 มีความสามารถในด้านการทำศึกสงคราม

ปี 1700-1721ได้ทำสงครามที่ชื่อ Great Northern War กับสวีเดนและสามารถเอาชนะได้ ส่งผลให้จักรวรรดิกลายเป็นมหาอำนาจในแถบทะเลบอลติก และมีบทบาทสำคัญในยุโรปเวลานั้น

ปูตินบอกว่า การทำสงครามของซาร์ปีเตอร์ไม่ใช่การไปแย่งดินแดนใครมา แต่เป็นการนำของที่เคยเป็นของตัวเองกลับมา และเขาเองก็กำลังทำสิ่งเดียวกันอยู่ตอนนี้

สิ่งที่ปูตินพูดตีความได้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างน้อยๆ รัสเซียจะต้องยึดภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครนให้ได้ทั้งหมด

การครอบครองอดีตเมืองท่าสำคัญในสมัยสหภาพโซเวียตในแถบนี้ได้จะคือส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นสร้างจักรวรรดิรัสเซียใหม่อย่างที่ประธานาธิบดีปูตินต้องการ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจไม่ง่ายดังที่ใจผู้นำรัสเซียหวังไว้ เนื่องจากมีอดีตคนสนิทของผู้นำรัสเซียออกมาเปิดเผยว่า สงครามนี้อาจกินเวลานานถึงสองปี

ซึ่งคนที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้คือ มิคาอิล คาสยานอฟ อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของประธานาธิบดีปูติน เขาบอกว่าสงครามนี้อาจจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยสองปี เพราะยูเครนยังคงสู้อย่างดุเดือด

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ยุโรปจำเป็นต้องช่วยยูเครนในสงครามนี้ เพราะยูเครนคือกุญแจสำคัญที่จะป้องรัสเซียในการรุกรานชาติอื่นในยุโรป

ถ้ายูเครนแพ้ ชาติต่อไปที่จะเป็นเป้าหมายคือ ชาติแถบทะเลบอลติก นอกจากประเด็นสงครามแล้ว วันนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์การด้านสิทธิมนุษยชนได้เปิดเผยรายงานความยาว 40 หน้า

เอกสารดังกล่าวระบุว่า รัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามด้วยการสังหารแบบไม่เลือกเป้าและใช้อาวุธต้องห้ามอย่าง ระเบิดฝังดิน และกระสุนลูกปราย ขณะเข้ายึดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นคาร์คีฟในปฏิบัติการเฟสแรก

ตอนนี้สงครามมาถึงจุดวัดใจและจุดวัดกำลังของแต่ละฝ่ายแล้วว่า ฝ่ายใดจะยืนหยัดต่อต้านได้นานกว่ากัน หากฝ่ายใดถอดใจและลดกำลังก่อน ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้แพ้ในสงครามครั้งนี้

และนี่หมายความว่า ราคาที่ต้องจ่ายในการทำสงครามก็จะสูงมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประชาชน บ้านเมือง ภาวะข้าวยากหมากแพง และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบแต่ในสนามรบ แต่ส่งผลต่อผู้คนอีกกว่าพันล้านคนทั่วโลก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ